ช่วงท้ายตลาดระวังความผันผวนจากการปรับหุ้นตาม MSCI 

ช่วงท้ายตลาดระวังความผันผวนจากการปรับหุ้นตาม MSCI 

บรรยากาศลงทุนโดยรวมเดือนก.ย.มีแรงกดดันจากนโยบายการเงินที่ตึงตัว ทั้งจากการประชุมธนาคารกลางยุโรป (9 ก.ย), ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (21 ก.ย.), การลดงบดุลเฟด ที่เพิ่มขึ้นเป็น 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน (จาก มิ.ย.-ส.ค.ที่ 4.75 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน)

ทั้งนี้ การเปิดเผยตัวเลขผลสำรวจการจ้างงาน (JOLTS) ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ก.ค. เพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 11.24 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 10.3 ล้านตำแหน่ง เป็นปัจจัยทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯรอบนี้เป็น 0.75% (ด้วยความน่าจะเป็น 70% จากเพียง 50% ก่อนการประชุมประจำปีเฟด เมื่อ 26 ส.ค.) ซึ่งเรามองจะเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศลงทุนในภาพรวมไปจนถึงการประชุม 21 ก.ย

 

ราคาน้ำมันดิบผันผวนจากหลายปัจจัย ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง 5% ซึ่งเกิดจาก 1) ความกังวลนโยบายการเงินตึงตัวกระทบภาวะเศรษฐกิจ 2) กังวลการล็อคดาวน์รอบใหม่ที่จีน กระทบความต้องการ 3) ข่าวลือในตลาดจากฝั่งอิหร่าน ที่พูดถึงการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ จะถูกประกาศในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตามเรามองการปรับลดลงของราคาน้ำมันในระยะสั้นยังมีระดับจำกัดจาก 1) เข้าใกล้การประชุมโอเปคและพันธมิตร (5 ก.ย.) 2) ใกล้เข้าสู่หน้าหนาวของยุโรป และ 3) ใกล้ถึงกำหนดใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ (5 ธ.ค.) 
 

 

 

ช่วงปลายตลาดอาจผันผวนจากการปรับพอร์ตตาม MSCI การปรับพอร์ต (rebalancing) ที่จะมีผลสิ้นวันทำการนี้ หุ้นไทยได้รับการปรับน้ำหนักขึ้น 0.03% เป็น 2.01% โดยมีหุ้นที่ถูกเพิ่มเข้าสู่การคำนวณหลักทรัพย์เดียวคือ KBANK / ขณะที่มีหุ้นที่ถูกปรับน้ำหนัก ได้แก่ JMT และ BH / ส่วนหุ้นที่ถูกปรับลดน้ำหนัก ได้แก่ BDMS, CPALL, ADVANC, CPN, BEM / ทั้งนี้ตลาดหุ้นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มักเคลื่อนไหวผันผวนในวันที่มีการปรับพอร์ต (rebalancing) ดังนั้นนักลงทุนควรระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างวัน และโดยเฉพาะช่วงท้ายการซื้อขายก่อนปิดตลาด

 

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มได้ประโยชน์จากคนละครึ่งเฟส 5 อาทิ OSP, CBG, ICHI, SAPPE, TNP, KK, MAKRO 2) กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR, VRANDA, SPA 3) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO, MAJOR, MBK 4) มาตรการสนับสนุน EV ได้แก่ EA, GPSC, PIMO  5) หุ้นได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน BABA80, TENCENT80, CHINA, STAR5001 6) เก็งกำไรทางเทคนิค CPALL, SCGP, TOP, RATCH, CRC, CPF, RS, SC, TH, TLI, BAM, ROJNA

 

ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัวซึมลงในกรอบ 1,600-1,650 จุด เน้นเลือกประเด็นบวกรายตัว ภาพใหญ่ทยอยเลือกซื้อกลุ่มหุ้นเปิดเมือง (ซื้อ: ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร กองรีทส์/ สะสมค้าปลีก การเงิน) สำหรับ DR หุ้นจีน ทยอยสะสม สำหรับการเก็งกำไร เน้นหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อย   //หุ้นแนะนำ:  CPF*, VRANDA*, EGCO*, ASIAN*

แนวรับ: 1,620-1,629 / แนวต้าน : 1,640 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

 

 

 

ประเด็นการลงทุน

Conference Board เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงกว่าคาด – ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 103.2 ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 97.7 จากระดับ 95.3 ในเดือนก.ค. ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะแตะระดับ 7.0% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า โดยต่ำกว่าระดับ 7.4% ในเดือนที่แล้ว

เอสแอนด์พีเผยราคาบ้านสหรัฐเริ่มชะลอตัวในเดือนมิ.ย. – ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 18.0% ในเดือนมิ.ย. yoy แต่ต่ำกว่าระดับ 19.9% เดือนพ.ค.

IEA ชี้ผลผลิตน้ำมันรัสเซียสูงกว่าคาด - ความต้องการน้ำมันภายในประเทศรัสเซียยังคงแข็งแกร่งอยู่ และรัสเซียยังเสนอส่วนลดราคาน้ำมันจำนวนมากให้กับผู้ซื้อนอกยุโรป ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกของ IEA อาจระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) เพิ่มมากขึ้นอีกถ้าจำเป็น โดยแผนปัจจุบันจะหมดอายุในเดือนพ.ย.

EU เตรียมประชุมฉุกเฉินหารือวิกฤตพลังงาน หลังรัสเซียเตรียมปิดท่อส่งก๊าซวันนี้ – รัฐมนตรีพลังงานของสหภาพยุโรป (EU) เตรียมจัดการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 9 ก.ย.เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานในยุโรป โดยก๊าซพรอมจะปิดท่อส่ง Nord Stream 1 ซึ่งจัดส่งก๊าซไปยังเยอรมนี ในวันที่ 31 ส.ค.-2 ก.ย. โดยอ้างว่าเพื่อทำการซ่อมบำรุง

ครม. ไฟเขียว AOT รับโอนสนามบินอุดรฯ-บุรีรัมย์-กระบี่ – AOT จะเข้าไปเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลและบริหารจัดการท่าอากาศยานอุดรธานี ท่าอากาศยานบุรีรัมย์และท่าอากาศยานกระบี่ แทนกรมท่าอากาศยาน (ทย.)

4 หุ้นลีสซิ่งรอดเกณฑ์คุมสินเชื่อเช่าซื้อจากแบงก์ชาติ – เนื่องจากปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเกณฑ์ และบางรายไม่มีเช่าซื้อ หุ้นที่รอด ASK, TIDLOR, THANI และ SINGER

ซาอุดีอาระเบียเตรีมเปิด FTA ร่วมอ่าวอาหรับ-ไทย – ซึ่งประกอบด้วยประเทศ ซาอุฯ บาห์เรน โอมาน กาตาร์ และคเวต ขณะที่อย.ซาอุฯเร่งตรวจโรงงานผลิตไก่ในไทยหนุนส่งออกเพิ่ม คาดกลุ่มได้รับประโยชน์คืออาหาร โรงพยาบาล โรงแรม

CH เคาะราคา IPO 2.34 บาท/หุ้น เปิดจอง 1-2 และ 5 ก.ย. - ขาย IPO จำนวน 160 ล้านหุ้น คาดว่าจะเข้าเทรด SET ในวันที่ 12 ก.ย. นี้ เพื่อนำเงินจากการระดมทุนใช้เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตของโรงงาน-คลังสินค้า และเป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับการเติบโตในอนาคต

Opportunity day – 31 ส.ค. – SMPC, EGCO, AIMIRT, BGRIM, BAFS, SAT, PRINC / 1 ก.ย. – SPCG, MEGA, NDR, SGP, AIT, KISS / 2 ก.ย. – SAPPE, SENAJ, TPIPL, RT, BBIK, JDF

 

ประเด็นติดตาม: 31 ส.ค. – EU CPI, Crude Oil Inventories / 1 ก.ย. – US Initial Jobless Claims, US ISM Manufacturing PMI / 2 ก.ย. – US Nonfarm Payrolls, US Unemployment Rate / 5 ก.ย. – TH CPI

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)