“เศรษฐา”แถลงวันนี้ “ฟูลแพคเกจดิจิทัล วอลเล็ต” ลุ้นตัดสิทธิ์คนรวยหรือไม่?

“เศรษฐา”แถลงวันนี้ “ฟูลแพคเกจดิจิทัล วอลเล็ต” ลุ้นตัดสิทธิ์คนรวยหรือไม่?

“เศรษฐา”นั่งประธานประชุมดิจิทัล วอลเล็ต 10000 บาทชุดใหญ่ บ่าย 2 วันนี้เตรียมแถลงฟูลแพคเกจ รายละเอียดครบถ้วนทั้งที่มาเงินงบประมาณ รัศมีการใช้ พร้อมลุ้นตัดสิทธิ์คนรวยหรือไม่

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า วันนี้ (10 พ.ย.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลโดยมีหน่วยงาน และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมโดยพร้อมเพียง และจะมีการแถลงข่าวในเวลา 14.00 น.

นายเศรษฐาเปิดเผยในการระหว่างการแถลงผลงานรัฐบาลรอบ 60 วัน ว่าในเรื่องของดิจิทัลวอลเล็ต ตนเองก็จะมีการแถลง full package เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจโดยจะมีการแถลงพร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มาที่ไปของเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใครได้รับบ้าง เป็นเรื่องของใช้กับสินค้าประเภทใดได้บ้าง กับระยะทางที่กำหนดไว้ตามบัตรประชาชนเป็นกิโลเมตร หรือเป็นอำเภอหรือเป็นตำบล จะมีการชี้แจงให้เกิดขึ้นได้ เรื่องของดิจิทัลวอลเล็ตในการเพิ่มรายได้ด้วย
 


ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ทวิตลงใน X ส่วนตัวว่า มีหลายสำนักข่าวทักมาว่าทำไมออกผลงาน 60 วัน หนึ่งวันก่อนออกแถลงการณ์ digital Wallet ทำไมไม่แถลงพร้อมกัน 

“เศรษฐา”แถลงวันนี้ “ฟูลแพคเกจดิจิทัล วอลเล็ต” ลุ้นตัดสิทธิ์คนรวยหรือไม่?

“ขอชี้แจงอย่างนี้ครับ ผมอยากให้การแถลงข่าวพรุ่งนี้ให้ทุกท่านมุ่งจุดสนใจไปที่ digital Wallet โดยไม่ไปพะวงกับเรื่องผลงาน 60 วันที่ผ่านมาจะได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปและรายละเอียดของโครงการนี้อย่างเต็มที่ครับ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายใดใดที่จะกลบข่าวใดใดทั้งสิ้น เจอกันพรุ่งนี้(10พ.ย.)ครับ ราตรีสวัสดิ์”

ก่อนหน้านี้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลังในฐานะ ประธานการประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้มีการแถลงผลการประชุมฯว่าในเรื่องกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการที่อาจจะมีการตัดกลุ่ม “คนรวย”ออกเพื่อให้โครงการมีขนาดเล็กลง เบื้องต้นมีข้อเสนอ 3 แนวทางที่เสนอคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา คือ

  1. ตัดกลุ่มที่มีรายได้เกิน 25,000 บาทต่อเดือน และหรือมีเงินฝากบัญชี เกิน 100,000 บาท จะเหลือคนที่เข้าร่วมโครงการ 43 ล้านคน ใช้งบประมาณ 430,000 ล้านบาท
  2. ตัดกลุ่มรายได้เกิน 50,000 บาทต่อเดือน และหรือมีเงินฝากบัญชี เกิน 500,000 บาทจะเหลือคนที่เข้าร่วมโครงการ 49 ล้านคน ใช้งบประมาณ 490,000 ล้านบาท
  3. ให้เฉพาะกลุ่มยากไร้ 15-16 ล้านคน ใช้งบประมาณ 160,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ แนวทางนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะเลือกแนวทางใด หรือจะไม่มีการตัดสิทธิ์คนรวยเลยซึ่งจะมีความชัดเจนในวันนี้