"Palliative Care" ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย อาจแตะ 25 ล้านดอลลาร์ในปี 2573

"Palliative Care" ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย อาจแตะ 25 ล้านดอลลาร์ในปี 2573

"Palliative Care" หรือการ "ดูแลผู้สูงอายุ" และผู้ป่วยแบบประคับประคอง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเติบโตสูงไปอีกหลายปีข้างหน้า ผลสำรวจคาดว่ามูลค่าตลาดจะสูงถึง 25,309 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573 สอดรับภาวะ "สังคมสูงวัย" ทั่วโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ สังคมทวิตเตอร์แห่แชร์ความเห็นเกี่ยวกับ “ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ” ที่พบว่ามีทิศทางเติบโตสูงในช่วง 2-3 ปีมานี้ โดยสาเหตุหลักๆ มาจากการที่หลายประเทศทั่วโลกก้าวสู่ภาวะ “สังคมผู้สูงอายุ” และการมีประชากรเกิดใหม่ลดลง

ผู้ใช้งานทวิตเตอร์บางคนสะท้อนความเห็นว่า สาเหตุอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้มาแรง เป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ที่บังคับให้ลูกๆ ต้องออกไปทำงานมาเลี้ยงดูครอบครัวตัวเอง มากกว่ารับภาระดูแลพ่อ แม่ คนแก่ที่บ้าน

บ้างก็แชร์ว่าธุรกิจ Palliative care เติบโตในประเทศแถบยุโรปมา 10 ปีแล้ว แต่ในเอเชียเพิ่งจะเริ่มโต เพราะวิธีคิดเกี่ยวกับความตาย และการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยในบ้านเราเริ่มเปลี่ยนไปจากอดีต

จากความเห็นจากชาวเน็ตดังกล่าว เมื่อเจาะข้อมูลลึกลงไปก็พบผลสำรวจจากทางการตลาดหลายสำนัก ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตั้งแต่ปี 2563-2564 เป็นต้นมา ธุรกิจแนว Palliative care และ/หรือ Home Care ทั่วโลกเติบโตสูงขึ้นจริง และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปทุกๆ ปี ภายในอีก 3-8 ปีข้างหน้า

ยืนยันจาก Allied Market Research ที่สำรวจเกี่ยวกับมูลค่าการตลาดของธุรกิจ Palliative care จากทั่วโลก ก็พบว่า ภาพรวมตลาดของธุรกิจดังกล่าวทั่วโลก มีมูลค่า 11,200 ล้านดอลลาร์ในปี 2563 และคาดว่าจะสูงถึง 25,309 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 8.4% ระหว่างปี 2564 ถึง 2573

"Palliative Care" ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย อาจแตะ 25 ล้านดอลลาร์ในปี 2573     ภาพจาก : Allied Market Research

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดการดูแลแบบประคับประคองให้เติบโตสูง ได้แก่

  • การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุทั่วโลก
  • ความต้องการบริการการดูแลแบบประคับประคองในโรงพยาบาลและคลินิกเพิ่มขึ้น
  • จำนวนแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการดูแลแบบประคับประคองเพิ่มขึ้น
  • ผู้คนสมัยนี้เกิดการรับรู้ และตระหนักถึงโรคเรื้อรังที่คุกคามชีวิตเพิ่มขึ้น
  • ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการตรวจโรคระยะไกลในอุตสาหกรรม “Wellness” พัฒนามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน การเข้าไม่ถึงบริการ Palliative care ในประเทศด้อยพัฒนา คาดว่าจะขัดขวางการเติบโตของตลาดในช่วงระยะเวลาคาดการณ์ดังกล่าว

ในอีกมุมหนึ่งมีรายงานจาก Bank of America (BofA) Global Research ชี้ว่า บ้านพัก และดูแลผู้สูงอายุในสหรัฐ เป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงถึง 23 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 โดยจะเติบโตขึ้นอีกในปีต่อๆ ไป ในอัตรา 7-8% ต่อปี และตลาดการให้บริการ Palliative care (การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ป่วย แบบประคับประคอง) ของสหรัฐก็คาดว่าจะเฟื่องฟูในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

"Palliative Care" ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย อาจแตะ 25 ล้านดอลลาร์ในปี 2573

ขณะที่ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ที่ก่อนหน้านี้ให้ข้อมูลคาดการณ์ระบุว่า เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness) ของทั้งโลก จะมีมูลค่าประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 230 ล้านล้านบาท ภายในปี 2568

เมื่อมองกลับมาในประเทศไทย หลายคนอาจอยากรู้ว่าธุรกิจ Palliative care และบ้านพักผู้สูงอายุในบ้านเรา จะเติบโตมากน้อยแค่ไหน?

คำตอบคือ.. จะเติบโตไม่ต่างกับทั่วโลก โดยข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ การเพิ่มทุนยังคงเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า และตลาดรวมธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุในประเทศไทย มีมูลค่าสูงกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่เฉพาะธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ มีมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 1.5 เท่าในทุกปี ตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด-19

โดยมีทั้งบริการรับดูแลนอกสถานที่ ภาคเอกชน ธุรกิจจัดส่งดูแลตามบ้าน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ ขณะที่ ผู้ลงทะเบียนสมาชิกของสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และผู้สูงอายุ มีอยู่ที่ราว 150- 200 แห่ง

"Palliative Care" ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย อาจแตะ 25 ล้านดอลลาร์ในปี 2573

ทั้งนี้ Palliative Care หรือการดูแลแบบประคับประคองนั้น หมายถึง การดูแลสุขภาพที่มีมุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และครอบครัว ลดความทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ การดูแลแบบประคับประคองมีไว้สำหรับทุกคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรคเรื้อรังที่จำกัดการใช้ชีวิตประจำวัน (ทั้งผู้สูงอายุและไม่ใช่ผู้สูงอายุ) และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคไตเรื้อรัง โรคปอด หรือภาวะสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์)

การดูแลแบบ Palliative Care สามารถให้การรักษาควบคู่กับการรักษาหลักไปได้พร้อมๆ กัน ซึ่ง Palliative Care จะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจตัวโรค เข้าใจการพยากรณ์ของโรค เข้าใจการรักษา และเข้าใจถึงผลประโยชน์ และความเสี่ยงจากการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจในการรับการรักษาได้ดียิ่งขึ้น

การดูแลแบบประคับประคองไม่ใช่เพียงแค่การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย แต่จะเริ่มดูแลตั้งแต่เริ่มผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยจนถึงช่วงที่ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิต เป็นการดูแลแบบองค์รวมตั้งแต่ต้นจนถึงวาระสุดท้าย เพื่อประคับประคองให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดอาการรุนแรง และความทุกข์ทรมานที่เกิดจากโรคได้
---------------------------------------------

อ้างอิง : elder.org/palliative-careคณะแพทยศาสตร์ รามาฯ ม.มหิดลallied market researchhospicenewstwitter/Palidavera

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์