วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม.หอการค้าไทย คาดส่งออกไทย ปี 66 ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 3 ปี

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย วิเคราะห์ส่งออกไทยปี 66 ขยายตัวไม่เกิน 1.5 % โตต่ำสุดในรอบ 3 ปี เจอมรสุม 7 ลูกใหญ่ จับตามาตรการด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคมของต่างประเทศ ซ้ำเติมส่งออกไทย

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผอ.ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า คาดการณ์ส่งออกไทย ปี 2566ว่าจะขยายตัว -0.5%-1.5%โตต่ำสุดในรอบ 3 ปี คิดเป็นมูลค่า 295,203 ล้านดอลลาร์ โดยมีค่ากลางเฉลี่ยอยู่ที่1 % มูลค่า 290,819 -296,665 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ตลาดส่งออกสำคัญขยายตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อาทิ สหรัฐอเมริกา ลดเหลือ 0.6 %จาก 14.5%, ญี่ปุ่น ลดลงเหลือ 0.3% จาก 0.8% ,สหภาพยุโรป ลดลงเหลือ 0.1% จาก7.7% และอาเซียนลดเหลือ1.2% จาก13.1% เป็นต้น

การส่งออกไทยมี 7 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ 1.เศรษฐกิจโลกและคู่ค้าชะลอตัว โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)คาดว่าจีดีพีโลกจะโตเพียง2.7%ต่ำกว่า3.2%ในปีก่อน ขณะที่การค้าของโลก ปีนี้ ขยายตัว 1%น้อยกว่าปีก่อนที่ 3.5% 2. สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังยืดเยื้อตลอดทั้งปีนี้ทำให้จีดีพีโลกหายไป0.4-1% และฉุดให้มูลค่าการส่งออกไทยหายไป 0.7-1.7% หรือคิดเป็นมูลค่า 2,011- 5,028ล้านดอลลาร์ หรือ 72,396 -181,008 ล้านบาท

3. ราคาน้ำมันยังสูงเฉลี่ยที่ 80-120 ดอลลาร์ต่อบาเรล เพราะจีนใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นหลังเปิดประเทศ ,อากาศแปรปรวนกระทบความต้องการพลังงานในยุโรปและโอเปกลดยังกำลังการผลิตอีก 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน4.อัตราเงินเฟ้อยังสูงที่ 1-3% แต่อาจลดลง ตามทิศทางปรับดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) และธนาคารกลางของประเทศอื่น ส่วนค่าเงินบาท คาดว่าจะเคลื่อนไหวในระดับ 35-36บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปีก่อนที่เฉลี่ยอยู่ที่ 35.1ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

5. ราคาวัตถุดิบและสินค้าจะเพิ่มขึ้น 14% จากปัญหาสงคราม 6.เฟดอาจควบคุมเงินเฟ้อตามเป้า 2% ด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ย เข้าสู่กรอบ 5.00-5.25%ถือเป็นสูงสุดในรอบ15ปี และ7.ความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯจะทำให้เกิดมาตรการตอบโต้ทางการค้าส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโลกและไทย อาทิ อุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ โทรศัพท์เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า รองเท้า อาหารทะเล รถยนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลกระทบจากการเปิดประเทศของจีนด้วยว่า จะส่งผลอย่างไรต่อการส่งออกของไทยอย่างไร หากโควิดไม่ระบาดในจีนจะส่งผลดีทำให้มูลค่าส่งออกไปยังตลาดจีน เพิ่มขึ้น 33,336- 41,652ล้านบาท แต่หากโควิดระบาดในจีน และรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาดจนต้องปิดประเทศอีกครั้ง อาจะกระทบทำให้มูลค่าส่งออกไทย หายไป 4,896- 24,120 ล้านบาท

รวมไปถึงต้องติดตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคมของต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยปี 2566ด้วย โดยเฉพาะกรณีที่ 1. สหภาพยุโรปจะบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ ปาล์มน้ำมัน วัวและผลิตภัณฑ์ และกาแฟของไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้อียูออกมาระบุว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวเข้าข่ายบุกรุก ทำลายป่า  

2.กฎหมาย Clean Competition Act (CCA) โดยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอน ของสหรัฐ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.67 โดยจะมีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม, ปุ๋ย, ปิโตรเคมี, ซีเมนต์, เหล็ก, อะลูมิเนียม, กระจก, กระดาษ และเอทานอล เป็นต้น

3. มาตรการปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.66 โดยจะมีผลกระทบต่อสินค้าในกลุ่มเหล็ก เหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์และพลาสติก ไฮโดรเจน เป็นต้น

4. การเก็บภาษีบรรจุภัณฑ์ที่ใช้พลาสติกใหม่ ของสหรัฐฯ (ยังไม่กำหนดวันเริ่มใช้บังคับ) โดยจะมีผลกระทบกับสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์จากพลาสติก