background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘กรมเจ้าท่า’ เตรียมพีพีพีสร้างท่าเรือสำราญพัทยา 7.4 พันล้าน

‘กรมเจ้าท่า’ เตรียมพีพีพีสร้างท่าเรือสำราญพัทยา 7.4 พันล้าน

“กรมเจ้าท่า” รับดีมานด์ท่องเที่ยวทางทะเล เตรียมเสนอ ครม.ปีนี้ เปิดพีพีพีสร้างท่าเรือสำราญขนาดใหญ่แห่งแรกในไทย ปักหมุดแหลมบาลีฮายพัทยา คาดใช้งบกว่า 7.4 พันล้านบาท ดึงเอกชนบริหาร 30 ปี จ่อเปิดบริการภายในปี 2572 มั่นใจสร้างผลตอบแทน 20% คืนทุนภายใน 10 ปี

นายวรรณชัย บุตรทองดี ผู้อำนวยการกองวิศวกรรม กรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า จากกระแสความนิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนมากถึง 31.5 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเป็น36 ล้านคนในปี 2567 ซึ่งสัดส่วนการเดินทางท่องเที่ยวยังพบว่าจุดหมายปลายทางยอดนิยมยังคงเป็นภูมิภาคเอเชียโดยไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชีย ที่มีจำนวนการเดินทางเทียบท่าของเรือสำราญขนาดใหญ่ 

อย่างไรก็ดี กรมเจ้าท่าเล็งเห็นถึงโอกาสสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการท่องเที่ยวจากกระแสความนิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ จึงเดินหน้าศึกษาโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน สำหรับการพัฒนาท่าเรือสำราญ (Cruise) โดยเบื้องต้นจะพัฒนาในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยว บริเวณแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี ซึ่งท่าเรือสำราญจะห่างออกจากชายฝั่งไปประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมรองรับเรือสำราญเข้าเทียบท่าพร้อมกัน 2 ลำ

“ช่วงที่ผ่านมาไทยรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่เฉลี่ย 500 เที่ยวต่อปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรือสำราญขนาด 9 เมตรบรรจุผู้โดยสารราว 1 พันคน ส่วนเรือสำราญที่มีขนาดใหญ่กว่านั้นจะต้องใช้วิธีจอดเทียบท่าที่โป๊ะเรือชั่วคราว และนำเรือขนาดเล็กขนส่งผู้โดยสารเข้าฝั่ง ซึ่งไม่สะดวกต่อการเดินทาง”

‘กรมเจ้าท่า’ เตรียมพีพีพีสร้างท่าเรือสำราญพัทยา 7.4 พันล้าน

ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าจะพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่เพื่อรองรับเรือสำราญทางการท่องเที่ยวแห่งแรกในไทย โดยปัจจุบันมีแผนพัฒนาในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดกระบี่ ซึ่งตามเป้าหมายแผนพัฒนาในพื้นที่เมืองพัทยาจะแล้วเสร็จภาย พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายในปีนี้ จะนับเป็นการผลักดันสร้างท่าเรือสำราญขนาดใหญ่รับการท่องเที่ยวแห่งแรกในไทย

นายวรรณชัย กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันไทยมีท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีศักยภาพรองรับเรือสำราญ แต่ท่าเรือดังกล่าวไม่ได้เป็นท่าเรือเพื่อรองรับทางการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เป็นท่าเรือเพื่อการขนส่งสินค้าด้วย ดังนั้นจึงไม่สะดวกต่อการรองรับนักท่องเที่ยว ไม่มีบริการที่สนับสนุนนักท่องเที่ยว เช่น อาคารผู้โดยสาร สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ดังนั้นหากกรมเจ้าท่าพัฒนาท่าเรือสำราญเพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ จะเป็นโอกาสในการสนับสนุนการท่องเที่ยวทางทะเลให้เพิ่มมากขึ้น

‘กรมเจ้าท่า’ เตรียมพีพีพีสร้างท่าเรือสำราญพัทยา 7.4 พันล้าน

สำหรับแผนดำเนินงานหลังจากศึกษาโครงการแล้วเสร็จ กรมเจ้าท่าจะเสนอต่อกระทรวงคมนาคม, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ ครม.พิจารณาเห็นชอบโครงการภายในปี 2566 ก่อนนำกลับมาดำเนินการัดทำการให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost สัญญาสัมปทาน 30 ปี ภายในปี 2567 และเริ่มเปิดประมูลภายในปี 2568 โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2569 ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2572 

ทั้งนี้โครงการท่าเรือสำราญ ประเมินวงเงินลงทุนอยู่ที่ 7,412 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าลงทุนก่อสร้าง 5,934 ล้านบาท และค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) 1,478 ล้านบาท โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนงานโครงสร้างพื้นฐานนอกชายฝั่งและบนชายฝั่ง ประกอบด้วย ท่าเทียบเรือและอาคารผู้โดยสาร, สะพานเชื่อมท่าเรือ, ลานจอดรถ, จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินถนนลอยฟ้าจำนวน 5,534 ล้านบาท หรือคิดเป็น 66% ส่วนเอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ประกอบด้วย ระบบสาธารณูปโภค และอุปกรณ์ จำนวน 1,877 ล้านบาท หรือคิดเป็น 34% 

นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่าโครงการพัฒนาท่าเรือสำราญ เมืองพัทยา มีผลตอบแทนทางการเงินคุ้มค่า โดยประเมินว่าในกรณีที่เอกชนติดตั้งอุปกรณ์และดำเนินงานบำรุงรักษาโครงการ เอกชนจะมีผลตอบแทน 20% และมีระยะเวลาคืนทุน 10 ปี ซึ่งกรมเจ้าท่าประเมินว่าโครงการนี้จะสร้างแรงจูงใจในการลงทุนแก่เอกชน เบื้องต้นยังพบว่าเอกชนต่างชาติ กลุ่มดำเนินธุรกิจสายการเดินเรือ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคท่องเที่ยว ทั้งจากฮ่องกง และสิงคโปร์แสดงความสนใจร่วมลงทุนจำนวนมาก

ทั้งนี้ จากการออกแบบท่าเรือสำราญเมืองพัทยา จะพัฒนาให้สามารถรองรับเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ รองรับเรือสำราญเข้าเทียบท่าได้พร้อมกัน 2 ลำ ความยาวท่าเทียบเรือ 300 เมตร และมีหลักผูกเรือบริเวณหัวและท้าย ท่าเทียบเรือ ทำให้มีความยาวหน้าท่ารวม 420 เมตร โดยประเมินว่าอาคารพักผู้โดยสาร ในกรณีที่เป็นท่าเรือต้นทาง(Home Port) จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,500 คนต่อชั่วโมง และในกรณีที่เป็นท่าเรือแวะพัก (Port of Call) จะสามารถรองรับผู้โดยสาร จำนวน 3,500 - 4,000 คนต่อชั่วโมง 

อีกทั้งโครงการนี้จะมีการพัฒนาที่จอดรถยนต์ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อทางบกไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร อยุธยา สมุทรปราการ และบริเวณรอบเมืองพัทยา รวมทั้งมีการพัฒนาที่จอดเรือโดยสาร และเรือเร็ว เพื่อเชื่อมต่อการท่องเที่ยวไปยังเกาะแก่งต่างๆ

‘กรมเจ้าท่า’ เตรียมพีพีพีสร้างท่าเรือสำราญพัทยา 7.4 พันล้าน