วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

สมาคมอสังหาฯผนึกกทม. ดันโมเดลเช่า–ออม เปิดทางคนเมืองมีบ้าน

สมาคมอสังหาฯผนึกกทม.ต่อยอด BKK Housing Matching Platform หลังยอดผู้ใช้งานแตะ 3,912 ราย ดันโมเดลเช่า–ออม เปิดทางคนเมืองมีบ้าน

KEY POINTS

  • กทม. ร่วมมือกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ขยายแพลตฟอร์ม BKK Housing Matching สู่ประชาชนทั่วไป เพื่อช่วยให้คนเมืองหาที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
  • นำเสนอโมเดล “เช่า-ออม” เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมซื้อบ้าน ให้สามารถเช่าพร้อมสะสมเงินเพื่อเป็นเจ้าของในอนาคต
  • มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนทำงานและคนรุ่นใหม่สามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในเมืองได้ ภายใต้แนวคิด “บ้านใกล้งาน”
  • จัดงาน BKK Housing Expo เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงประชาชน ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงิน ให้ข้อมูลโครงการและทางเลือกสินเชื่อ

การมีบ้าน สำหรับคนเมือง ไม่ได้วัดกันเพียงราคาต่อตารางเมตร แต่ยังหมายถึงต้นทุนของเวลา ค่าเดินทาง และคุณภาพชีวิตที่ต้องแลกในแต่ละวัน โดยเฉพาะคนทำงานและคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญราคาที่อยู่อาศัยสวนทางกับกำลังซื้อ
โจทย์ดังกล่าวทำให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินหน้าต่อยอด BKK Housing Matching Platform จากเดิมที่มุ่งให้บริการข้าราชการและบุคลากร กทม. สู่ประชาชนทั่วไป ภายใต้แนวคิด “บ้านใกล้งาน” เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนกรุงค้นหาที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องทั้งทำเล งบประมาณ และความสามารถในการซื้อ

 จิตรกร พยัฆโส ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของคนเมือง โดยเฉพาะการช่วยให้คนทำงานเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและอยู่ใกล้สถานที่ทำงาน ซึ่งนอกจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทางแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยในระยะยาว

 “แพลตฟอร์ม” เริ่มจับคู่คนกับบ้านได้จริง

 BKK Housing Matching Platform ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นฐานข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัย แต่กำลังพัฒนาไปสู่กลไกที่เชื่อม “ความต้องการของคน” เข้ากับ “สินค้าที่อยู่อาศัย” โดยตรงข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ย. 2569 พบว่า แพลตฟอร์มมีผู้ใช้งานแล้ว 3,912 ราย มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 50 บริษัท ครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัย 289 โครงการ ที่สำคัญคือเกิดธุรกรรมจริงจากการจับคู่ โดยมีรายการจองผ่านแพลตฟอร์มรวม 60 ยูนิต แบ่งเป็นยอดจอง 56 ยูนิต และโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 4 ยูนิต

 ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นมากกว่าจำนวนผู้เข้าใช้งาน เพราะสะท้อนว่าแพลตฟอร์มกำลังขยับจาก “Matching” ไปสู่การสร้างโอกาสซื้อขายที่อยู่อาศัยจริง
 

พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ กับ กทม. เป็นการนำศักยภาพของภาครัฐและเอกชนมาเชื่อมต่อกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นเมื่อ “ซื้อบ้าน” ไม่ใช่คำตอบเดียว โจทย์จึงอยู่ที่การสร้างทางเลือกหนึ่งในข้อค้นพบจากการดำเนินงาน คือ แม้ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องการมีบ้าน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะพร้อมซื้อได้ทันที

 “ภาระเงินดาวน์ ความสามารถในการกู้ รายได้ และค่าครองชีพ ล้วนเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ ความต้องการมีบ้าน กับ “ความสามารถในการเป็นเจ้าของบ้าน” ยังมีช่องว่างระหว่างกัน”

