ทองหล่อ เต็มไปด้วยโครงการระดับลักชัวรี การเข้ามาของ A Asset นำประสบการณ์กว่า 30 ปีจากงานวิศวกรรมและการพัฒนาโครงการในไทย–ญี่ปุ่น–เวียดนาม มาปั้นมิกซ์ยูส หวังสร้าง “แลนด์มาร์กใหม่” ที่เชื่อมคน เมือง และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
KEY POINTS
- A Asset บริษัทที่มีรากฐานด้านวิศวกรรม ประกาศเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกบนที่ดินกว่า 7 ไร่ ติด BTS ทองหล่อ
- ชูแนวคิด Green & Wellness และ Longevity Living เพื่อสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงคน เมือง และสิ่งแวดล้อม
- โครงการประกอบด้วยที่อยู่อาศัย, โรงแรม 5 ดาว, พื้นที่รีเทล, Wellness Center, สำนักงาน และสวนสาธารณะลอยฟ้าขนาดใหญ่
เมื่อทำเลทองอย่าง “สุขุมวิท–ทองหล่อ” เต็มไปด้วยโครงการระดับลักชัวรี การเข้ามาของ A Asset จึงไม่ได้วางเดิมพันเพียงอสังหาริมทรัพย์ แต่หมายถึงการนำประสบการณ์กว่า 30 ปีจากงานวิศวกรรมและการพัฒนาโครงการในไทย–ญี่ปุ่น–เวียดนาม มาปั้นมิกซ์ยูสแนวคิด Green & Wellness หวังสร้าง “แลนด์มาร์กใหม่” ที่เชื่อมคน เมือง และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
จาก “วิศวกรรม” สู่เกมอสังหาฯ ปักหมุดทองหล่อ
ชื่อของ A Asset อาจยังใหม่สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่เบื้องหลังไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เพราะทีมผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทสั่งสมประสบการณ์จากการพัฒนาและบริหารโครงการในหลายประเทศมาอย่างยาวนาน
ภายใต้ปรัชญา “Always Forward สรรค์สร้าง ยั่งยืน” A Asset ประกาศเดินหน้าโครงการ Mixed-use ระดับ Flagship แห่งแรกในประเทศไทย บนทำเลสุขุมวิท ติดสถานี BTS ทองหล่อ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงที่สุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมกรุงเทพฯ
เบื้องหลังความเคลื่อนไหวครั้งนี้คือประสบการณ์จากสองธุรกิจหลักในเครือ ได้แก่ PPSN บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาและบริหารงานก่อสร้างของไทย ซึ่งก่อตั้งในปี 2532 และมีประสบการณ์ในโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่ที่พักอาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ เช่น รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง รวมถึงงานปรับปรุงสนามบินเชียงใหม่และดอนเมือง
อีกด้านคือ BCONS ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนาม ซึ่งมีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า และสถาบันการศึกษา
“วิศวกรรม” มาผสานกับ “การพัฒนา
อสังหาริมทรัพย์ A Asset จึงวางตำแหน่งตัวเองแตกต่างจากผู้พัฒนาโครงการทั่วไป โดยมองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การออกแบบ การบริหารโครงการ การจัดหาวัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงการพัฒนาและการลงทุน
อนวัช ฉัตรศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท กล่าวว่า จุดแข็งขององค์กรเติบโตมาจากรากฐานด้านวิศวกรรม ทำให้สามารถควบคุมมาตรฐานโครงการตั้งแต่การออกแบบ “จากภายในสู่ภายนอก” และมองเห็นทั้งภาพใหญ่และรายละเอียดของโครงการในทุกขั้นตอน
บทเรียน “ญี่ปุ่น–เวียดนาม” สู่โครงการในไทย
สิ่งที่ A Asset นำเข้าสู่ตลาดไทยไม่ได้มีเพียงเงินลงทุน แต่เป็น “องค์ความรู้ข้ามประเทศ” ที่ถูกสะสมจากการทำงานในญี่ปุ่นและเวียดนาม บทเรียนจากญี่ปุ่นคือการให้ความสำคัญกับรายละเอียด แม้เป็นองค์ประกอบเล็กๆ ของโครงการ เพราะรายละเอียดเหล่านั้นอาจกลายเป็นปัจจัยกำหนดคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของอาคารในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
