วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส.อ.ท.ค้านขึ้นค่าแรงทันที 400 บาท แนะรอเศรษฐกิจฟื้นตัวก่อน

ส.อ.ท.คัดค้านนโยบายขึ้นค่าแรง 400 บาท หลังนายกฯ ประกาศกลางรัฐสภาจะขึ้นเร็วที่สุด แนะรอเศรษฐกิจฟื้นตัวก่อน ชี้ต้นทุนการจ้างเพิ่มขึ้น 30% อาจนำไปสู่การเลิกกิจการและเลิกจ้าง

นโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาท ภายในปี 2570 เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียง โดยในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาไม่ได้มีการระบุนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ไว้ทำให้มีสมาชิกรัฐสภาซักถามถึง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงในที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 12 ก.ย.2566 ว่า นโยบายค่าแรงขั้นต่ำเป็นเรื่องสำคัญที่จะเจรจาทั้ง 3 ฝ่ายทั้งแรงงาน นายจ้างและรัฐบาล เพื่อปรับค่าแรงขั้นต่ำให้อยู่ในระดับเหมาะสม ซึ่งมีเป้าหมายวันละ 400 บาท เร็วที่สุด 

นอกจากนี้ไทยถือว่าโชคดีที่อัตราการว่างงานต่ำกว่า 1% ถือว่าประชากรมีงาน ขณะเดียวกันความต้องการของแรงงานมีเยอะมาก ดังนั้นการเพิ่มแรงงานต่างชาติถือเป็นเรื่องจำเป็น ขณะที่สิ่งที่ต้องดูแลควบคู่กันไปคือสิทธิมนุษยชนศักดิ์สรีและความปลอดภัย

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นต่อนโยบายค่าแรงขั้นต่ำทันที 400 บาท ว่า ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลผสม ที่อาจทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ขาดความเป็นเอกภาพ 

รวมทั้งยังกังวลนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต อาทิ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ และนโยบายด้านพลังงานที่เป็นการปรับลดลงและช่วยได้ในระยะสั้น แต่ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ

“สำหรับนโยบายการปรับขึ้นค่าแรง 400 บาททันที มองว่าต้องพิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งหากขึ้น400 บาททันที แน่นอนว่าลูกจ้างดีใจ แต่ในด้านผู้ประกอบการที่ธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว แต่ต้องมีต้นทุนการจ้างที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% สุดท้ายอาจนำไปสู่การเลิกกิจการและเลิกจ้าง การขึ้นค่าแรงทันทีจึงเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งแต่ไปสร้างปัญหาใหม่”

ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลจะทำได้เลยโดยไม่สร้างผลกระทบใคร คือ มาตรการลดค่าครองชีพ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าและเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมทั้งการใช้มาตรการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่าย อาทิ นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 

จากนั้นเมื่อเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวแล้วค่อยมาคุยกันเรื่องขึ้นค่าแรงก็ยังไม่สายเกินไป โดยการขึ้นค่าแรงก็ต้องเป็นไปตามกลไกไตรภาคี ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ โดยไม่มีการเข้าไปแทรกแซง