การซื้อขายตลาดหุ้นไทยปิดตลาด (8 มี.ค. 65) เวลา 16.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,619.10 จุด ปรับตัวลดลง 7.60 จุด หรือเปลี่ยนแปลงลดลง 0.47 % มูลค่าการซื้อขาย 149,938.39 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,633.50 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,580.80 จุด
โดยมี 5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
KBANK ปิดที่ 156.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.30%
SCB ปิดที่ 114.50 บาท ลดลง 0.43%
PTT ปิดที่ 38.25 บาท ลดลง 0.65%
BANPU ปิดที่ 11.70 บาท ลดลง 3.31%
และ CPALL ปิดที่ 65.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ตลาดหุ้นไทย มีแรงขายกดดันในระหว่างวันจนลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,580 จุด ก่อนจะฟื้นตัวกลับในช่วงท้ายตลาด ตามทิศทางตลาดหุ้นยุโรป และ Index Futures ของสหรัฐที่เริ่มรีบาวน์ โดยปัจจัยกดดันในระยะนี้ยังเป็นความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ที่จะไปหนุนให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น
แนวโน้มวันที่ 9 มี.ค.2565 คาดว่า SET Index จะแกว่งออกด้านข้างในกรอบ 1,610-1,630 จุด โดยคาดว่าจะเห็นจังหวะฟื้นสลับ หลังจาก SET Index อ่อนตัวลงใกล้แนวรับสำคัญทางเทคนิคแถว 1,570 จุด และเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับการวิเคราะห์ความอ่อนไหวจากราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ประเมินว่าจะเป็นผลลบกับ EPS ของตลาดปีนี้ราว 8-11% จากคาดการณ์เดิมที่ 92 บาท/หุ้น คิดเป็น Downside ที่ระดับ 1,525-1,574 จุด แนะนำ Trading หุ้นที่ลงมาลึก และได้รับผลกระทบจำกัด เช่น KBANK, TTB เป็นต้น
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์









