แสนสิริจับมือ Wycombe Abbey International School Bangkok จากอังกฤษ สร้าง Ecosystem ใหม่ใน SANSIRI 10 East หวังรับคลื่น FDI และ Global Talents ปักหมุด “บางนา กม.10” สู่ Strategic Economic Node แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
KEY POINTS
- แสนสิริร่วมมือกับโรงเรียนนานาชาติ Wycombe Abbey เพื่อพัฒนาทำเล "บางนา กม.10" ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตแห่งใหม่ (New CBD)
- การสร้าง "ระบบนิเวศการใช้ชีวิต" ที่สมบูรณ์ โดยเชื่อมโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี SANSIRI 10 East เข้ากับสถาบันการศึกษาระดับโลก
- มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน บุคลากรทักษะสูง และครอบครัวชาวต่างชาติ เพื่อดึงดูดการลงทุนและบุคลากรระดับนานาชาติ (Global Talents) สู่ประเทศไทย
- ความร่วมมือไม่ได้จำกัดแค่ที่อยู่อาศัย แต่ยังมอบสิทธิพิเศษด้านการศึกษาแก่ลูกบ้าน และต่อยอดสู่โปรแกรมพัฒนาทักษะสำหรับนักเรียน
สมการของตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่การตัดสินใจซื้อบ้านอาจอยู่ที่ทำเล ราคา และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ วันนี้ “ระบบนิเวศการใช้ชีวิต” กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดลักชัวรีที่กลุ่มเป้าหมายไม่ได้มีเพียงคนไทย แต่รวมถึงผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทักษะสูง และครอบครัวต่างชาติที่เข้ามาทำงานและลงทุนในประเทศไทย
ท่ามกลางการขยายตัวของการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI ประเทศที่ต้องการดึงดูด Global Talents จึงจำเป็นต้องมีมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม หากแต่ต้องมีระบบการศึกษา ที่อยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตที่สามารถรองรับครอบครัวของบุคลากรระดับนานาชาติได้อย่างครบวงจร ทำให้ความร่วมมือระหว่าง แสนสิริ และ Wycombe Abbey International School Bangkok (WASBKK)มีนัยมากกว่าการทำแคมเปญร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กับโรงเรียน
130 ปี Wycombe Abbey ปักหมุดไทย
การเข้ามาของ Wycombe Abbey International School Bangkok ซึ่งต่อยอดจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของอังกฤษที่มีประวัติศาสตร์กว่า 130 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ของการยกระดับประเทศไทยสู่ International Education Hubเพราะการมีสถาบันการศึกษาระดับโลกในประเทศไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะนักเรียนไทยที่ต้องการหลักสูตรนานาชาติ แต่ยังเกี่ยวพันโดยตรงกับการตัดสินใจของครอบครัวต่างชาติในการเลือกประเทศเพื่อเข้ามาทำงาน ลงทุน และพำนักระยะยาว
สำหรับบริษัทข้ามชาติ การย้ายผู้บริหารหรือบุคลากรระดับสูงมายังประเทศหนึ่งไม่ได้พิจารณาเพียงตำแหน่งงานและต้นทุนทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงคำถามสำคัญว่า “ครอบครัวจะใช้ชีวิตอย่างไร” โดยเฉพาะเรื่องโรงเรียน ที่อยู่อาศัย และการเดินทางดังนั้น การมีโรงเรียนนานาชาติระดับโลกควบคู่กับโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี จึงกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Infrastructure ด้านคุณภาพชีวิตที่ใช้แข่งขันกันในสมรภูมิการลงทุนยุคใหม่
130 ปี Wycombe Abbey ปักหมุดไทย
การเข้ามาของ Wycombe Abbey International School Bangkok ซึ่งต่อยอดจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของอังกฤษที่มีประวัติศาสตร์กว่า 130 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ของการยกระดับประเทศไทยสู่ International Education Hubเพราะการมีสถาบันการศึกษาระดับโลกในประเทศไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะนักเรียนไทยที่ต้องการหลักสูตรนานาชาติ แต่ยังเกี่ยวพันโดยตรงกับการตัดสินใจของครอบครัวต่างชาติในการเลือกประเทศเพื่อเข้ามาทำงาน ลงทุน และพำนักระยะยาว
สำหรับบริษัทข้ามชาติ การย้ายผู้บริหารหรือบุคลากรระดับสูงมายังประเทศหนึ่งไม่ได้พิจารณาเพียงตำแหน่งงานและต้นทุนทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงคำถามสำคัญว่า “ครอบครัวจะใช้ชีวิตอย่างไร” โดยเฉพาะเรื่องโรงเรียน ที่อยู่อาศัย และการเดินทางดังนั้น การมีโรงเรียนนานาชาติระดับโลกควบคู่กับโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี จึงกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Infrastructure ด้านคุณภาพชีวิตที่ใช้แข่งขันกันในสมรภูมิการลงทุนยุคใหม่
จากชานเมือง สู่ Strategic Economic Node
อีกด้านที่น่าจับตาคือการเลือก “บางนา กม.10” เป็นหมุดหมายของการพัฒนา ถนนบางนา–ตราดกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะประตูเชื่อมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกกับพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ทั้งศูนย์กลางธุรกิจ สนามบินสุวรรณภูมิ และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัว ความต้องการที่อยู่อาศัยและบริการที่ตอบโจทย์คนทำงานระดับบนก็ย่อมขยับตาม แสนสิริจึงวาง SANSIRI 10 East ให้เป็นมากกว่าโครงการที่อยู่อาศัย แต่เป็น “Luxury Community” ที่ต้องการเติมเต็ม Ecosystem ของเมือง ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย การศึกษา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “บางนาจะขายบ้านได้หรือไม่” แต่คือบางนาจะสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ได้หรือไม่
