วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway Up - รายงานพิเศษ STARK (1 มี.ค. 65)

วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงในช่วงเปิดตลาด ลบต่ำสุดราว -12 จุด หลังจากนั้นเริ่มมีแรงซื้อเข้ามา ทำให้ดัชนีกลับมาบวกได้ประมาณ 5-6 จุด มาจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น PTTEP, PTT

โดยตลาดยังจับตาสถานการณ์ในยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากผู้นำรัสเซีย ได้สั่งการให้กองกำลังป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์ เตรียมพร้อมในระดับสูงสุด แต่ยังมีประเด็นบวกหากยูเครนและรัสเซียมีการเจรจาบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,685.18 จุด +5.28 จุด +0.31% มูลค่าการซื้อขาย 93,848 ลบ. ต่างชาติ +4,345.18 ลบ. TFEX -1,011 สัญญา ตราสารหนี้ -6,702.73 ลบ.

 

ปัจจัยบวก  

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 4.13 ดอลลาร์ +4.5% ปิดที่ 95.72 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังไม่มีแนวโน้มบรรเทาลง ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าการที่สหรัฐและชาติตะวันตกคว่ำบาตรธนาคารรัสเซียจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการส่งออกพลังงานไปสู่ตลาด
+ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมไทยขยายตัวใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้าสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมกราคมปี 2565 ขยายตัว 1.99%YoY ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5
+ สศช.แถลงว่า 4Q64 สถานการณ์ด้านแรงงานดีขึ้น อัตราการว่างงานลดลงแตะ 1.64% ต่ำสุดตั้งแต่ 2Q63 ซึ่งเป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 ขณะที่อัตราการมีงานทำอยู่ที่ 98.1% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 97.6% และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 98.0% สะท้อนการจ้างงานดีขึ้น
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 20,420 ราย มีผู้เสียชีวิต 43 ราย รักษาหาย 18,297 ราย

 

ปัจจัยลบ 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 166.15 จุด -0.49% กังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างคณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายจบลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงใด ๆ อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดบวกได้แรงหนุนจากการร่วงลงของ bond yield
 

- EU ประกาศดำเนินการรอบใหม่เพื่อตอบโต้กรณีรัสเซียรุกรานยูเครน ซึ่งรวมถึงการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับยูเครน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ EU ใช้มาตรการดังกล่าว
- สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า เบลารุสผ่านประชามติยกเลิกสถานะรัฐปลอดนิวเคลียร์ เบลารุสสามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การสิ้นสุดของสหภาพโซเวียต
- WHO เปิดเผยว่า โรงพยาบาลในยูเครนอาจไม่มีออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า เนื่องจากการโจมตีของรัสเซียส่งผลให้การลำเลียงขนส่งหยุดชะงักลง ส่งผลให้ชาวยูเครนหลายพันคนต้องตกอยู่ในความเสี่ยง
- ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.โจ ไบเดน แห่งสหรัฐ เตรียมสนทนาทางโทรศัพท์กับชาติพันธมิตร เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนและมาตรการตอบโต้จากชาติพันธมิตร
- ธนาคารกลางรัสเซียขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 10.5% สู่ระดับ 20% จากระดับ 9.5% เพื่อรับมือกับค่าเงินรูเบิลที่ร่วงลงและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
- รัฐสภายูเครนเปิดเผยว่า ปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ลงนามในเอกสารเพื่อยื่นขอสมาชิกภาพในสหภาพยุโรป
- ธปท. เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม ชะลอตัวลง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศปรับลดลงจากการระงับการลงทะเบียนเข้าประเทศ ผ่านระบบ Test & Go ในช่วงวันที่ 21 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2565 หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron ในหลายประเทศ

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway Up โดยได้แรงหนุนจาก Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นแรงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ยูเครน-รัสเซียอย่างใกล้ชิด มองกรอบการเคลื่อนไหวในวันนี้ที่ 1,675-1,695 จุด

 

 

 

 

