ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 กำลังคัดเลือกผู้เล่นรายใหม่ ไม่ใช่เฉพาะผู้พัฒนาโครงการ แต่รวมถึงบริษัทที่มองเห็นโอกาสจาก "สินทรัพย์พร้อมขาย" ในวันที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันด้านกำลังซื้อ บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) เลือกเดินเกมแตกต่าง ด้วยการก้าวข้ามบทบาทผู้บริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์ เข้าสู่การเป็นนักลงทุนเต็มตัว ผ่านการซื้อห้องชุดแบบยกล็อตในโครงการระดับลักชัวรี เพื่อนำมาบริหารการขายและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว การลงทุนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงดีลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่สะท้อนการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของบริษัทอย่างชัดเจน
ทุ่ม 600 ล้าน ซื้อเหมา Park 24 เดิมพันทำเลพร้อมพงษ์
ฮาริสันทุ่มงบกว่า 600 ล้านบาท เข้าซื้อห้องชุดจำนวน 74 ยูนิตในโครงการPark 24 Phrom Phongคอนโดมิเนียมไฮไรส์บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ ใจกลางสุขุมวิทจุดแข็งของโครงการไม่ได้อยู่แค่ระยะห่างจากรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์เพียง 500 เมตร แต่ยังเชื่อมต่อได้ทั้งสุขุมวิท 24 สุขุมวิท 22 และถนนพระราม 4 พร้อมวิวสวนเบญจกิติ แม่น้ำเจ้าพระยา และบางกระเจ้า ซึ่งเป็นทำเลที่ยังได้รับความนิยมจากผู้เช่าต่างชาติและผู้บริหารระดับสูง เชื่อว่า ทำเลดังกล่าวยังมีศักยภาพสร้างผลตอบแทนจากทั้งการขายและการลงทุนในระยะยาว
Prop2Share จุดเปลี่ยนสู่เกมลงทุน
เบื้องหลังการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ มาจากความสำเร็จของ Prop2Share แพลตฟอร์มรวบรวมสต็อกอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นแพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงผู้พัฒนาโครงการ นายหน้าอิสระ และผู้ซื้อไว้ในระบบเดียว จนมีส่วนสำคัญในการผลักดันยอดขายโครงการ A Space Mega 1 ซึ่งเตรียมปิดการขายในเร็วๆนี้ ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ฮาริสันไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารการขาย แต่เริ่มมองเห็นโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการบริหารพอร์ตด้วยตนเอง
พร้อมพงษ์ ทำเลที่ยังขายได้
แม้ตลาดคอนโดโดยรวมยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ย่านพร้อมพงษ์ยังคงเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของตลาดลักชัวรีแรงหนุนสำคัญมาจากกลุ่มผู้เช่าชาวต่างชาติ (Expat) นักลงทุน และผู้บริหารระดับสูงที่ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยต่อเนื่องการมีแลนด์มาร์กอย่าง EmDistrict ทั้ง Emporium, EmQuartier และ EmSphere รวมถึงการเชื่อมต่อระบบขนส่ง ทำให้ทำเลนี้ยังสามารถรักษามูลค่าอสังหาริมทรัพย์ได้เหนือกว่าหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ
พอร์ตโตแตะ 1,200 ล้านเตรียมเปิดดีลใหม่
การซื้อ Park 24 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนขยายพอร์ตลงทุนฮาริสันเตรียมนำห้องชุดใน All Seasons Mansionบนถนนวิทยุ จำนวน 9 ยูนิต มูลค่าราว 300 ล้านบาท เข้าสู่แผนการขายในระยะถัดไป ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การลงทุนและบริหารรวมมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ตอกย้ำทิศทางการเติบโตสู่ธุรกิจ Real Estate Investment และ Asset Management อย่างเต็มรูปแบบ
สร้าง Ecosystem อสังหาฯ
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของฮาริสัน คือการยกระดับ Prop2Share จากแพลตฟอร์มซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ สู่ Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้เล่นทุกฝ่ายไว้ในระบบเดียวปัจจุบันมีโครงการในระบบกว่า 1,400 โครงการ ครอบคลุมทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และบ้านมือสอง พร้อมอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องโมเดลนี้ช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงสินทรัพย์ของนายหน้า เพิ่มโอกาสปิดการขาย และทำให้ผู้พัฒนาโครงการสามารถกระจายสินค้าสู่เครือข่ายตัวแทนขายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปั้นนายหน้าอิสระ สร้างเครือข่ายขายยุคดิจิทัล
นอกจากเทคโนโลยี ฮาริสันยังลงทุนกับ "คน"บริษัทเปิดให้นายหน้าอิสระเข้าร่วมเครือข่ายโดยไม่มีข้อผูกมัด พร้อมสนับสนุนการอบรมด้านการขาย การตลาด และเครื่องมือดิจิทัลตลอดปี ขณะที่บริษัทรับหน้าที่ดูแลเอกสารและกระบวนการซื้อขายครบวงจร ทำให้นายหน้ามุ่งเน้นการสร้างยอดขายได้เต็มที่ยุทธศาสตร์ดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนโครงการ แต่แข่งขันกันที่ "เครือข่าย" "ข้อมูล" และ "ความสามารถในการบริหารสินทรัพย์"
การลงทุนของฮาริสันสะท้อนภาพใหม่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย เมื่อผู้เล่นเริ่มขยับจากบทบาท "คนขาย" ไปสู่ "ผู้ลงทุนและผู้บริหารสินทรัพย์"ในวันที่ผู้พัฒนาโครงการจำนวนมากยังเร่งระบายสต็อก ผู้ที่มีข้อมูล มีเครือข่ายและมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินทรัพย์ อาจกลายเป็นผู้เล่นที่ได้เปรียบที่สุดในวัฏจักรสังหาฯรอบใหม่


