วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เสนา สร้างบ้านร่วมทางฝัน'คอนโด19ชั้น เปลี่ยนกำไร70 ล้านเป็นโอกาสรักษาชีวิต

เสนา เดินหน้าสร้างบ้านร่วมทางฝัน 6'คอนโด19ชั้น เปลี่ยนกำไร70 ล้านเป็นโอกาสรักษาชีวิต ถ้าการซื้อคอนโด 1 ห้อง ไม่ได้จบลงที่การได้ที่อยู่อาศัย แต่ยังเปลี่ยนกำไรจากโครงการให้กลายเป็นเงินสนับสนุนโรงพยาบาลรัฐ

KEY POINTS

  • เสนาดีเวลลอปเม้นท์ดำเนินโครงการ "บ้านร่วมทางฝัน 6" ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมสูง 19 ชั้น ย่านปิ่นเกล้า-บรมราชชนนี
  • โครงการมีเป้าหมายที่จะนำกำไรทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย จำนวน 70 ล้านบาท ไปมอบให้กับโรงพยาบาลรัฐ
  • เงินกำไร 70 ล้านบาทจะถูกส่งมอบให้โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อสนับสนุนงานด้านการแพทย์และเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิตให้แก่ประชาชน

ถ้าการซื้อคอนโด 1 ห้อง ไม่ได้จบลงที่การได้ที่อยู่อาศัย แต่ยังเปลี่ยนกำไรจากโครงการให้กลายเป็นเงินสนับสนุนโรงพยาบาลรัฐ เรื่องนี้อาจทำให้คำว่า “ซื้อบ้าน...ได้บุญ” มีความหมายมากกว่าคำโฆษณา เมื่อคอนโด 1 ห้อง กับโอกาสอีกหลายชีวิต

โดยปกติ เวลาพูดถึงการซื้อบ้านหรือคอนโด เรามักคิดถึงเรื่องทำเล ราคา ฟังก์ชัน หรือความสะดวกในการเดินทางแต่ลองจินตนาการว่า เงินที่เราจ่ายเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหนึ่งห้อง สามารถเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสในการรักษาพยาบาลของคนอีกหลายคนได้นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง “บ้านร่วมทางฝัน” ของ เสนาดีเวลลอปเม้นท์   

โครงการที่ไม่ได้ตั้งต้นจากคำถามเพียงว่า “จะสร้างและขายบ้านอย่างไรให้เกิดกำไร” แต่เพิ่มอีกหนึ่งคำถามเข้ามาว่า กำไรจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะกลับไปสร้างประโยชน์ให้สังคมได้อย่างไร?โมเดลของ  เสนา คือการนำความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาสร้างที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้ และนำกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายไปมอบให้โรงพยาบาลรัฐ
 

จากแนวคิดนี้ เดินทางมาถึงโครงการ “บ้านร่วมทางฝัน 6” คอนโดมิเนียมสูง 19 ชั้น บนทำเลปิ่นเกล้า–บรมราชชนนี ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้ากว่า 37% และคาดว่าจะพร้อมอยู่อาศัยในช่วงต้นปี 2570เป้าหมายของโครงการครั้งนี้คือการส่งมอบกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 70 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อสนับสนุนงานด้านการแพทย์และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการรักษา

จาก “ธุรกิจอสังหาฯ” สู่ “ธุรกิจที่สร้างผลกระทบต่อสังคม”

สิ่งที่น่าสนใจของบ้านร่วมทางฝัน ไม่ใช่เพียงปลายทางที่เงินกำไรจะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลแต่คือวิธีคิดตั้งแต่ต้นทางเพราะการสร้างคอนโดมิเนียมสูง 19 ชั้นหนึ่งอาคาร ต้องผ่านกระบวนการมากมาย ตั้งแต่การจัดหาที่ดิน การออกแบบ การก่อสร้าง การบริหารต้นทุน การตลาด การขาย ไปจนถึงการส่งมอบห้องให้กับลูกค้า

เบื้องหลังตัวเลขกำไร 70 ล้านบาท จึงมีแรงของคนจำนวนมากอยู่ในนั้นตั้งแต่ทีมงานของ เสนา ผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ พันธมิตรทางธุรกิจ ไปจนถึงลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อโครงการทุกคนจึงไม่ได้เป็นเพียง “ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ” แต่สามารถมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลลัพธ์ทางสังคมร่วมกัน

นี่สอดคล้องกับแนวคิด “ปันเวลาที่เหลือเพื่อสังคม” ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารและพนักงานนำเวลานอกเหนือจากภารกิจประจำมาร่วมดูแลโครงการเพราะในวันที่เศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีความท้าทาย การเดินหน้าโครงการอาคารสูงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ เสนาเลือกให้ “บ้านร่วมทางฝัน 6” เป็นหนึ่งใน Mission สำคัญที่ต้องเดินหน้าต่อ
 

