ลงทะเบียน 'ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ' สำหรับผู้ถือ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' 15 มี.ค.นี้

ลงทะเบียน 'ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ' สำหรับผู้ถือ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' 15 มี.ค.นี้

เปิดวิธีลงทะเบียนรับสิทธิ "ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ" สำหรับผู้ถือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือ บัตรคนจน 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิต่อ 1 รหัสประจำบ้าน เริ่ม 15 มี.ค.66 เช็กเงื่อนไขที่นี่!

จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระ "ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ" ให้แก่ผู้ถือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือ "บัตรคนจน" นั้น ล่าสุดวันนี้ (8 มี.ค.66) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการ "ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ" จะมีการเปลี่ยนเป็นภาครัฐโดย กระทรวงการคลัง จะสนับสนุนค่าไฟฟ้า และ/หรือค่าประปา ให้แก่ผู้ให้บริการโดยตรงตามมูลค่าที่ผู้มีบัตร ใช้สิทธิตามเงื่อนไขมาตรการบรรเทาฯ ที่กำหนด 

โดยวิธีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายนี้จะทำให้ผู้มี "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือ "บัตรคนจน" ไม่ต้องสำรองเงินจ่ายค่าบริการไปก่อน ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระ และเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ผู้มีบัตร  

ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ที่ประสงค์รับสิทธิมาตรการบรรเทาฯ จะต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิใหม่ทุกคน 

 

 

ลงทะเบียน 'ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ' สำหรับผู้ถือ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' 15 มี.ค.นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงได้รวบรวมรายละเอียดการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ "ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ" ให้ผู้ถือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือ "บัตรคนจน" ไว้ดังนี้

  • ลงทะเบียนรับสิทธิลด "ค่าไฟฟ้า"

1. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือผ่านเว็บไซต์ https://meagate1.mea.or.th/welfareregis คลิกที่นี่ เบอร์ติดต่อ 1130

2. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือผ่านเว็บไซต์ https://welfareregis.pea.co.th คลิกที่นี่ เบอร์ติดต่อ 1129  

3. กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กทร.) หรือผ่านเว็บไซต์ https://walfareregis.sea.co.th คลิกที่นี่ เบอร์ติดต่อ 086-848-1284 

ลงทะเบียน 'ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ' สำหรับผู้ถือ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' 15 มี.ค.นี้

ลงทะเบียนลด "ค่าน้ำ"

  1. "การประปาส่วนภูมิภาค" คลิกที่นี่ เบอร์ติดต่อ 1125
  2. "การประปานครหลวง" คลิกที่นี่ เบอร์ติดต่อ 1662

ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ และได้ยืนยันตัวตนสำเร็จเพื่อรับสิทธิตามโครงการ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ปี 2565 แล้วสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปาได้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป กับหน่วยงานผู้ให้บริการที่ผู้มีบัตรรับบริการอยู่

ทั้งนี้ หากลงทะเบียนรับสิทธิค่าไฟฟ้ากับ กฟน. หรือ กฟภ. สำเร็จภายในวันที่ 8 เมษายน 2566 เวลา 17.00 น. หรือลงทะเบียนกับ กทร. สำเร็จภายในวันที่ 20 เมษายน 2566 เวลา 17.00 น. และ/หรือลงทะเบียนรับสิทธิค่าน้ำประปา กับ กปน. หรือ กปภ. สำเร็จภายในวันที่ 25 มีนาคม 2566 เวลา 17.00 น. จะได้รับสิทธิเดือนแรก คือ “ใบแจ้งหนี้ค่าบริการเดือนเมษายน 2566

  • ผู้ที่ลงทะเบียนภายหลังวัน และเวลาดังกล่าว 

เมื่อลงทะเบียนรับสิทธิค่าไฟฟ้ากับ กฟน. หรือ กฟภ. สำเร็จภายในวันที่ 8 เวลา 17.00 น. ของแต่ละเดือน หรือลงทะเบียนกับ กทร. สำเร็จภายในวันที่ 20 เวลา17.00 น. ของแต่ละเดือน และ/หรือลงทะเบียนรับสิทธิค่าน้ำประปากับ กปน. หรือ กปภ. สำเร็จภายในวันที่ 25 เวลา 17.00 น. ของแต่ละเดือน จะสามารถได้รับสิทธิสำหรับใบแจ้งหนี้ค่าบริการในเดือนถัดไป (ไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง)

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายเก่า)

สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิตามมาตรการ "ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ" ให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 และปี 2561 (รายเก่า) จะสามารถใช้สิทธิในรอบใบแจ้งหนี้ค่าบริการเดือนมีนาคม 2566 เป็นเดือนสุดท้าย โดยสามารถนำใบแจ้งหนี้ค่าบริการที่ค้างชำระในช่วงที่ได้รับสิทธิตามมาตรการบรรเทาฯ ไปชำระเพื่อขอรับเงินสนับสนุนได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2566 

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 (รายใหม่)

ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 สามารถเข้าร่วมมาตรการบรรเทาฯ ได้ทุกคน แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสวัสดิการของมาตรการบรรเทาฯ ที่กำหนดการให้สวัสดิการแบบ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิต่อ 1 รหัสประจำบ้าน ซึ่งสามารถลงทะเบียนรับสิทธิค่าไฟฟ้าได้เพียงผู้ให้บริการ 1 หน่วยงาน เช่นเดียวกันกับค่าน้ำประปาที่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิค่าบริการได้เพียงผู้ให้บริการ 1 หน่วยงาน