วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ครม.’ 16 ม.ค.เคาะกรอบงบฯ 68 3.6 ล้านล้าน ขาดดุลฯ 7.13 แสนล้าน

‘ครม.’ 16 ม.ค.เคาะกรอบงบฯ 68  3.6 ล้านล้าน ขาดดุลฯ 7.13 แสนล้าน

จับตา ครม. 16 เคาะกรอบงบประมาณ ปี 2568 หลังจาก 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ สรุปกรอบวงเงินออกมาเรียบร้อยแล้ว พุ่งทะยาน 3.6 ล้านล้านบาท ขาดดุล 713,000 ล้านบาท พร้อมขอขยายเวลาส่งคำขออีก 1 สัปดาห์ สิ้นสุด 2 ก.พ.นี้ ส่วนเรื่องกันงบฯไว้เรื่องดิจิทัลวอลเล็ตขณะนี้ยังไม่ชัดเจน

นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 มกราคม 2567 นี้ สำนักงบประมาณ จะเสนอกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในปฏิทินงบประมาณต่อไป

สำหรับการเสนอกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2568 ครั้งนี้ สำนักงบประมาณ จะสรุปผลการหารือของ 4 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ คือ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงบประมาณ ซึ่งได้ร่วมกันพิจารณาประมาณการรายได้ กำหนดนโยบาย กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่าย และโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายปี 2568 เสร็จสิ้นแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เบื้องต้นจะมีกรอบวงเงินเป็นไปตามแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2568 - 2571) ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมครม.ไปแล้วเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

วงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2568 มีวงเงินรวม 3.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีงบประมาณ 2567 ที่มีวงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท โดยยังเป็นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลการคลัง 713,000 ล้านบาท ภายใต้การประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิ 2.887 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.6%

ส่วนอัตราหนี้สาธารณะคงค้าง อยู่ที่ 12,664,069 ล้านบาท คิดเป็นหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 63.73% โดยประมาณการเศรษฐกิจในปี 2568 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 3.1 - 4.1% (ค่ากลาง 3.6%) และอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 1.5 - 2.5% โดยมูลค่า GDP ของไทย อยู่ที่ 20,049,451 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีอยู่ที่ 19,022,250 ล้านบาท

หลังจาก ครม. เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2568 แล้ว ขั้นตอนต่อไปสำนักงบประมาณ จะให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอคำของบประมาณรายจ่ายเข้ามาให้สำนักงบประมาณพิจารณา ซึ่งในการประชุมครม. ครั้งนี้ จะเสนอให้ครม.ขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 สัปดาห์ จากเดิมที่กำหนดให้ส่งคำขอภายในวันที่ 26 มกราคม 2567 เป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 แทน

“สำนักงบประมาณ จะขอให้ครม.ขยายระยะเวลาการส่งคำขอของทุกหน่วยงานไปอีก 1 สัปดาห์ เพราะอยากให้ทุกหน่วยงานได้จัดทำคำขอให้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายเอาไว้เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีนโยบายย่อยต่าง ๆ กว่า 142 ประเด็น เพื่อให้การทำงบประมาณให้ตรงตามนโยบายของรัฐบาลมากที่สุด” นายเฉลิมพล ระบุ

นายเฉลิมพล ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจะตั้งงบประมาณเผื่อไว้สำหรับการดำเนินโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ในกรณีที่ต้องใช้พัฒนาและดำเนินโครงการด้วย แต่ขอให้ตั้งอย่างสมเหตุสมผล ในปีงบประมาณ 2568 นั้น คงต้องดูก่อนว่าการออก พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อทำโครงการได้ข้อสรุปอย่างไรก่อน เช่น หากผลักดันการออกพรบ.กู้เงินได้ ก็ต้องพิจารณาเรื่องของการตั้งงบประมาณเพื่อใช้หนี้ด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน