วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เปิดตัว'ดร.มานะ นิมิตรวานิช'แม่ทัพ REIC คนใหม่ของศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ

เปิดตัว'ดร.มานะ นิมิตรวานิช'แม่ทัพ REIC คนใหม่ของศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เมื่อ “ข้อมูลอสังหาฯ”ต้องคิดให้ไกลกว่าตัวเลข

KEY POINTS

  • ดร.มานะ นิมิตรวานิช นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คนใหม่
  • มีประสบการณ์การทำงานที่ครอบคลุมทั้งภาครัฐ (กระทรวงการคลัง, สภาพัฒน์) และภาคเอกชน (ธนาคารกรุงไทย) ทำให้มีมุมมองที่รอบด้าน
  • ภารกิจสำคัญคือการยกระดับ REIC จากการเป็นเพียง "แหล่งข้อมูล" ไปสู่การเป็น "คลังสมอง" หรือศูนย์กลาง Intelligence ของวงการอสังหาริมทรัพย์
  • มุ่งเน้นการวิเคราะห์และตีความข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์สำหรับอนาคตได้จริง

REIC ได้แม่ทัพคนใหม่ “ดร.มานะ นิมิตรวานิช” นักเศรษฐศาสตร์สายข้อมูล ผู้ผ่านทั้งกระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ และธนาคารกรุงไทย จากบทบาทนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ สู่ภารกิจครั้งใหม่ในการทรานส์ฟอร์มข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้กลายเป็น “คลังสมอง” ที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดและภาครัฐ

จากนักเศรษฐศาสตร์ สู่ผอ. REIC 

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ดร.มานะ นิมิตรวานิช เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REICถ้ามองเพียงตำแหน่งใหม่ นี่อาจเป็นแค่การเปลี่ยนตัวผู้บริหารแต่ถ้ามองให้ลึกลงไป นี่คือการนำ “คนสายข้อมูลและเศรษฐศาสตร์” เข้ามารับโจทย์สำคัญว่า ในวันที่อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยยอดขายเพียงอย่างเดียว REIC จะทำอย่างไรให้ข้อมูลที่มีอยู่ กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการตัดสินใจของทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ

เพราะในโลกที่ข้อมูลมีมากขึ้นทุกวัน สิ่งที่มีค่ากว่า “ข้อมูล” ก็คือความสามารถในการตีความข้อมูลให้เห็นภาพอนาคตและนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชื่อของ ดร.มานะ ถูกวางไว้ในตำแหน่งนี้

 ดีกรีเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐฯ 

ดร.มานะจบการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก Claremont Graduate University สหรัฐอเมริกาเส้นทางการทำงานของเขาครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ไม่ได้มองเศรษฐกิจจากมุมใดมุมหนึ่ง แต่เห็นตั้งแต่ระดับนโยบายของประเทศ ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงธุรกิจและการลงทุนประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงเรียกได้ว่า “ครบเครื่อง” ทั้ง Macro, Micro และ Policyและเมื่อโจทย์ของ REIC คือการเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ ประสบการณ์ลักษณะนี้จึงมีความสำคัญไม่น้อย
 

จาก Krungthai COMPASS สู่ Chief Investment Office — ห้องเครื่องของข้อมูลและการลงทุนหนึ่งในบทบาทสำคัญของ ดร.มานะ คือการเป็นผู้อำนวยการฝ่าย Chief Investment Office ของธนาคารกรุงไทยหน่วยงานนี้เปรียบเสมือนคลังสมองด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ทำหน้าที่ติดตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินทั่วโลก ประมวลผลข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ และนำไปสู่กลยุทธ์การลงทุน รวมถึงคำแนะนำด้านการจัดพอร์ตให้เหมาะสมกับลูกค้าของธนาคาร