 โมเดล “เช่า–ออม” จึงถูกหยิบขึ้นมาเป็นอีกทางเลือก โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ยังไม่พร้อมซื้อสามารถเริ่มต้นจากการเช่าที่อยู่อาศัย พร้อมวางแผนและสะสมความพร้อมทางการเงิน เพื่อขยับไปสู่การเป็นเจ้าของในอนาคตแนวคิดนี้จึงไม่ได้มองเพียงว่า คนจะซื้อบ้านหรือไม่ แต่เปลี่ยนคำถามเป็น จะทำอย่างไรให้คนที่ยังซื้อไม่ได้ในวันนี้ มีโอกาสซื้อได้ในวันข้างหน้า

จาก Expo ครั้งแรก สู่เวทีขยายผลครั้งที่ 2

 สัญญาณตอบรับจาก BKK Housing Expo ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 8–9 พ.ค. 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย–ญี่ปุ่น ถือเป็นอีกแรงส่งสำคัญ โดยมีประชาชนเข้าร่วม 2,152 ราย พร้อมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 18 บริษัท ธนาคาร 2 แห่ง และหน่วยงานภาคี 3 หน่วยงาน

 ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าโจทย์ “ที่อยู่อาศัย” ไม่สามารถแก้ได้ด้วยภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการประสานกำลังระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงิน เพื่อทำให้ประชาชนเห็นทั้ง “บ้านที่เหมาะสม” และ “ความเป็นไปได้ในการซื้อ” ในเวลาเดียวกัน ก้าวต่อไปจึงเป็นการขยายแพลตฟอร์มจากกลุ่มบุคลากร กทม. ไปสู่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนทำงานและคนรุ่นใหม่ พร้อมนำแนวคิด “บ้านใกล้งาน” มาขยายผลให้เข้าถึงคนเมืองในวงกว้าง

เปิดเกม “เช่า–ออม” สู่ประชาชน

 สำหรับ BKK Housing Expo ครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–11 ต.ค. 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโครงการที่อยู่อาศัยจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วม พร้อมรับข้อมูลสินเชื่อ การวางแผนทางการเงิน และทางเลือก “เช่า–ออม”

 หัวใจสำคัญของงานจึงไม่ใช่เพียงการนำโครงการมาให้เลือก แต่เป็นการพยายามสร้าง “ระบบนิเวศการมีบ้าน” ตั้งแต่การค้นหาที่อยู่อาศัย การประเมินกำลังซื้อ ไปจนถึงการวางแผนเพื่อให้พร้อมเป็นเจ้าของในอนาคต

 BKK Housing Matching Platform กำลังถูกวางบทบาทให้มากกว่าตลาดรวมโครงการ แต่เป็นตัวกลางที่พยายามลดช่องว่างระหว่าง “บ้านที่มีอยู่” กับ “คนที่ต้องการบ้าน”

โจทย์ต่อไป ไม่ใช่แค่ “มีบ้าน” แต่ต้อง “อยู่ได้”

 ท่ามกลางต้นทุนชีวิตของคนกรุงที่เพิ่มขึ้น การผลักดัน “บ้านใกล้งาน” จึงมีนัยมากกว่าการเพิ่มจำนวนโครงการที่อยู่อาศัย เพราะทำเลที่เหมาะสมสามารถลดต้นทุนการเดินทาง ขณะที่รูปแบบการเงินที่ยืดหยุ่นสามารถลดกำแพงการเข้าสู่ตลาดที่อยู่อาศัยการขยาย BKK Housing Matching Platform และโมเดล “เช่า–ออม” จึงเป็นความพยายามเปลี่ยนโจทย์จากการผลักดันให้คน “ซื้อบ้าน” ไปสู่การสร้างเส้นทางให้คนแต่ละกลุ่มสามารถเลือกวิธีเข้าสู่การมีที่อยู่อาศัยได้ตามกำลังและความพร้อม

ความสำเร็จของนโยบายนี้อาจไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้ใช้งานหรือยอดจอง แต่ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า “บ้านใกล้งาน” สามารถกลายเป็นบ้านที่คนเมืองเข้าถึงได้จริง อยู่ได้จริง และมีโอกาสเป็นเจ้าของได้จริง