เมื่อ AI กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันของทุกองค์กร แสนสิริx AWS เลือกไม่รีบเป็น First Mover แต่ขอวางรากฐาน Data และคนให้พร้อม ก่อนนำ AI ไปใช้จริง เลือกเป็น Right Mover
KEY POINTS
- แสนสิริไม่เน้นเป็นผู้นำในการใช้ AI รายแรก (First Mover) แต่เลือกเป็นผู้ใช้ที่ถูกที่และถูกเวลา (Right Mover)
- ร่วมมือกับ AWS จัดเวิร์กชอปเพื่อพัฒนาทักษะพนักงาน ให้เข้าใจว่าควรและไม่ควรนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงานส่วนไหน
- ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อม 3 ด้านซึ่งเป็นรากฐานสำคัญก่อนใช้ AI อย่างจริงจัง ได้แก่ คน (ทักษะ), กระบวนการ (Process) และข้อมูล (Data)
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แทบไม่มีเทคโนโลยีใดได้รับความสนใจมากเท่ากับ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ AIตั้งแต่การลงทุนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ไปจนถึงการที่องค์กรในแทบทุกอุตสาหกรรมพยายามนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานภาพที่เกิดขึ้นจึงดูเหมือนว่า ใครเริ่มก่อนก็น่าจะได้เปรียบก่อนแต่สำหรับ แสนสิริ เกม AI อาจไม่ได้วัดกันที่ว่า “ใครใช้ก่อน”แต่อาจวัดกันที่ว่า “ใครพร้อมกว่ากันเมื่อต้องใช้จริง”
นี่คือเหตุผลที่แสนสิริเลือกจับมือกับ Amazon Web Services (AWS) จัด Workshop ด้านการประยุกต์ใช้ AI สำหรับพนักงานสายเทคโนโลยีจากหลากหลายแผนก โดยมี Fellow Intelligenceผู้เชี่ยวชาญด้านการนำ AI มาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทธุรกิจ เข้ามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การทำให้พนักงาน “รู้จัก AI” เท่านั้นแต่คือการทำให้รู้ว่า AI ควรอยู่ตรงไหนของกระบวนการทำงาน และตรงไหนที่ยังไม่ควรใช้
แสนสิริไม่เป็น First Mover แต่เลือกเป็น Right Mover
นายกวิน มโนมัยอุดม ประธานผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มองว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา AI เข้ามามีบทบาทต่อโลกธุรกิจอย่างรวดเร็ว จนทำให้องค์กรแทบทุกแห่งต้องเร่งปรับตัวแต่ในอีกด้านหนึ่ง
การเติบโตของ AI ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าการลงทุนใน AI ให้มากที่สุด จะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีที่สุดจริงหรือไม่?เพราะในโลกความเป็นจริง ผลลัพธ์ไม่ได้มีเพียงด้านเดียวบางบริษัทใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการพึ่งพาแรงงานมนุษย์
ขณะที่บางองค์กรกลับพบว่าต้นทุนจากการนำ AI มาใช้สูงกว่าประสิทธิภาพที่ได้รับ หรือเผชิญผลกระทบที่ไม่ได้คาดคิดจากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว
กรณีเหล่านี้จึงสะท้อนว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ “ยิ่งใช้เร็ว ยิ่งดี” เสมอไปสำหรับแสนสิริ แนวคิดจึงชัดเจนว่า ก่อนจะนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ องค์กรต้องเข้าใจมันให้ถ่องแท้เสียก่อนเพราะการเป็น First Mover อาจไม่ได้สำคัญเท่ากับการเป็นองค์กรที่สามารถเลือกใช้ AI ได้ “ถูกจุด” และ “ถูกเวลา”
AI ยังทำงานแทนคนไม่ได้ทั้งหมด
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมาก AI จึงอาจเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในบางขั้นตอน แต่ยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนกระบวนการทั้งหมดได้
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การถามว่า เราจะใช้ AI กับทุกอย่างได้อย่างไร? แต่เป็นการถามว่างานไหนเหมาะกับ AI และงานไหนยังควรเป็นมนุษย์?
