จากเดิมที่เจ้าของอาคารให้ความสำคัญกับทำเล คุณภาพการก่อสร้าง หรือการบริหารพื้นที่เช่า วันนี้ "ประสิทธิภาพด้านพลังงาน" กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อผลกำไร มูลค่าทรัพย์สิน และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวภายใต้แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG ที่เข้มข้นขึ้น การบริหารอาคารจึงไม่ใช่เพียงการดูแลระบบวิศวกรรมให้ใช้งานได้ตามปกติ แต่ต้องทำให้อาคารใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุด
ค่าไฟพุ่ง จุดเปลี่ยนของการบริหารอาคาร
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่า ไตรมาสแรกปี 2569 ประเทศไทยมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น4.9%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และความต้องการใช้พลังงานที่ขยายตัวต่อเนื่องสำหรับอาคารขนาดใหญ่ ระบบปรับอากาศยังคงเป็น "ผู้ใช้พลังงานรายใหญ่" ที่กินสัดส่วนต้นทุนมากที่สุดคำถามสำคัญจึงไม่ใช่จะลดการใช้ไฟอย่างไร แต่คือจะบริหารระบบพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่กระทบต่อการใช้งานของผู้เช่าและผู้ใช้อาคารได้อย่างไร
จากช่างซ่อม สู่ที่ปรึกษาพลังงาน
นี่คือเหตุผลที่ ทัช พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารในเครือ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยายบทบาทจากผู้บริหารระบบอาคาร สู่การให้บริการ Energy Consultancy หรือที่ปรึกษาด้านการจัดการพลังงานบริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจรูปแบบการใช้พลังงาน วิเคราะห์ประสิทธิภาพของระบบวิศวกรรม ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ ไปจนถึงการวางระบบบริหารจัดการพลังงานตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
เป้าหมายไม่ใช่เพียงการลดค่าใช้จ่าย แต่คือการทำให้อาคารสามารถใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริงของแต่ละพื้นที่
AI เปลี่ยนระบบปรับอากาศให้ "คิดเองได้"
หัวใจสำคัญของบริการคือการนำเทคโนโลยี AI และ IoT มาบริหารจัดการระบบ Chiller Plant ซึ่งถือเป็นระบบที่ใช้พลังงานสูงที่สุดในอาคารส่วนใหญ่แพลตฟอร์ม AIoT จะติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และการใช้พลังงาน ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับการทำงานของเครื่องจักรให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริง
ขณะเดียวกัน ระบบยังสามารถคาดการณ์ความผิดปกติของอุปกรณ์ล่วงหน้า (Predictive Maintenance) ช่วยลดโอกาสการหยุดทำงาน ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรผลลัพธ์คือการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ราว 15-20% ต่อปีโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเปลี่ยนระบบทั้งหมด
อาคารเก่า...ยังมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของตลาดคือ อาคารที่เปิดใช้งานมานานจำนวนมากยังใช้ระบบวิศวกรรมที่ออกแบบตามเงื่อนไขเมื่อหลายสิบปีก่อนแม้โครงสร้างยังแข็งแรง แต่รูปแบบการใช้พลังงานกลับเปลี่ยนไปอย่างมาก การตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับแต่งระบบเดิมให้ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานในปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนปรับปรุงอาคารครั้งใหญ่ แนวทางดังกล่าวช่วยให้อาคารเก่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้
พลังงานไม่ใช่ต้นทุน แต่คือมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์
ภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท ทัช พร็อพเพอร์ตี้ มองว่า อาคารจำนวนมากยังมีศักยภาพในการลดการใช้พลังงาน หากนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาวิเคราะห์อย่างเหมาะสมในวันที่มาตรฐาน ESG กลายเป็นเงื่อนไขของนักลงทุน ผู้เช่า และสถาบันการเงิน การบริหารพลังงานจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือควบคุมต้นทุนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน ยกระดับมาตรฐานอาคาร และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ท้ายที่สุด การลงทุนด้านพลังงานอาจไม่ใช่ "ค่าใช้จ่าย" แต่คือการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพของอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว และเป็นกุญแจสำคัญของการบริหารอาคารอย่างยั่งยืนในยุคที่ต้นทุนพลังงานและความยั่งยืนเดินไปด้วยกัน