Change for the Better

บ้านร่วมทางฝัน 6 ถูกวางแนวคิดภายใต้คำว่า “Change for the Better เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า”ความหมายของคำว่า “คุณภาพชีวิตที่ดี” จึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ภายในห้องพักในมิติหนึ่ง ผู้อยู่อาศัยต้องได้บ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต มีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสม และเดินทางสะดวกแต่อีกมิติหนึ่ง คนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในโครงการก็ควรได้รับประโยชน์จากการเกิดขึ้นของโครงการด้วยนี่คือจุดที่โมเดล “บ้านร่วมทางฝัน” พยายามเชื่อม ธุรกิจ–ผู้บริโภค–สังคม เข้าด้วยกัน

ผู้ซื้อได้ที่อยู่อาศัย บริษัทได้ดำเนินธุรกิจและสังคมได้ทรัพยากรเพิ่มเติมสำหรับระบบสาธารณสุข

ทำเลปิ่นเกล้า–บรมราชชนนี กับโจทย์ “อยู่จริง ใช้ชีวิตจริง”


ในมุมของตัวโครงการ บ้านร่วมทางฝัน 6 ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมือง โดยตั้งอยู่ติดถนนใหญ่บนทำเลปิ่นเกล้า–บรมราชชนนีจุดขายสำคัญคือการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ โดยโครงการมี Shuttle Service รับ–ส่งไปยัง MRT บางขุนนนท์ สายสีน้ำเงิน และ SRT บางบำหรุ สายสีแดง

ขณะเดียวกันยังอยู่ใกล้ศูนย์การค้า แหล่งงาน และสถานพยาบาลสำคัญ โดยใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาทีถึงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลศิริราชส่วนพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบให้มี 3 ชั้น รองรับกิจกรรมมากกว่า 20 รูปแบบ ขณะที่ห้องพักเน้นพื้นที่ใช้สอยและมีเฟอร์นิเจอร์ครบในบางรูปแบบราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.99 ล้านบาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

เมื่อ “กำไร” ไม่ได้วัดแค่กำไรของบริษัท

หากมองธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในมุมทั่วไป สมการอาจเรียบง่ายซื้อที่ดิน → พัฒนาโครงการ → ขาย → สร้างกำไรแต่บ้านร่วมทางฝันพยายามเติมอีกหนึ่งขั้นเข้าไปในสมการซื้อที่ดิน → พัฒนาโครงการ → ขาย → สร้างกำไร → ส่งต่อโอกาสให้สังคม สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่เพียงปลายทางของกำไร

แต่คือความหมายของ “ผลตอบแทน”เพราะกำไร 70 ล้านบาทที่ SENA ตั้งเป้ามอบให้โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ไม่ได้เกิดขึ้นจากการบริจาคเพียงครั้งเดียวแล้วจบลง แต่เกิดจากกิจกรรมทางธุรกิจที่มีผู้ซื้อเป็นส่วนหนึ่งของกลไกนั้นนี่ทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของ Impact Business ที่พยายามสร้างผลลัพธ์ทางสังคมควบคู่ไปกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ

“ซื้อบ้าน...ได้บุญ” จะยั่งยืนแค่ไหน?

สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า บ้านร่วมทางฝัน 6 จะขายได้ตามเป้าหรือไม่ แต่คือโมเดลนี้จะสามารถสร้างความสมดุลระหว่าง “บ้านที่คุ้มค่าสำหรับผู้ซื้อ” กับ “กำไรที่เพียงพอสำหรับส่งต่อให้สังคม” ได้มากแค่ไหน

เพราะยิ่งราคาขายต้องเข้าถึงได้มากเท่าไร การบริหารต้นทุนก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกัน การก่อสร้างอาคารสูงท่ามกลางต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง ก็เป็นอีกโจทย์ที่ผู้พัฒนาต้องบริหารดังนั้น ความสำเร็จของบ้านร่วมทางฝันจึงอาจไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียวแต่อาจวัดจากคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่าเราสามารถสร้างธุรกิจที่ทำกำไร และในเวลาเดียวกันสร้างกำไรให้กับสังคมได้หรือไม่

สำหรับ  เสนา คำตอบกำลังถูกสร้างขึ้นผ่านคอนโดมิเนียมสูง 19 ชั้น บนทำเลปิ่นเกล้า–บรมราชชนนีและหากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย กำไร 70 ล้านบาทจากโครงการนี้จะไม่ได้จบลงที่งบการเงินของบริษัทแต่จะเดินทางต่อไปเป็น “โอกาสในการรักษา” ให้กับใครอีกหลายคน บางทีความหมายของการซื้อบ้านหนึ่งหลังอาจไม่ได้จบลงตรงวันที่เราได้รับกุญแจ แต่อาจเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในวันที่บ้านหลังนั้นช่วยส่งต่อโอกาสให้กับชีวิตของคนอื่น