พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเกมรุกตลาด Property Management ภูเก็ต วางโรดแมป 3 ปี ปั้นพอร์ตจาก 30 โครงการ สู่ 65 โครงการ เจาะคอนโดมิเนียม–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลใหม่ รับดีมานด์ผู้ซื้อบ้านหลังที่สองและนักลงทุนทั้งไทย–ต่างชาติ ตั้งเป้ารายได้แตะ 150 ล้านบาทภายในปี 2572
KEY POINTS
- พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570-2572) ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารโครงการในภูเก็ตจาก 30 โครงการ เป็น 65 โครงการ
- เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง
- ตั้งเป้าผลักดันรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตให้เติบโตจาก 95 ล้านบาท สู่ 150 ล้านบาทภายในปี 2572
- ชูกลยุทธ์ “Local Touch with Global Standard” ผสานความเชี่ยวชาญในพื้นที่เข้ากับมาตรฐานบริการระดับสากล เพื่อเจาะตลาดลักชัวรีและลูกค้าต่างชาติ
ภาพของ “ภูเก็ต” ในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่กำลังขยับบทบาทสู่เมืองเศรษฐกิจที่มีทั้งการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวกำลังสร้างดีมานด์ด้านที่อยู่อาศัยในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ผู้ที่เข้ามาพำนักระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง ไปจนถึงกลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติที่มองภูเก็ตเป็นทั้งจุดหมายสำหรับการใช้ชีวิตและสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
ท่ามกลางโอกาสดังกล่าว “พลัส พร็อพเพอร์ตี้” ในเครือแสนสิริ จึงประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ระหว่างปี 2570–2572 เดินหน้าขยายธุรกิจ Property Management ในภูเก็ต พร้อมมองหาทำเลศักยภาพใหม่ และขยายฐานไปยังโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ภายใต้แนวคิด “Local Touch with Global Standard”
กางพอร์ต 30 สู่ 65 โครงการ ปักหมุดทำเลใหม่ทั่วภูเก็ต
สมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์–ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ศักยภาพของภูเก็ตในปัจจุบันไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว
ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ตแล้ว 30 โครงการ รวมกว่า 10,000 ยูนิต มีพื้นที่บริหารจัดการรวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมทำเลสำคัญทั้งหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต
สำหรับแผนระยะ 3 ปี บริษัทตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมเดินหน้าสู่ทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยมุ่งเน้นโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่สอดรับกับความต้องการของทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน
เป้าหมายดังกล่าวจะผลักดันรายได้จากธุรกิจ Property Management ในภูเก็ต จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายในปี 2572 หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี พร้อมเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตที่รองรับทั้งตลาดไทยและต่างชาติ
จุดขายเข้าใจพื้นที่ ยกระดับบริการสากล
การแข่งขันในตลาด Property Management ภูเก็ตไม่ได้วัดกันเพียงความสามารถในการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง แต่กำลังขยับไปสู่การสร้าง “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” ที่ตอบโจทย์ผู้พักอาศัยหลากหลายเชื้อชาติ โดยเฉพาะตลาดระดับพรีเมียมและลักซ์ชัวรีที่มีความคาดหวังด้านบริการสูงขึ้น
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงวางจุดยืนผ่านแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ด้วยการนำความเข้าใจบริบทของตลาดภูเก็ตที่สั่งสมมากว่า 18 ปี มาผสานกับมาตรฐานการบริหารจัดการระดับสากล รวมถึงองค์ความรู้ด้าน Hospitality
“เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมานานกว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต ทำให้สั่งสมทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในตลาด”
หัวใจสำคัญคือการออกแบบ Service Model ให้เหมาะกับแต่ละโครงการ โดยพิจารณาทั้งทำเล ประเภทโครงการ และพฤติกรรมของผู้พักอาศัย ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
เสริมบริการ รับตลาดลักชัวรี–ลูกค้าต่างชาติ
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของผู้พักอาศัยในภูเก็ต ทำให้รูปแบบการให้บริการต้องยืดหยุ่นและเข้าใจความต้องการที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นบ้านหลังที่สองหรือสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
พลัสฯ จึงนำองค์ความรู้ด้าน Hospitality เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกบ้าน ตั้งแต่การบริหารจัดการโครงการไปจนถึงบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตและดูแลทรัพย์สิน
ขณะเดียวกัน บริษัทมี “PLUS EDUPLEX” ทำหน้าที่ฝึกอบรมและพัฒนาทีมงาน เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการได้อย่างเป็นมาตรฐาน และสอดรับกับความคาดหวังของตลาดระดับพรีเมียม
LIV-24–Plus Concierge ตอบโจทย์
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่เข้ามาเสริมการบริหารจัดการ คือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยจาก “LIV-24” รวมถึงบริการ “Plus Concierge” ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการอยู่อาศัยและดูแลทรัพย์สิน
บริการดังกล่าวตอบโจทย์พฤติกรรมของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในภูเก็ตตลอดเวลา โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของบ้านหลังที่สองและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งต้องการความมั่นใจว่าทรัพย์สินจะได้รับการดูแลแม้ในช่วงที่เจ้าของไม่อยู่
จากประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี ผสานความเข้าใจตลาดภูเก็ตกว่า 18 ปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงวางเป้าหมายขยายบทบาทจากผู้บริหารจัดการโครงการ สู่การเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อมโยงทั้ง “การดูแลทรัพย์สิน” และ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” รองรับการเติบโตของภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยว เมืองอยู่อาศัย และเมืองลงทุนในเวลาเดียวกัน





