“เศรษฐา”ฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุนเวทีผู้นำUNGA78

“เศรษฐา”ฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุนเวทีผู้นำUNGA78

“เศรษฐา”แสดงวิสัยทัศน์ครั้งแรกหลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ต่อผู้นำ 193 ประเทศ ในเวที UNGA 78 ถึงเป้าหมายการพัฒนายั่งยืน พร้อมเดินสายเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในไทย

 

เศรษฐา ทวีสิน”นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ใช้โอกาสในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA 78)ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-23 ก.ย.ที่ผ่านมา แสดงวิสัยทัศน์ต่อผู้นำและตัวแทนชาติสมาชิกทั้ง 193 ประเทศ ถึงเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน พร้อมกับเดินสายเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในไทย ถือเป็นเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญสำหรับการประชุมระดับผู้นำของนายกรัฐมนตรีหลังรับตำแหน่งและเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผู้นำของประเทศได้เดินสายโรดโชว์ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน

เลขาฯ UN ชื่นชม”เศรษฐา”ในเวทีระหว่างประเทศ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ปิดฉากถ้อยแถลงต่อที่ประชุม UNGA 78 ว่า ไทยมุ่งมั่นดำเนินบทบาทนำอย่างสร้างสรรค์ร่วมกับประชาคมโลก เร่งสร้างความเท่าเทียมและยุติธรรมให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางและคนชายขอบ ผ่านการสร้างความเข้มแข็งในกฎหมายและเพิ่มความโปร่งใสในรัฐบาล นอกจากนี้ จะร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมนโยบายการเงินสีเขียว โดยตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2040 มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 20501 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2065 รวมถึง มีแผนใช้พลังงานทดแทนเปลี่ยนผ่านระบบคมนาคมไปสู่การใช้พลังงานสะอาด

ถ้อยแถลงดังกล่าวนั้น เลขาธิการสหประชาชาติ นายอันโตนิอู กุแตเรช (H.E. Mr. António Guterres) ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของนายกรัฐมนตรีในเวทีระหว่าง โดยเฉพาะการนำเสนอได้อย่างสร้างสรรค์ในการประชุมระดับผู้นำ Climate Ambition Summit ซึ่งไทยได้รับเลือกเป็น 1 ในสาม 38 ประเทศจากทั้งหมด 193 ประเทศ รวมทั้ง UN ขอขอบคุณความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ไทยมีต่อ UN และยืนยันถึงการให้ความสำคัญกับไทยในฐานะเป็นที่ตั้งของสำนักงานยูเอ็นในภูมิภาค

มั่นใจต่างชาติลงทุนกว่า5พันล้านเหรียญต่อราย

ในระหว่างการประชุม UNGA 78 นายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบปะกับนักลงทุนต่างชาติขนาดใหญ่หลายราย ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการเงิน ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไทยได้มีโอกาสโรดโชว์เชื้อเชิญนักลงทุนรายใหญ่ให้เข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งนายเศรษฐากล่าวว่า จากการที่ได้พบปะนักลงทุนต่างชาติหลายราย ทำให้เชื่อมั่นว่า จะมีนักลงทุนหลายรายขนเงินเข้ามาลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านเหรียญต่อราย

ยังประเมินยากว่า จะมีเม็ดเงินมาลงทุนรวมๆเท่าไหร่ แต่ที่เราไปเชื้อเชิญนักลงทุน ทั้งเทสล่า ไมโครซอฟท์ เจพี มอร์แกน กูเกิล แบล็กล็อก โกลด์แมนแซค ซิตี้แบงก์ เอสเต้ ลอว์เดอร์ ก็น่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านเหรียญต่อราย กรณีของไมโครซอฟท์นั้น คาดว่า จะเข้ามาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย”นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า เมื่อบริษัทขนาดใหญ่มาลงทุนในไทยแล้ว ถ้าเขามาตั้งสำนักงานใหญ่ที่นี่ เขาก็จะมีโอกาสไปเผยแพร่ความน่าอยู่ในประเทศไทย ก็จะทำให้บริษัทอื่นๆทั้งขนาดเล็กกลางและใหญ่เข้ามาลงทุนอีกมาก"

คาดปีหน้ามีบริษัทไทยจดทะเบียนตลาดหุ้นนิวยอร์ก1ราย

นายเศรษฐายังได้หารือกับผู้นำตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก พร้อมระบุว่า จะพยายามผลักดันให้ภายในปีหน้ามีอย่างน้อยหนึ่งบริษัทของไทยที่ได้ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ทั้งนี้ นายเศรษฐา ได้ไปร่วมสั่นระฆังหรือOpening Bell เพื่อเปิดทำการซื้อขายหุ้นประจำวันที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก หรือ NYSE นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทยที่เดินทางมาสั่นระฆัง ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยคนแรก คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2552

เร่งเปิดประตูการค้าประชุมเอเปคพ.ย.นี้

นายเศรษฐากล่าวว่า ในช่วงเดือนพ.ย.นี้ ตนจะเดินทางไปประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค)ที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะมีการนัดหมายกับบริษัทอีกหลายบริษัท และจะมีการเปิดให้บริษัทของนักธุรกิจไทยที่มีความประสงค์ที่จะไปเปิดประตูการค้ากับต่างประเทศไปพบปะกับบริษัทใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ ในช่วงที่ตนไปร่วมประชุมยูเอ็น จะเห็นได้ว่าได้ไปพบกับบริษัทใหญ่ๆ 2 ภาคส่วน คือ ภาคอุตสาหกรรมกับภาคการเงิน ซึ่งถือเป็นภาคสำคัญหากบริษัทต่างประเทศจะเข้ามาตั้งรกรากที่นี่ เขาก็ต้องการการสนับสนุนด้านการเงินเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เรื่องการลงทุนข้ามชาติ เช่น ไทยไปสหรัฐ หรือสหรัฐมาไทย ก็ต้องการตัวกลางที่มีความเข้มแข็ง มีความรอบรู้ทุกๆ เรื่องในแง่ของการเงิน ฉะนั้น สถาบันการเงินไม่ว่าจะเป็นซิตี้แบงก์ และเจพี มอร์แกน ก็มีใบอนุญาตครบ

FIFA อัดฉีด2ล้านล้านเหรียญหนุนฟุตบอลรากหญ้า

ในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้บริหาร FIFA นายจิอานนี อินฟันติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ FIFA นายเศรษฐากล่าวว่า ได้มีการพูดคุยถึงการจะให้ไทย เป็นเจ้าภาพในการจัดฟุตบอลโลกภายในปี 2032 หรือในอีก 9 ปีข้างหน้า และขอให้สนับสนุนฟุตบอลรากหญ้าของไทยโดยจากเดิมที่สนับสนุนปีละ 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ในปีหน้าจะมีการประชุม FIFA ประจำปี ครั้งที่ 74 ในเดือน พ.ค. 2567 ซี่งทาง FIFA จะมาจัดการประชุมที่ประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 2 พันคน ถือว่า เป็นการประชุมที่ใหญ่มาก เมื่อเทียบจากจำนวนคน ถือว่า ใหญ่กว่าการประชุม UN ซึ่งคนที่เข้ามาประชุมนั้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย

ผมขอบคุณที่ขอบคุณที่ฟีฟาขยายประเทศที่จะเข้าไปให้ผ่านการคัดเลือก World cup ได้จากทวีปเอเชีย จาก 4.5 ทีม เป็น 8.5 ทีม ทำให้ไทยเรามีความหวังยิ่งขึ้น ซึ่งความหวังนี้ไม่ใช่ความหวังแค่ไทยหรืออาเซียนเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก แต่มีนัยยะลึกกว่านั้น คือ ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นโดยเยาวชนไทยเยอะ ที่เรามีโอกาสเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกสูงขึ้น เป็นความฝันและแรงบันดาลใจที่ทำให้เด็กเรามีความฝันและแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่มาเล่นกีฬามากขึ้น ไม่ไปหมกมุ่นกับยาเสพติดหรืออบายมุขเรื่องอื่นๆ และไม่ปฏิเสธว่าเรื่องฟุตบอลเป็นเรื่องที่ผมชอบมากเป็นพิเศษ”

เอกชนไทย 4 รายร่วมโรดโชว์ ยันทิศทางเศรษฐกิจไทยดี

สำหรับการเดินทางมาที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กครั้งนี้มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมดูงานและพบปะผู้บริหารจากตลาดหุ้นด้วย โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนนโยบายการลงทุนของรัฐบาล และประเมินว่า นักลงทุนต่างชาติก็มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในฐานะประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะการเดินทางมาโรดโชว์ต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ นักลงทุนไทย พร้อมสนับสนุนรัฐบาลในทุกประเด็น เพื่อดึงเม็ดเงินจากต่างชาติเข้าประเทศ

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ไทยพาณิชย์ เล่าสั้นๆว่า ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการทำงาน ต่างชาติมองประเทศไทยในมุมเปิดประเทศมากยิ่งขึ้น ด้านนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เล่าว่า จากการร่วมทริปกับนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่ดี นักธุรกิจสหรัฐฯให้การตอบรับ และบริษัทยักษ์ใหญ่ มีความเชื่อมั่นมากขึ้นส่วนนางสาวสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทยกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจมากที่จะทำงานเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ดังนั้น ทุกคนต้องให้กำลังใจ ให้โอกาสทำงาน ไม่มีใครรู้ทุกเรื่องทุกอย่าง การทำงานของรัฐ ก็ต้องงานควบคู่กันไปเอกชน เพื่อพัฒนาประเทศชาติ