ป.ป.ช.เชือดก๊วน อคส. ‘ทุจริต’ ถุงมือยางแสนล้าน!

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุชาติ เตชจักรเสมา อดีตประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า หรือ อคส.พร้อมพวก ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ กรณีจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง ระหว่าง อคส.กับบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด มูลค่ากว่า 112,500 ล้านบาท
เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคล ระบุ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุชาติ เตชจักรเสมา อดีตประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า หรือ อคส.พร้อมพวก ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ กรณีจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง ระหว่าง อคส.กับบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด มูลค่ากว่า 112,500 ล้านบาท
นายนิวัติไชย ระบุว่ามีผู้ถูกกล่าวหา 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ขององค์การคลังสินค้า 2. กลุ่มเอกชนผู้ทำสัญญาซื้อถุงมือยางจากองค์การคลังสินค้า 3. กลุ่มเอกชนผู้ทำสัญญาขายถุงมือยางให้กับอคส. บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด
จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้ร่วมกันในลักษณะแบ่งหน้าที่และให้การช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันในการกระทำความผิด โดยผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของอคส. ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ในการซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ ได้กระทำความผิดโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ในการทุจริต ด้วยการร่วมกันกับผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นกลุ่มเอกชนผู้ทำสัญญาซื้อถุงมือยางนำบริษัท ไทย สไมล์ เทรด จำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการค้าขายถุงมือยาง
รวมทั้งยังได้ร่วมกันแอบอ้างว่ามีผู้แทนของ GALORE MANAGEMENT, LLC และ KRENEK LAW OFFICES, PLLC ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐเข้ามาเป็นผู้ซื้อถุงมือยางจากอคส.ในมูลค่าสูง ทั้งที่ยังไม่ได้มีการวางหลักเกณฑ์หรือระเบียบในการจัดหาและจำหน่ายสินค้า
จากนั้นได้เร่งรีบเสนอโครงการจัดซื้อถุงมือยางที่ไม่ได้อยู่ในแผนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของอคส. ไม่ติดประกาศในที่เปิดเผย ไม่มีราคาอ้างอิง โดยใช้เป็นข้ออ้างว่ามีลูกค้ารองรับซื้อต่อล่วงหน้าแล้ว เพื่อมุ่งหมายและมีวัตถุประสงค์ในการร่วมกับกลุ่มเอกชนผู้ทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางนำบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด เข้าทำสัญญาขายถุงมือยางกับอคส.โดยไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น
รวมทั้งเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการถอนเงินขององค์การคลังสินค้าที่ได้ฝากประจำไว้ยังสถาบันการเงินไปจ่ายเป็นเงินล่วงหน้าให้กับบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด จำนวน 2 พันล้านบาท โดยไม่มีอำนาจ
ประกอบกับสัญญาที่ใช้ ในการลงนาม ก็ไม่ใช่สัญญาที่ใช้หรือเคยใช้อยู่ในหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งไม่ดำเนินการส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญา อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การคลังสินค้าและราชการอย่างร้ายแรง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติการดำเนินการทางอาญาและทางวินัย
ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้อายัดไว้รวมเป็นเงินและทรัพย์สิน 550,643,514 บาท และที่ดินกว่า 33 ไร่ โดยขอให้อัยการสูงสุดร้องขอให้ศาลริบทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำความผิดดังนี้
1. เงินฝากของบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด และนายธณรัสย์ หัดศรี ในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย รวมเป็นเงินจำนวน 315,946,014.79 บาท พร้อมดอกเบี้ย
2. เงินของบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ที่สำนักงานวางทรัพย์จังหวัดนครปฐม จำนวน 14,697,500 บาท
3. ที่ดินของบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ตามโฉนดที่ดินตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัด สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 33 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง
4. เงินจำนวน 200 ล้านบาท ที่บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด นำไปวางเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญากับองค์การคลังสินค้า ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดไว้
5. เงินจำนวน 20 ล้านบาท ที่บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด จ่ายให้กับบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดไว้และให้ส่งข้อมูลที่ได้จากการไต่สวนให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป







