พาณิชย์ต่อยอดความสำเร็จสินค้า Local BCG หลังยอดขายทะลุเป้า เตรียมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจ ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านงานแสดงสินค้า พร้อมเดินหน้าโครงการต่อเนื่องปีที่ 2
ปัจจุบันกระแสการบริโภคในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญในการบริโภคสินค้าที่รักษ์โลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงได้กำหนดนโยบายในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ผ่านการจัดทำโครงการ Local BCG ซึ่งเป็นโครงการค้นหาสินค้าที่มีคุณภาพ ดีต่อผู้บริโภค ดีต่อผู้ผลิต และดีต่อสิ่งแวดล้อมโดยเน้นสินค้าศักยภาพ 3 กลุ่ม คือ
1.กลุ่ม BCG ที่มุ่งเน้นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2. กลุ่มสินค้าอัตลักษณ์ ที่ต้องการรักษาภูมิปัญญา รักษาไว้ซึ่งความเฉพาะถิ่น และ3. กลุ่มสินค้านวัตกรรม ที่ต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าชุมชน โดยจะช่วยพัฒนาสินค้าให้น่าสนใจ มีการใช้นวัตกรรม และมีคุณค่ามากกว่าเดิม
โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งต้นปี 66 โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด ในฐานะเซลส์แมนจังหวัด ที่ประจำอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ไปลงพื้นที่ ทำการคัดของดี ของเด่น สินค้าที่มีศักยภาพ ทั้งกลุ่ม BCG กลุ่มสินค้าอัตลักษณ์ และกลุ่มที่มีนวัตกรรม เพื่อทำเป็นฐานข้อมูลสินค้า Local+ แล้วเข้าไปช่วยส่งเสริม ทั้งด้านการผลิต การพัฒนาตัวสินค้า ดีไซน์ สร้างเรื่องราว เพื่อให้มีคุณลักษณะพิเศษ มีคุณค่าต่อจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการรักสิ่งแวดล้อม รักษ์โลก การช่วยสืบทอดวัฒนธรรม เพื่อช่วยผู้บริโภครู้จักสินค้า Local+ สามารถขยายตลาด รวมทั้งเพิ่มมูลค่าของสินค้า
เมื่อได้สินค้าตามเป้าหมายแล้วได้นำสินค้าทั้ง 3 กลุ่มมาจัดแสดงในงานแสดงสินค้า Thailand Local BCG Plus Expo 2023 โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันสินค้า BCG ที่มีศักยภาพและมีคุณภาพ ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทยที่ได้มีการรวบรวมผู้ผลิตผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้า BCG ทั่วทุกภูมิภาคนำมาจัดแสดงและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคซึ่งตลาดสินค้ากลุ่ม Local BCG ถือเป็นตลาดสำคัญที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญในการบริโภคสินค้าที่รักษ์โลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นางวรรณภรณ์ เกตุทัต ผู้ตรวจราชการกระทรงพาณิชย์ กล่าวว่า จัดงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ จำนวนทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยดำเนินการในทุกภูมิภาค 4 ครั้ง ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก จากการดำเนินงานใน 4 ภูมิภาคที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดี ประสบความสำเร็จเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ มีมูลค่าจากการจัดจำหน่ายเกิดขึ้นกว่า 6.5 ล้านบาท และมีมูลค่าจากการเจรจาธุรกิจประมาณ 380 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นกว่า 386.5 ล้านบาท และงาน Thailand Local BCG Plus Expo ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เพิ่งจบไป มีมูลค่าการค้ารวม 694,724,933 บาท แบ่งเป็น ยอดจำหน่ายสินค้าในงาน 4,508,603 บาท และยอดการเจรจาธุรกิจ 690,216,330 บาท ในการจัดงานทั้ง 5 ครั้ง มีมูลค่าการค้ารวม 1,083,531,244 บาท และเป็นยอดจำหน่ายสินค้าภายในงาน 11,087,461 บาท
“โครงการนี้ กระทรวงฯ ได้ดำเนินการเป็นปีแรก แต่ถือว่า ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของการสร้างการรับรู้ ให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป รวมถึงการสร้างมูลค่าที่คาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายของโครงการที่วางไว้ 650 ล้านบาท”
สำหรับแนวทางต่อยอดสินค้าของโครงการ Local BCG กระทรวงจะเดินหน้าการจัดการเจรจา ในระหว่างวันที่ 23 – 25 ส.ค.นี้ ในรูปแบบ Online Business Matching (OBM) โดยความร่วมมือจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ Thaitrade.com และความร่วมมือกันในการพัฒนาผู้ประกอบการจากทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์
ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้มีการประชาสัมพันธ์โครงการ และสินค้าต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ผ่านทางสื่อในช่องทางที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการอย่างครบวงจร นอกจากนี้สำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในระดับส่งออก จะมีการส่งต่อและเปิดโอกาสให้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเฉพาะทางซึ่งเป็นงานระดับประเทศ เช่น งาน Style และ THAIFEX ต่อไป
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะดำเนินการต่อเนื่องในปีที่ 2 โดยจะขยายตลาดให้กลุ่ม Second Tier – สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่จัดงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาคที่ได้รับการพัฒนา และมีความพร้อม จัด Roadshow ในต่างประเทศ ส่วน ปีที่ 3 – 5 เร่งพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความพร้อมและสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ จัดเวทีขยายตลาดนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ในและต่างประเทศ
ปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้มีการเก็บข้อมูลผู้ประกอบการ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล รวมถึงการรวบรวม E-catalog สินค้าโดดเด่นจากจังหวัดต่าง ๆ ที่จะช่วยในการซื้อขาย รวมถึงการทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศต่อไป จึงถือได้ว่า โครงการ Local BCG เป็นนโยบายในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างเงิน สร้างความเข้มแข็งให้ฐานรากของประเทศและตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก









