วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2569

Login
Login

แสนสิริผนึกจุดแข็งSCB WEALTH เจาะเศรษฐีดันบ้านหรูเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

แสนสิริผนึกจุดแข็งSCB WEALTH เจาะเศรษฐีดันบ้านหรูเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ลักชัวรีไทยกำลังเดินเข้าสู่ “สมรภูมิใหม่” เมื่อการแข่งขันไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายบ้านหรู หรือทำเลระดับไพรม์อีกต่อไป แต่กำลังขยับสู่การสร้าง “Ecosystem ความมั่งคั่ง” ที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การลงทุน ไลฟ์สไตล์ และการส่งต่อทรัพย์สินเข้าด้วยกัน เช่น ความเคลื่อนไหวของ “แสนสิริ” ที่จับมือกับ “SCB WEALTH” ภายใต้แคมเปญ “Created with Wealth Mastery” ที่ออกแบบมาเพื่อเจาะลูกค้ากลุ่ม Ultra-High-Net-Worth โดยเฉพาะ

นางสาวศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับSCB WEALTH เป็นการผสานจุดแข็งของ 2 ผู้นำต่างอุตสาหกรรม ฝั่งหนึ่งคือผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารความมั่งคั่งและการลงทุน ขณะที่ “แสนสิริ” คือแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่มีจุดแข็งด้าน Luxury Living และประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับพรีเมียม

แคมเปญนี้ลูกค้าแสนสิริที่ซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่ม Sansiri Luxury Collection และโครงการระดับลักชัวรีที่เข้าร่วมกว่า 37 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮมทั่วประเทศ อาทิ แบรนด์ นาราสิริ, เศรษฐสิริ, ณรินสิริ และ VIA จะได้รับอนุมัติและเบิกใช้วงเงินสินเชื่อกับธนาคารไทยพาณิชย์
 

พร้อมเอกสิทธิ์และโซลูชันบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจรจาก SCB WEALTH ที่ออกแบบครอบคลุมใน 3 มิติสำคัญ ที่เชื่อมโยงทั้งเรื่องการอยู่อาศัย การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งไว้ด้วยกันใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ Wealth Privileges อาทิ บริการที่ปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม (Wealth Advisory), โซลูชันการจัดพอร์ตการลงทุน (Portfolio Solution) และการวางแผนสภาพคล่อง (Liquidity Planning)

รวมถึงรับสิทธิ์ Sansiri Priority, SLC Life Curator หรือการบริการลักชัวรีและประสบการณ์ไลฟ์สไตล์พริวิเล็จระดับเวิลด์คลาสในเครือพันธมิตรจากแสนสิริ และ Financial Benefits เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ โครงสร้างสินเชื่อที่ออกแบบเฉพาะ และข้อเสนอทางการเงินที่เหมาะสม
 

บ้านหรู สินทรัพย์หลักของคนมั่งคั่ง

นางสาวศรีอำไพ กล่าวว่า พฤติกรรมของลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง (Wealth) ยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงให้ความสำคัญกับการเข้าถึงประสบการณ์ที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟมากกว่าการถือครองสินทรัพย์หรือผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียว มีการลงทุนด้านคุณภาพการใช้ชีวิตผ่านที่อยู่อาศัยที่ดี ซึ่งก็เหมือนกับการลงทุนสะสมความมั่งคั่งในระยะยาวรูปแบบหนึ่งเพื่อส่งต่อเป็นคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปได้ โดยสามารถต่อยอดความมั่งคั่งทั้งในมิติของการอยู่อาศัย การบริหารความมั่งคั่ง และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

ปัจจุบันลูกค้าแสนสิริกลุ่ม Wealth รุ่นใหม่ที่มีอายุ 25-40 ปี เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกลุ่ม Ultra-HNWIs อายุ 50 ปีขึ้นไปที่นิยมซื้อบ้านเพื่อส่งต่อเป็นมรดก (Legacy Asset) ให้ทายาทรุ่นต่อไปข้อมูลจากพอร์ตโฟลิโอกลุ่มลูกค้า Sansiri Priority กลุ่มลูกค้าลักชัวรีระดับบนสุดมียอดซื้อขั้นต่ำ 80 ล้านบาท 

ปัจจุบัน มีฐานลูกค้ากว่า 500 ราย ถือครองโครงการรวมมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท มียอดซื้อเฉลี่ยสะสม 150 ล้านบาท/คน มีอัตราการซื้อซ้ำ 75% สะท้อนชัดว่า อสังหาฯ ระดับพรีเมียมเป็น Prime Asset ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดยเฉพาะเซกเมนท์ลักชัวรีที่สร้างผลตอบแทน Yield สูง 6-9% ขับเคลื่อนด้วยลูกค้า 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือ Ultra-HNWIs ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยร่วมกันในครอบครัวใหญ่และส่งต่อเป็นมรดก และกลุ่มอายุ 25-40 ปี หรือ Young Successor มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการต่อยอดลงทุน แต่อาจจะยังไม่ได้รับ Wealth Recognition หรือ โอกาสได้รับการดูแลและเอกสิทธิ์ระดับเดียวกับกลุ่ม Wealth อย่างเต็มรูปแบบ

คนรุ่นใหม่มองบ้านเป็นเครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง

นางสาว ศรีอำไพ กล่าวว่า พฤติกรรมลูกค้ากลุ่มบนเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังโควิด คนรุ่นใหม่และนักลงทุนฐานะมั่งคั่งไม่ได้มองอสังหาฯ เป็นเพียง “บ้านหลังหนึ่ง” อีกต่อไป แต่ใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

“วันนี้ลูกค้าไม่ได้ซื้อบ้านครั้งเดียวแล้วจบ แต่ซื้อเพื่อสะสมพอร์ตอสังหาฯ กระจายความเสี่ยง และต่อยอดความมั่งคั่งสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของตลาดอสังหาฯ หรู จากเพื่ออยู่อาศัย ไปสู่ตลาดเพื่อการลงทุนอย่างชัดเจน”

ทั้งนี้กลุ่มลูกค้า Wealth ยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง และมองหาการทำ Flight to Quality อย่างชัดเจน ไม่ได้หยุดลงทุน และให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่เชื่อมั่น ไม่ต่างกันกับสินทรัพย์และทำเลศักยภาพที่มั่นใจได้สูงสุด ตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยราคา แต่ด้วยความเชื่อมั่นและระบบนิเวศคุณภาพ

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อสังหาฯ ระดับลักชัวรียังคงเป็นหนึ่งใน Core Wealth Asset Classes ที่ชนะเงินเฟ้อสามารถรักษามูลค่าและสร้างการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว จากปัจจัยที่ดินที่หายากและราคาปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง

การจับมือกับ SCB WEALTH นอกจากเป็นการร่วมยกระดับด้าน Strategic Financial Partnership ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอสังหาฯ และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จาก Financial Leverage หรือการใช้เงินทุนธนาคารมาสร้างโอกาสที่คุ้มค่าสูงสุด

พร้อมสิทธิประโยชน์ส่วนลดอัตราดอกเบี้ยตามระดับสินทรัพย์สูงสุด 0.3% สำหรับ 2 ปีแรก สำหรับสินเชื่อบ้าน SCB รวมถึงสร้าง World-Class Confidence Ecosystem เพื่อลดแรงเสียดทานในการลงทุน ช่วยให้ลูกค้ารักษาสภาพคล่องและสามารถวางแผน Wealth Allocation หรือกระจายพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ชี้เศรษฐกิจผันผวนเศรษฐีสนใจอสังหาฯเพิ่มขึ้น

นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในภาวะที่ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน นักลงทุนกลุ่ม High-Net-Worth และ Ultra-High-Net-Worth กำลังกลับมาให้น้ำหนักกับ “Real Asset” มากขึ้น โดยเฉพาะอสังหาฯ ลักชัวรี เหตุผลสำคัญคือ มีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดทุน ช่วยรักษาสมดุลพอร์ตลงทุน และยังตอบโจทย์ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การถือครองสินทรัพย์ระยะยาว และการส่งต่อมรดก

ทั้งนี้กลุ่มเศรษฐีรุ่นใหม่อายุ 25-40 ปี กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเฉลี่ยกว่า 30% ต่อปี เริ่มมองหาเครื่องมือบริหารความมั่งคั่งตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ คนรุ่นใหม่จำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงบริการ Private Banking ได้ง่ายนัก เพราะยังไม่มีสินทรัพย์ทางการเงินในระดับที่ธนาคารกำหนด จึงเป็นที่มาของความร่วมมือครั้งนี้

