ไฟเขียวกรอบงบฯปี 68 วงเงิน 3.6 ล้านล้าน งบลงทุนฯ 7.4 แสนล้าน 20.62% ของงบฯรวม

ไฟเขียวกรอบงบฯปี 68 วงเงิน 3.6 ล้านล้าน  งบลงทุนฯ 7.4 แสนล้าน 20.62% ของงบฯรวม

ครม.ไฟเขียวกรอบงบ68  3.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 67 1.2 แสนล้าน  ขาดดุลงบประมาณ 7.13 แสนล้านบาท  รายจ่ายลงทุน 7.42 แสนล้านบาท 20.62% ของกรอบงบประมาณรวม คาดการณ์เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.1 – 4.1%  พร้อมขยับปฏิทินไป 1 สัปดาห์ ให้หน่วยงานเสนองบภายใน 2 ก.พ.นี้

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (16 ม.ค.) มีมติเห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 3.6 ล้านล้านบาท และการปรับปรุงปฏิทินงบฯ ปี 2568 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ

สำหรับรายละเอียดและกรอบวงเงินโครงสร้างงบประมาณที่ ครม.ให้ความเห็นชอบเป็นไปตามกรอบการคลังระยะปานกลาง (2568 - 2571) โดยในปีงบประมาณ 2568 เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2567 วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.45% โดยมีสาระสำคัญของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 คือ รายจ่ายประจำ 2,713,700 ล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดเชยการคลัง (ไม่มีรายจ่ายในรายการนี้ หลังจากที่ปี 2567 มีการตั้งงบประมาณส่วนนี้ไว้ 111,8361) รายจ่ายลงทุนจำนวน 742,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 20.62% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568  

และรายจ่ายเพื่อชำระคืนต้นเงินกู้จำนวน 144,000 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ทั้งสิ้น 25,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% และคิดเป็นสัดส่วน 4% ของวงเงินงบประมาณ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่เคยจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ไว้ 3.4% ในปี 2567

ทั้งนี้รายได้สุทธิ รัฐบาลคาดการณ์รายได้ไว้ที่ 2.887 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2567 จำนวน 1 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น3.59%

และสุดท้ายคือการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 7.13 แสนล้านบาท โดยเป็นการขาดดุลงบประมาณเพิ่มจากปี 2567 กว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.89% และคิดเป็นสัดส่วน3.56% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลดลงจากงบประมาณปี 2567 ซึ่งมีการขาดดุลงบประมาณในปี 2567 อยู่ที่ 3.64%

นางรัดเกล้ากล่าวต่อว่า สมมติฐานทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยในปี 2568  มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วง 3.1 – 4.1% (ค่ากลาง3.6%) โดยมีแรงสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกที่จะส่งผลดีต่อการส่งออกและการผลิต การขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุน ภาคเอกชน รวมถึงการฟื้นตัวเข้าสู่ระดับปกติของภาคการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีข้อจำกัด จากระดับหนี้สินครัวเรือนและภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง และยังมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับ ความเสี่ยงจากการขยายตัวต่ำกว่าที่คาดของเศรษฐกิจโลกอันเนื่องมาจากปัญหาความูขัดแย้ง ทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้บุส่งผลต่อการผลิต ภาคเกษตร สำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในปี 2568 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อปี  2568 จะอยู่ในช่วง 1.3 – 2.3%  และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มที่จะเกิน 1%  ของจีดีพี

ปรับปรุงปฏิทินงบประมาณ

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบการปรับปรุงปฏิทินงบฯ ปี 68 เนื่องจาก ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 ที่ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการนำนโยบายของรัฐบาล มากำหนดเป็นจุดเน้นที่ต้องดำเนินการในปีงบประมาณ 68 และใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนงาน/โครงการรองรับต่อไป โดยมีการกำหนดสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณที่สะท้อนถึงนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ชัดเจน มีการกำหนดตัวชี้วัดในการดำเนินแผนงาน/โครงการที่ชัดเจน สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

และกรณีจะเพิ่มหรือลดงบประมาณในรายการใด ต้องสามารถอธิบายเหตุผล และความจำเป็นได้อย่างชัดเจน  ให้จังหวัด และกลุ่มจังหวัดสามารถจัดทำข้อเสนอโครงการที่จะตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ให้สอดคล้องกับข้อเสนอของการกระจายอำนาจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานเชิงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ซึ่งด้วยหลักการและเหตุผลทั้ง 2 ข้อข้างต้นนี้ จึงได้มีการเสนอปรับปรุงปฏิทินงบฯ ปี 68

ทั้งนี้มีกรอบเวลาตามปฏิทินงบประมาณที่สำคัญ เช่น ในเดือน ธ.ค. 2566 - 2 ก.พ. 2567 หน่วยรับงบประมาณ จัดทำรายละเอียดคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่แสดงวัตถุประสงค์ แผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการของหน่วยรับงบประมาณ

3 ก.พ. – 19 มี.ค. 2567 สำนักงบประมาณพิจารณารายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และนำเสนอ ครม. และ 26 มี.ค. 2567 ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบรายละเอียด พร้อมแนวทางการปรับปรุงรายละเอียด จากนั้นสำนักงบประมาณ ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำงบประมาณ จากนั้นดำเนินการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ครม. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง และพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อเสนอร่าง พ.ร.บ. และให้ สำนักงบประมาณจัดพิมพ์ร่าง และเอกสารประกอบงบประมาณ

วันที่ 28 พ.ค. 2567 ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และเอกสารประกอบงบประมาณ และนำเสนอสภาผู้แทนราษฎร

วันที่ 5-6 มิ.ย. 2567 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วาระที่ 1 และวันที่ 17 ก.ย. 2567 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศบังคับใช้กฎหมายต่อไป