SANSIRI 10 East เดิมพันตลาดลักชัวรี
SANSIRI 10 East คือหนึ่งในหมากสำคัญของแสนสิริบนทำเลดังกล่าว โดยพัฒนาบนพื้นที่กว่า 165 ไร่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 18,000 ล้านบาท ปัจจุบันประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ เศรษฐสิริ บางนา กม.10 บ้านสไตล์ British Georgian จำนวน 71 ครอบครัว พื้นที่ใช้สอย 247–377 ตารางเมตร ขนาด 4–5 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท และ นาราสิริ บางนา กม.10บ้านสไตล์ New York Renaissance จำนวน 56 ครอบครัว พื้นที่ใช้สอย 437–687 ตารางเมตร ขนาด 5–6 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 60 ล้านบาท
การวาง Positioning ในระดับราคาดังกล่าวสะท้อนชัดว่าแสนสิริไม่ได้จับตลาด Mass Housing แต่กำลังวางทำเลบางนา กม.10 ให้เป็นตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน ซึ่งกลุ่มลูกค้าให้ความสำคัญกับทั้งพื้นที่ใช้สอย ความเป็นส่วนตัว การเดินทาง และคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัวและ “โรงเรียน” กำลังถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมการดังกล่าว
บ้าน–โรงเรียน เชื่อมโจทย์ครอบครัว Global Talents
หนึ่งในจุดขายของความร่วมมือครั้งนี้คือการเชื่อม SANSIRI 10 East เข้ากับ WASBKK โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 นาที หรือระยะทางราว 5.5 กิโลเมตร แม้ตัวเลขระยะทางอาจดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่สำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลาน การเดินทางระหว่างบ้านกับโรงเรียนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ
การที่โครงการระดับลักชัวรีสามารถเชื่อมต่อกับโรงเรียนนานาชาติระดับโลกได้ จึงช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของ Ecosystem และสร้างเหตุผลในการเลือกทำเลที่มากกว่าคำว่า “บ้าน” ในอีกมิติหนึ่ง นี่คือการสร้าง Value Proposition ที่พยายามผูก Real Estate + Education + Lifestyle เข้าด้วยกัน
จากสิทธิพิเศษลูกบ้าน สู่การลงทุนใน “ทุนมนุษย์”
ความร่วมมือไม่ได้จบอยู่ที่สิทธิประโยชน์ด้านการอยู่อาศัย โดยแสนสิริยังมอบทุนสนับสนุนการศึกษาและสิทธิพิเศษเฉพาะครอบครัวลูกบ้าน SANSIRI 10 East มูลค่าสูงสุด 3.5 ล้านบาทขณะเดียวกันยังเตรียมต่อยอดองค์ความรู้ผ่าน Global Real Estate Immersion Program และ Exclusive Workshops เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสกระบวนการทำงานจริง
ตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การออกแบบและสถาปัตยกรรม ไปจนถึงแนวคิดด้าน Sustainability มิติที่น่าสนใจคือ การนำ “ธุรกิจจริง” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ซึ่งทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ขยับจากการเป็น Partnership เชิงการตลาด ไปสู่การเชื่อมโยงระหว่าง การศึกษา–ภาคธุรกิจ–การพัฒนาเมือง
ขยับเกม จาก Developer สู่ City Ecosystem Builder
อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการลงทุนของภูมิภาค ส่งผลให้มีภาคธุรกิจและบุคลากรระดับนานาชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โจทย์ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างบ้าน แต่คือการสร้าง Ecosystem และโครงสร้างพื้นฐานด้านการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะบนทำเลบางนา กม.10 ซึ่งถูกมองว่าเป็นเกตเวย์เศรษฐกิจสำคัญ
ขณะที่ ฟิโอน่า แองเจิล ครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง Wycombe Abbey International School Bangkok มองว่า การเรียนรู้จากสถานการณ์จริงและผู้เชี่ยวชาญในภาคธุรกิจจะช่วยเปิดมุมมองของนักเรียน และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวไปสู่การเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมโลก
เดิมพันใหญ่ไม่ใช่แค่ราคาที่ดิน แต่คือ “คุณภาพเมือง”
หากมองภาพใหญ่ ความร่วมมือระหว่างแสนสิริกับ WASBKK จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน เมื่อเมืองแข่งขันกันดึงดูดเงินลงทุนและคนเก่งจากทั่วโลก “บ้าน” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องมีทั้งโรงเรียนระดับนานาชาติ ระบบคมนาคม ศูนย์กลางธุรกิจ พื้นที่ไลฟ์สไตล์ และบริการที่ทำให้ครอบครัวสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไร้รอยต่อ
สำหรับบางนา กม.10 การมีทั้งโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีและสถาบันการศึกษาระดับโลกเข้ามาปักหมุด จึงเป็นสัญญาณของการขยับสถานะจาก “ทำเลที่อยู่อาศัยฝั่งตะวันออก” ไปสู่การเป็น Strategic Economic Nodeที่มี Ecosystem ของตัวเอง
หากการลงทุนใหม่ๆ เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้อาจไม่ใช่เพียงยอดขายบ้านของผู้ประกอบการ แต่คือการที่ “บางนา” จะสามารถสร้างแรงดึงดูดให้เกิด New CBD แห่งใหม่และกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของกรุงเทพฯ สำหรับทุน บุคลากร และครอบครัวระดับโลกได้มากเพียงใด