Workshop ครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการทดลองใช้เครื่องมือ AI แต่เปิดโอกาสให้พนักงานได้เห็น Use Cases ที่สามารถนำไปต่อยอดกับงานจริง พร้อมทำความเข้าใจข้อจำกัดของ AI ไปพร้อมกันเพราะในท้ายที่สุด การใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกเครื่องมือที่เก่งที่สุดแต่เริ่มจากการเข้าใจกระบวนการทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด
“Data” กลายเป็นพระเอกตัวจริง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากการนำ AI เข้ามาในองค์กร อาจไม่ใช่ตัว AI เองแต่คือการทำให้องค์กรหันกลับมามองสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง AI นั่นคือ Dataหากข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่มีมาตรฐาน หรือกระบวนการทำงานยังไม่มีประสิทธิภาพ ต่อให้มี AI ที่เก่งเพียงใด ก็อาจไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีออกมาได้
ในมุมของแสนสิริ การ Workshop ครั้งนี้จึงกลายเป็นโอกาสให้พนักงานกลับมาทบทวนตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูล ไปจนถึงกระบวนการทำงานเพราะ AI อาจเป็น “เครื่องยนต์” ขององค์กรยุคใหม่แต่ Data และกระบวนการทำงาน คือถนนที่ทำให้เครื่องยนต์นั้นวิ่งไปได้จริงและนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรที่กำลังเร่งลงทุนใน AIก่อนถามว่า AI ทำอะไรได้บ้าง อาจต้องถามก่อนว่า Data ของเราพร้อมแค่ไหน
AWS ชี้ “ทักษะคน” คือรากฐานขององค์กรยุค AI
ด้านนางสาวทิพมาศ อจลากุล Head of Commercial Industries บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า การลงทุนด้านทักษะบุคลากรคือรากฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่พร้อมรับยุค AI
แนวทางของแสนสิริจึงไม่ได้เริ่มจากการนำ AI มาใช้ในวงกว้างทันที แต่เริ่มจากการสร้างความเข้าใจและพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริงจากนั้นจึงค่อยต่อยอดไปสู่การขยายผลอย่างมีเป้าหมายเพราะเมื่อพนักงานเข้าใจว่า AI สามารถนำมาใช้กับกระบวนการทำงานของตัวเองได้อย่างไร
การนำเทคโนโลยีมาใช้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน และที่สำคัญคือสามารถวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมนี่จึงเป็นโจทย์ที่ AWS ต้องการผลักดันร่วมกับแสนสิริ นั่นคือการพาบุคลากรเดินทางจาก “รู้จัก AI” ไปสู่ “ใช้ AI เป็น”
บทเรียนคือ “วิธีคิดก่อนใช้ AI”
หากมองให้ลึกกว่าการจับมือระหว่างแสนสิริกับ AWS สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่การเลือกใช้ AI ตัวใด หรือนำ AI ไปอยู่ในกระบวนการไหนแต่คือวิธีคิดที่ว่าองค์กรไม่จำเป็นต้องรีบใช้เทคโนโลยีเพียงเพราะทุกคนกำลังใช้เพราะในวันที่ AI กลายเป็นกระแส การไม่วิ่งตามกระแสก็อาจเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง
แสนสิริจึงเลือกเริ่มจาก 3 เรื่องพื้นฐาน ได้แก่ คน กระบวนการ และ Data ก่อนจะขยับไปสู่การใช้ AI อย่างจริงจังท้ายที่สุดแล้ว AI อาจไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุดแต่เป็นการแข่งขันว่า ใครสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นประสิทธิภาพทางธุรกิจได้จริงและในเกมนี้ บางครั้งผู้ชนะอาจไม่ใช่คนที่ออกตัวเร็วที่สุดแต่อาจเป็นคนที่ เตรียมตัวพร้อมที่สุดก่อนออกวิ่ง