“ข้อมูล” ไม่ได้มีค่าเพียงเพราะมันถูกต้อง

แต่ข้อมูลต้องสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริงและนี่คือโจทย์ที่น่าสนใจสำหรับ REIC เช่นกัน เพราะข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จำนวนมหาศาล หากไม่สามารถแปลงเป็น Insight หรือมุมมองที่นำไปใช้ได้ ก็อาจเป็นเพียงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ไม่ได้สร้างคุณค่าเต็มศักยภาพก่อนหน้านั้น ดร.มานะยังเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค รวมถึงเจาะลึกข้อมูลรายอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและการดำเนินธุรกิจของธนาคาร

จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริง หากจะมองว่าเส้นทางที่ผ่านมา คือการสะสมประสบการณ์ตั้งแต่ “อ่านข้อมูล” ไปจนถึง “เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นกลยุทธ์”ผ่านทั้งกระทรวงการคลังและสภาพัฒน์ จึงมองอสังหาฯ ได้ทั้งตลาดและนโยบาย

อีกจุดที่ทำให้โปรไฟล์ของ ดร.มานะ แตกต่าง คือประสบการณ์ในภาครัฐเขาเคยทำงานทั้งใน กระทรวงการคลัง และ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ประสบการณ์ฝั่งรัฐทำให้เข้าใจกลไกเชิงนโยบาย ขณะที่ประสบการณ์ฝั่งเอกชนทำให้เห็นข้อจำกัดและความต้องการของภาคธุรกิจเมื่อทั้งสองมุมมองมาบรรจบกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการมองอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำถามว่า “ตลาดจะขายดีหรือไม่”

โจทย์ใหญ่ของแม่ทัพคนใหม่ 

ความท้าทายของ ดร.มานะ จึงอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ REIC มีข้อมูลมากขึ้นแต่คือการทำให้ REIC เป็นองค์กรข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเป็นมืออาชีพ มีความน่าเชื่อถือ และสามารถยืนได้ด้วยตัวเองนั่นหมายถึงการยกระดับจากการเป็น “แหล่งข้อมูล” ไปสู่การเป็น “ศูนย์กลาง Intelligence” ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ข้อมูลที่ REIC มี ไม่ควรจบลงเพียงรายงานตัวเลขจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ ราคาที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อแต่ควรถูกนำมาต่อยอดเป็นภาพที่ใหญ่ขึ้นว่า ตลาดกำลังเดินไปทางไหน และกำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

เพราะสำหรับผู้ประกอบการ ข้อมูลที่ดีที่สุดไม่ใช่ข้อมูลที่บอกว่า “เมื่อวานเกิดอะไรขึ้น”แต่คือข้อมูลที่ช่วยตอบว่า “พรุ่งนี้ควรทำอะไร”ถ้า REIC ทำให้ข้อมูลกลายเป็น Intelligence ได้ องค์กรนี้จะมีความหมายมากกว่าเดิม

ภารกิจของแม่ทัพคนใหม่จึงน่าจับตาเพราะในวันที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญทั้งความผันผวนของดอกเบี้ย กำลังซื้อที่เปลี่ยนแปลง หนี้ครัวเรือนสูง และโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนไป อสังหาริมทรัพย์กำลังต้องการข้อมูลที่ “ลึก” มากกว่าตัวเลขที่ “เร็ว”

จากประสบการณ์ของ ดร.มานะ ที่เดินทางผ่านทั้งภาครัฐ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ และสายงานลงทุน สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการแต่คือคำถามว่า แม่ทัพคนใหม่จะเปลี่ยน REIC ให้กลายเป็นองค์กรแบบไหน

องค์กรที่ไม่ได้เพียงรายงานว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเกิดอะไรขึ้น”แต่สามารถช่วยให้ทุกคนในตลาดเข้าใจว่า “ทำไมมันถึงเกิดขึ้น และก้าวต่อไปควรเดินไปทางไหน”และนั่นอาจเป็นการทรานส์ฟอร์มที่สำคัญที่สุดของ REIC ในยุคต่อไป