ตลาดหลักทรัพย์ประกาศให้ STARK เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน ติดขึ้นเครื่องหมาย NC กรณีส่วนผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ และขึ้น SP อีกรอบ 1 ก.ค. เป็นต้นไปจนกว่าจะแก้ไขเสร็จ
ตลาดหลักทรัพย์ประกาศให้ STARK เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน ติดขึ้นเครื่องหมาย NC กรณีส่วนผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ และขึ้น SP อีกรอบ 1 ก.ค. เป็นต้นไปจนกว่าจะแก้ไขเสร็จ พร้อมเตือนผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลในงบการเงินปี 2565 และรายงานผล special audit
ปัจจุบัน STARK ได้รับอนุญาตให้สามารถซื้อขายได้เป็นการชั่วคราวในระหว่างวันที่ 1 - 30 มิถุนายน 2566 ดังนั้น ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ หลังเปิดการซื้อขายวันนี้ ราคาหุ้นร่วงดิ่งฟลอร์ทันที ลงไปที่ 0.05 บาท จากราคาปิดล่าสุดที่ 0.08 บาท
ฉุดความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย
โดย นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า กรณี STARK ย่อมกระทบกับความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย และก็เป็นบทเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปดูว่ากระบวนการที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวมองกระบวนการที่มีอยู่เพียง แต่ระดับความเข้มข้นของแต่ละองค์ประกอบในกระบวนการตรวจสอบนั้นได้ทำหน้าได้เต็มประสิทธิภาพแล้วหรือยัง ซึ่งต้องเข้าไปตรวจสอบ
ด้านแหล่งข่าวจากโบรกเกอร์ กล่าวว่า กรณี STARK เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในการลงทุนหุ้นและหุ้นกู้ของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก แม้ว่าบริษัทดังกล่าวจะปฏิบัติตามเกณฑ์ถูกต้อง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่าทำงบการเงินถูกต้องหรือไม่ เพราะงบการเงินปี 2564 ของ STARK ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีมาแล้วและแจ้งงบการเงินต่อ ตลท.แล้ว
นอกจากนี้จะกระทบการระดมทุนในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่จะระดมทุนยากขึ้นเพราะนักลงทุนไม่กล้าซื้อ โดยกรณี STARK ภาพทุกอย่างดูดีงบการเงิน ทิศทางการดำเนินธุรกิจ ได้รับเครดิตเรตติ้งระดับ Investment grade แต่สุดท้ายพบการจัดทำงบการเงินผิดปกติหลายเรื่องจนต้องแก้ไขงบปี 2564 ใหม่
ยืนยัน ‘ผู้ถือหุ้น’ ไม่เกี่ยวข้อง
แต่ที่ล่าสุด ทางบริษัทได้ออกมาชี้แจง โดยระบุว่า ทางคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ต่างก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ตอนนี้อยุ่ระหว่างการดำเนินกระบวนทางกฎหมายเพื่อเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่ผิดปกติและทำให้บริษัทเสียหาย โดยจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว
และเมื่อได้รับผลสรุปการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) และการขยายผลการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ (forensic accounting) จากผู้สอบบัญชี และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก็จะนำส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินดดีกับกระบวนทางกฎหมายเพื่อเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่ผิดปกติและทำให้บริษัทเสียหาย พร้อมยืนยันกลุ่มผู้ถือหุ้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น









