ในวันที่คนอยากมีบ้านไม่ได้ขาดความต้องการ แต่ขาด "กำลังซื้อ" ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จึงต้องเปลี่ยนเกม จากการแข่งขันเรื่องราคา มาเป็นการแข่งขันเรื่อง "การเข้าถึงสินเชื่อ" ล่าสุด เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จับมือธนาคารออมสิน ออกแคมเปญดอกเบี้ย 2.2% พร้อมโปรโมชัน 0 บาท สะท้อนว่าโจทย์ใหญ่ของตลาดวันนี้ ไม่ใช่ขายบ้านให้ได้ แต่ทำอย่างไรให้ลูกค้าซื้อบ้านได้จริง
ปัญหาไม่ใช่ราคาบ้าน แต่คือ "ต้นทุนการกู้"
ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ภาระหนี้ครัวเรือน และเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นผลที่เกิดขึ้นคือ แม้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังต้องการมีบ้าน แต่กลับตัดสินใจชะลอการซื้อ เพราะกังวลกับภาระผ่อนในช่วงเริ่มต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในวันโอนที่กลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่นั่นทำให้ "การลดราคา" เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไป
NC เปลี่ยนเกม จากลดราคา สู่ลดภาระทั้งระบบ
แคมเปญ "NC Deals 0 บาท จบทุกค่าใช้จ่าย" จึงไม่ได้แข่งขันด้วยส่วนลดเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการออกแบบแพ็กเกจที่ลดอุปสรรคตั้งแต่วันตัดสินใจซื้อ ผ่านความร่วมมือกับธนาคารออมสิน ที่มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.2% คงที่นาน 2 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อ เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อบริหารภาระการเงินในช่วงแรกได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน NC ยังรับภาระค่าใช้จ่ายในวันโอน ฟรีค่าส่วนกลาง และมอบส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาทในบางโครงการ
แนวคิดนี้สะท้อนว่า ผู้ประกอบการกำลังเปลี่ยนจากการขาย "บ้าน" มาเป็นการขาย "ความสามารถในการเป็นเจ้าของบ้าน"
11 โครงการกระจายทุกเซ็กเมนต์
อีกจุดที่น่าสนใจ คือ NC ไม่ได้เลือกทำโปรโมชันเฉพาะโครงการใดโครงการหนึ่งแต่ดึงบ้านถึง 11 โครงการ ครอบคลุม 4 ทำเลสำคัญ ตั้งแต่ปิ่นเกล้า เพชรเกษม เวสต์เกต รังสิต ลำลูกกา ศรีนครินทร์ ไปจนถึงพัทยาสินค้ามีตั้งแต่ทาวน์โฮมราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท ไปจนถึงบ้านเดี่ยวระดับ 9 ล้านบาทกลยุทธ์นี้ช่วยขยายฐานลูกค้าได้กว้าง ทั้งกลุ่ม First Jobber ที่กำลังซื้อบ้านหลังแรก ไปจนถึงครอบครัวที่ต้องการขยับขยายพื้นที่อยู่อาศัย
แข่งขันด้วยคุณภาพชีวิต ไม่ใช่แค่ขนาดบ้าน
อีกสิ่งที่สะท้อนทิศทางของ NC คือการนำแนวคิดเรื่อง "Healthy Living" เข้ามาเป็นจุดขายบ้านภายใต้แบรนด์ Neola Xells ถูกพัฒนาให้มีระบบจัดการคุณภาพอากาศภายในบ้าน ลดฝุ่น PM2.5 และเพิ่มอากาศสะอาด ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคหลังโควิดที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากกว่าที่ผ่านมา
นั่นหมายความว่า การแข่งขันของตลาดบ้านแนวราบกำลังเปลี่ยนจากการเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ไปสู่การยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย
จากขายบ้าน สู่บริการหลังการขายตลอดอายุการอยู่อาศัย
นอกจากการปิดการขาย NC ยังพยายามสร้างความแตกต่างด้วยบริการ NC Qpromptบริการดังกล่าวช่วยดูแลเรื่องบ้านหลังการโอน ทั้งการซ่อมบำรุง การต่อเติม และบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัย รวมถึงวงเงินสนับสนุนการต่อเติมบ้านสูงสุด 100,000 บาท
สำหรับแคมเปญที่กำหนดแนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากการส่งมอบบ้านเพียงครั้งเดียว ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดอายุการอยู่อาศัย ซึ่งช่วยเพิ่มความพึงพอใจและสร้างโอกาสในการซื้อซ้ำหรือบอกต่อในอนาคต
แข่งกัน "ปลดล็อกกำลังซื้อ" มากกว่าลดราคา
หากมองภาพรวม กลยุทธ์ของ NC Housing สะท้อนทิศทางเดียวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้ผู้ชนะอาจไม่ใช่บริษัทที่ลดราคามากที่สุด แต่คือบริษัทที่สามารถลด "อุปสรรคในการตัดสินใจซื้อ" ได้มากที่สุดเมื่อผู้บริโภคยังมีความต้องการที่อยู่อาศัย แต่ติดข้อจำกัดด้านสินเชื่อและภาระค่าใช้จ่าย
การจับมือกับสถาบันการเงินเพื่อออกแบบแพ็กเกจสินเชื่อ การช่วยลดต้นทุนวันโอน และการเพิ่มบริการหลังการขาย จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อแคมเปญของ NC Housing จึงไม่ใช่เพียงโปรโมชันกลางปี แต่สะท้อนการเปลี่ยนเกมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่กำลังขยับจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้าน "โซลูชันทางการเงิน" และ "ประสบการณ์การอยู่อาศัย" แบบครบวงจร ซึ่งอาจเป็นสูตรสำคัญของตลาดบ้านไทยในระยะต่อไป