ไฮไลต์สำคัญของแคมเปญ คือการเชื่อมอสังหาฯ เข้ากับ Wealth Platform”ลูกค้าที่ซื้อโครงการ Sansiri Luxury Collection 50 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์เข้าใช้บริการ SCB Private Banking พร้อมบริการด้านการลงทุน การวางแผนความมั่งคั่ง และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์

ส่วนโครงการมูลค่า 20 ล้านบาทขึ้นไป ได้รับสิทธิ์ SCB FIRST และระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป ได้รับสิทธิ์ SCB PRIME ถือเป็นครั้งแรกๆ ที่บ้านถูกใช้เป็นประตูเข้าสู่บริการบริหารความมั่งคั่งระดับพรีเมียม

การจับมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการหาลูกค้าใหม่ แต่เป็นการขยายฐานลูกค้าที่มีศักยภาพสูงในระยะยาวขณะที่แสนสิริมองว่าความร่วมมือจะช่วยยกระดับแบรนด์จากผู้พัฒนาอสังหาฯ ไปสู่แบรนด์ที่ดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาพทางการเงินของลูกค้าแบบครบวงจร

ที่ผ่านมาแสนสิริพยายามผลักดันแนวคิด Wellness Living อย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกแบบพื้นที่สีเขียว คอมมูนิตี้ การดูแลสัตว์เลี้ยง พื้นที่กิจกรรม รวมถึงบริการ SLC Life Creator สำหรับลูกค้าระดับ Luxury Collection แต่วันนี้เวลเนสถูกขยายความหมายไปไกลกว่าการอยู่อาศัย และ Financial Wellness หรือสุขภาพทางการเงิน กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของคุณภาพชีวิต

“คนยุคใหม่ไม่ได้มองหาความมั่งคั่งเพื่อซื้อของหรูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี ความมั่นคง และการวางแผนอนาคตระยะยาว"

เทรนด์ใหม่เศรษฐีไทย Legacy Planning

นางสาวปรมาศิริ กล่าวว่า อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญ คือการเติบโตของบริการ Family Office และ Legacy Planning กลุ่มลูกค้า Ultra-Wealth เริ่มให้ความสำคัญกับการส่งต่อทรัพย์สินจากรุ่นสู่รุ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางโครงสร้างมรดก ธรรมนูญครอบครัว การจัดการทรัพย์สิน หรือการวางแผนภาษีและอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักของการส่งต่อความมั่งคั่ง

บ้านในมุมมองของเศรษฐีรุ่นใหม่ จึงไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่เป็นทั้ง Legacy, Lifestyle และ Identity ทำเล แบรนด์ คอมมูนิตี้ รวมถึงแนวคิดด้าน Wellness และ Green Living กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุน

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ระบุว่านอกจากกรุงเทพฯ เมืองที่ถูกจับตาคือ ภูเก็ต ซึ่งกำลังกลายเป็นฮับใหม่ของตลาดอสังหาฯ ลักชัวรี ที่มีทั้งลูกค้าคนไทย นักลงทุนต่างชาติ และกลุ่ม Wealth จากหลายจังหวัดเข้ามาซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน สอดคล้องกับมุมมองของ SCB WEALTH ที่พบว่า เมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองเศรษฐกิจ กำลังมีการสะสมความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เดิมพันยอดขาย 1.3 หมื่นล้าน

สำหรับแคมเปญ “Created with Wealth Mastery” มีระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 โดยแสนสิริตั้งเป้ายอดขาย 13,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเป็นการชิงฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ในระยะยาว

นางสาวปรมาศิริ กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งใน Core Asset Class สำคัญของลูกค้ากลุ่ม Wealth บ้านระดับลักซ์ชัวรีจึงไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็น Strategic Life Asset หรือ หนึ่งในบทสำคัญของ Wealth Journey SCB WEALTH จึงมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการทางการเงิน สู่ Trusted Wealth Partner ผ่านแนวคิดการดูแลความมั่งคั่งแบบองค์รวม

“ Wealth Management ไม่ได้เป็นเพียงการบริหารพอร์ตลงทุน แต่คือการออกแบบความมั่งคั่งให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของลูกค้า ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการร่วมออกแบบประสบการณ์เฉพาะบุคคล ด้วยเอกสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติของชีวิต”