วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2569

Login
Login

วิกฤติใหม่ของธุรกิจรับสร้างบ้าน ไม่ใช่ยอดขาย แต่ไม่มีคนทำ

วิกฤติใหม่ของธุรกิจรับสร้างบ้าน ไม่ใช่ยอดขาย แต่ไม่มีคนทำ

ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังต้องเดินต่อผู้ประกอบการกลับเริ่มกังวลกับปัญหาที่ใหญ่กว่า “กำลังซื้อ”นั่นคือ “แรงงานกำลังหายไป”

อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) สะท้อนว่า วันนี้แทบทุกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ตั้งแต่ภาคเกษตร บริการ ไปจนถึงภาคก่อสร้างแต่สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้าน ปัญหานี้ยิ่งรุนแรงกว่าอุตสาหกรรมอื่น เพราะเป็นธุรกิจที่ใช้ “แรงงานเข้มข้น”เมื่อแรงงานหายไปต้นทุนเพิ่มขึ้นระยะเวลาก่อสร้างยืดออกและสุดท้าย ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยก็ถูกกระทบโดยตรง

ปัญหาแรงงาน ความเสี่ยงเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

สิ่งที่น่ากังวล คือ วิกฤตนี้ไม่ได้กระทบแค่ผู้รับเหมาแต่กำลังลามไปทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ ช่างฝีมือไปจนถึงผู้บริโภคที่อาจต้องรับต้นทุนบ้านที่แพงขึ้นสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน จึงร่วมผลักดันข้อเสนอผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อเร่งปลดล็อกปัญหาก่อนเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะชะลอตัวหนักกว่าเดิม
 

5 มาตรการ “ปลดล็อกแรงงาน” 

ข้อเสนอแรก คือ การ “ดึงแรงงานผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบ”เพราะในความเป็นจริง แรงงานจำนวนมากยังอยู่ในไทย เพียงแต่ไม่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมายHBA จึงเสนอให้รัฐเปิดขึ้นทะเบียนแบบผ่อนผันพิเศษ โดยไม่ต้องส่งแรงงานกลับประเทศต้นทางเหตุผล คือ นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการเติมแรงงานเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีแรงงาน แต่อยู่ที่ระบบ “ช้าและแพง”

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ คือ ขั้นตอนนำเข้าแรงงานผ่าน MOU ที่ซับซ้อนเกินไปทั้งเอกสารหลายชั้น หลายหน่วยงานและค่าใช้จ่ายแฝงที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับสุดท้าย ต้นทุนเหล่านี้จะย้อนกลับไปที่ราคาบ้านภาคธุรกิจจึงเสนอให้รัฐเปลี่ยนระบบเป็น One-Stop Service เพื่อลดขั้นตอน ลดต้นทุน และทำให้แรงงานเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น

ใบอนุญาตแรงงานยังใช้เวลานับเดือน

HBA ยังเสนอให้ยกระดับระบบต่ออายุใบอนุญาตทำงานเป็นแบบ Real-Time ผ่าน E-Work Permitเพราะปัจจุบัน หลายบริษัทต้องรออนุมัติเป็นสัปดาห์ หรือบางครั้งนานเป็นเดือนสำหรับธุรกิจก่อสร้าง “เวลาที่หายไป” หมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทันทีในวันที่เทคโนโลยีพร้อมแล้วคำถามจึงไม่ใช่ว่า “ทำได้ไหม”แต่คือ “รัฐจะเร่งทำหรือไม่”

อีกข้อเสนอที่น่าสนใจ คือ การเปิด MOU กับประเทศใหม่ ๆที่ผ่านมา ธุรกิจก่อสร้างไทยพึ่งพาแรงงานจากบางประเทศเป็นหลักซึ่งอาจกลายเป็น “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” หากเกิดปัญหาทางการเมือง หรือข้อจำกัดระหว่างประเทศการกระจายแหล่งแรงงาน จึงไม่ใช่แค่เรื่องแรงงานแต่เป็นเรื่อง “ความมั่นคงของเศรษฐกิจ”

สุดท้าย ธุรกิจสร้างบ้าน ไม่ได้ขาดแค่แรงงาน แต่ขาด “ช่างฝีมือ”แม้จะมีแรงงานเพิ่มขึ้นแต่สิ่งที่ตลาดต้องการจริง ๆ คือ “แรงงานทักษะ”เพราะงานสร้างบ้าน ไม่ใช่งานที่ใช้แรงเพียงอย่างเดียวแต่ต้องการช่างที่มีมาตรฐาน

HBA จึงเสนอให้ภาครัฐร่วมกับเอกชน วางระบบ Upskill อย่างจริงจังเพื่อให้แรงงานมีทักษะสูงขึ้นได้ค่าจ้างที่เหมาะสมและช่วยยกระดับคุณภาพทั้งอุตสาหกรรม

 เมื่อ “คนสร้างบ้าน” เริ่มหายไป อาจไม่ใช่แค่ธุรกิจก่อสร้างที่สะเทือน

วันนี้ มูลค่าตลาด “บ้านสร้างเอง” ในไทย อยู่ที่ประมาณ 9,800-12,000 ล้านบาทตัวเลขนี้สะท้อนว่า ธุรกิจรับสร้างบ้าน ไม่ใช่แค่ธุรกิจเฉพาะทางแต่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทยและหากปัญหาแรงงานยังไม่ได้รับการแก้ไขสิ่งที่อาจหายไปในอนาคตอาจไม่ใช่แค่ “แรงงานต่างด้าว”แต่อาจรวมถึง “ศักยภาพการแข่งขัน” ของธุรกิจไทยทั้งระบบด้วย