ขณะที่เวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ได้หล่อหลอมแนวคิดเรื่องความมุ่งมั่น การพัฒนาอย่างเป็นระบบ และการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน
2มุมมองดังกล่าวจึงถูกนำมาผสมเป็นแนวคิดการพัฒนาโครงการของ A Asset ในไทย นั่นคือ การไม่ได้มองเพียง “อาคาร” แต่ต้องมองถึงวงจรชีวิตของโครงการและผู้คนที่จะใช้พื้นที่ในระยะยาว
“Always Forward” คือโจทย์ Longevity Living
แก่นสำคัญของ A Asset อยู่ที่ปรัชญา “Always Forward สรรค์สร้าง ยั่งยืน” ซึ่งถูกนำมาใช้ตั้งแต่การออกแบบโครงการ การบริหารงานวิศวกรรม ไปจนถึงการลงทุนและบริหารสินทรัพย์
หัวใจหนึ่งคือแนวคิด Low Maintenance Design หรือการออกแบบที่คำนึงถึงการดูแลรักษาในระยะยาว ไม่ใช่เพียงทำให้โครงการดูดีในวันที่เปิดตัว
ขณะเดียวกัน บริษัทยังวางกรอบการดำเนินงานผ่าน AAA Values ได้แก่
- Always Aware ตระหนักถึงผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกการตัดสินใจ
- Always Advanced นำนวัตกรรมมาพัฒนาภายใต้แนวคิด Performance–People–Planet
- Always Attentive ใส่ใจในรายละเอียดและสร้างสมดุลระหว่างพื้นที่ภายในโครงการกับบริบทโดยรอบ
ทั้งหมดนำไปสู่แนวคิด Longevity Living หรือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความสะดวกสบาย แต่ต้องสามารถอยู่ได้ดีในระยะยาวเกมอสังหาฯ เปลี่ยน จาก “อยู่–ทำงาน–ชอป” สู่ Ecosystem การใช้ชีวิต
เหตุผลที่ A Asset เลือกพัฒนา Mixed-use ไม่ได้เกิดจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคระดับพรีเมียมที่เปลี่ยนไป
วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้มองหาที่อยู่อาศัยแยกออกจากสถานที่ทำงาน ร้านค้า หรือพื้นที่เพื่อสุขภาพอีกต่อไป แต่ต้องการพื้นที่ที่สามารถเชื่อมกิจกรรมเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ
โดยเฉพาะกลุ่ม Wellness Real Estate ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต พื้นที่สีเขียว สุขภาวะ และสภาพแวดล้อมมากขึ้น
โจทย์จึงไม่ใช่เพียง “สร้างให้หรู” แต่คือการสร้าง Ecosystem ที่ทำให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน พักผ่อน ดูแลสุขภาพ และพบปะผู้คนได้ในพื้นที่เดียวกัน
ทำไมต้อง “ทองหล่อ” เมื่อการแข่งขันหนาแน่นขึ้นทุกปี
การเลือกทองหล่อเป็นหมุดหมายสำคัญย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญทองหล่อเป็นทำเลที่มีทั้งศักยภาพด้านการเดินทาง ความหนาแน่นของสิ่งอำนวยความสะดวก และความเป็นชุมชน ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Expat เข้ามาอยู่อาศัยและใช้ชีวิตจำนวนมาก
ความน่าสนใจของทองหล่อจึงอยู่ที่การเป็นทั้ง “ย่านธุรกิจ” และ “ย่านที่อยู่อาศัย” ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังสามารถรองรับผู้บริโภคหลายเจเนอเรชันแต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือทำเลที่มีโครงการระดับพรีเมียมและลักชัวรีอยู่จำนวนมาก
A Asset จึงมอง “ช่องว่าง” ของตลาดไว้ที่การสร้างพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบ Simple Luxury ซึ่งไม่ได้เน้นความหรูหราที่ฉาบอยู่บนตัวอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้ผู้คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
7 ไร่ติด BTS ทองหล่อ เดิมพัน Flagship แห่งใหม่
โครงการ Mixed-use แห่งแรกของ A Asset ในประเทศไทย ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 7 ไร่ ติดสถานี BTS ทองหล่อ ถนนสุขุมวิทนี่จึงเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของบริษัทในการเข้ามาแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีของกรุงเทพฯ
โครงการถูกวางคอนเซปต์ภายใต้ Green & Wellness Real Estate ประกอบด้วยที่อยู่อาศัย โรงแรมระดับ 5 ดาว พื้นที่รีเทล Wellness Center พื้นที่สำนักงานสมัยใหม่ และ Roof Park ขนาดใหญ่
จุดที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว แต่คือความพยายามนำพื้นที่สีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการตั้งแต่ต้น เพื่อสร้างพื้นที่พักผ่อนและยกระดับภูมิทัศน์เมืองไปพร้อมกัน
สำหรับ A Asset นี่คือความพยายามเปลี่ยนภาพของ Mixed-use จาก “โครงการที่รวมหลายฟังก์ชันไว้ในที่เดียว” ไปสู่ “พื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเมือง”
เดิมพัน 5–10 ปี สร้างนิยามใหม่ของ “โครงการที่ดี”
เป้าหมายของ A Asset ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเปิดตัวโครงการ Flagship แห่งแรก แต่บริษัทวางเป้าหมายระยะ 5–10 ปี เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า “โครงการที่ดี”
นายอนวัชระบุว่า บริษัทต้องการเป็นที่จดจำในฐานะ “Thoughtful Development, Sustainable Living” หรือผู้พัฒนาโครงการที่สร้างสรรค์พื้นที่การใช้ชีวิต โดยคำนึงถึงทั้งผู้อยู่อาศัย ผู้ใช้พื้นที่ ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อม
ในมุมนี้ ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ได้วัดเพียงยอดขายหรือมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ แต่รวมถึงการสร้าง “การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก” ให้กับพื้นที่ในระยะยาว
เพราะในสมการของ A Asset การเติบโตที่ยั่งยืนไม่ได้หมายถึงบริษัทหรือโครงการเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเป็นการเติบโตของผู้คน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
จาก 165,000 ล้าน สู่การสร้าง “แลนด์มาร์ก” ของตัวเอง
ประสบการณ์ของทีม A Asset และพันธมิตรตลอดเส้นทางการพัฒนาโครงการในไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม มีมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 165,000 ล้านบาท และมีประสบการณ์พัฒนาและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 20,000 ยูนิต
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า A Asset ไม่ได้เพิ่งเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากแต่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้มีประสบการณ์อยู่เบื้องหลังโครงการ สู่การสร้าง “ชื่อ” ของตัวเองในฐานะผู้พัฒนา
และการเลือกเปิดเกมด้วยโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่บนทำเลติด BTS ทองหล่อ ก็ถือเป็นการเดิมพันที่ชัดเจนโจทย์จากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า A Asset จะสร้างโครงการหรูได้มากแค่ไหน แต่คือจะสามารถเปลี่ยนพื้นที่กว่า 7 ไร่กลางสุขุมวิทให้กลายเป็น Ecosystem ที่มีชีวิต และสร้างคุณค่าให้กับย่านได้จริงหรือไม่
เพราะในวันที่ทองหล่อมี “แลนด์มาร์ก” อยู่แล้วมากมาย การจะสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่อาจไม่ใช่เรื่องของการสร้างอาคารให้โดดเด่นที่สุด แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ผู้คน อยากเข้ามาใช้ชีวิต และอยากกลับมาใช้ซ้ำในระยะยาว