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้น Value Play : KBANK BBL SCB EA GULF ADVANC TRUE DTAC
• มาตรการอุดหนุน EV : EA NEX BYD GPSC NDR
• กรณีสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง บวกต่อ PTTEP PTTGC TOP , สินค้าเกษตร ข้าวสาลี และกากถั่วเหลืองขึ้น เป็นบวกต่อ TMILL TVO และเป็นลบต่อธุรกิจอาหารสัตว์ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น CPF GFPT ASIAN

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                         STARK (Bloomberg Consensus 6.40 บาท)
                                                                  มุมมองบวก

Sideway Up - รายงานพิเศษ STARK (1 มี.ค. 65)

•กำไรปี 64 เติบโตสูง : 4Q64 บริษัทมีรายได้ 7,408 ลบ. +49.9%YoY เติบโตจากตลาดส่งออก และความต้องการใช้สินค้าในการก่อสร้างทั้งจากภาครัฐและเอกชน กำไรสุทธิ เท่ากับ 908 ลบ. +104%YoY (มากกว่าที่ consensus คาดไว้ที่ 404 ลบ. กว่า 2.25 เท่า) ส่งผลให้ทั้งปี 64 บริษัทมีรายได้ 27,093 ลบ. +50.4%YoY กำไรสุทธิ เท่ากับ 2,783 ลบ. +83%YoY

•Outlook ปี 65 มี potential growth : บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 65 ที่ 3-3.25 หมื่นลบ. หรือคิดเป็นการเติบโต 10.7% และมี %EBITDA บริเวณ 20-21% จากในปี 64 ที่ 19.5% โดยปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโตของบริษัท ได้แก่ การเน้นขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (high-margin products) เช่น Submarine Cable - เคเบิลใต้น้ำ Floating Cable, HVDV Cable (สายส่งกระแสตรงแรงดันสูงโดยไม่ใช้สายน้ำสัญญาณ), Underground EHV Cable

ความเห็น เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด รวมไปถึงทิศทางการเติบโตในปี 65 Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 65 เฉลี่ย 2,886 ลบ. +27%YoY ทั้งนี้ ราคาหุ้น -4.5% เมื่อเทียบกับ 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus ที่ 6.40 บาทเทียบกับราคาปิดที่ 4.68 บาท มี upside ราว 36% จึงแนะนำ ซื้อ

 

หุ้นมีข่าว

(+) III (Bloomberg Consensus 20.00 บาท) เตรียมเปิดให้บริการขนส่งทางราง เส้นทางไทย-ลาว-จีน ภายใน Q2/2565 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตร ลงทุนตู้คอนเทนเนอร์ วางงบลงทุนปีนี้ 500 ล้านบาท ลุยขยายธุรกิจ ปักธงรายได้ปี 2565 โต 30% นิวไฮต่อเนื่องจากปีก่อน เดินหน้านำบริษัทลูก ANI เข้าตลาดภายในไตรมาส 4/2565 (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SKY (ราคาเหมาะสม 12 บาท) ส่งซิกไตรมาส 1/2565 โตต่อเนื่อง รับอานิสงส์เปิดรับนักท่องเที่ยวแบบ Test & Go หนุนบริการในสนามบินเพิ่มขึ้น จ่อเซ็นงาน AOT มูลค่า 7.61 พันล้านบาท ภายในไตรมาส 2/2565 บิ๊กบอส "สิทธิเดช มัยลาภ" เปิดกรุรับเงินบริการตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ตั้งตารอนักท่องเที่ยวไหลกลับ ปักธงเป้ารายได้ปีเสือโต 30% ตุน Backlog กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท คาดรับรู้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 15% ที่มา ทันหุ้น)

(+) OR (Bloomberg Consensus 28.00 บาท) ตั้งงบลงทุน 8 ปี กว่า 2 แสนล้านบาท ดันอีบิทด้า ปี 2573 แตะ 4 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนในธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดยกว่า 50% จะเติบโตร่วมกับพันธมิตร ขณะที่ธุรกิจพลังงานจะ "เปลี่ยนผ่าน" จากพลังงานน้ำมันสู่พลังงานไฟฟ้าอย่าง "ไร้รอยต่อ" เล็งขยายการลงทุนครอบคลุม 20 ประเทศ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) IMH (Bloomberg Consensus 28.02 บาท) จัดบิ๊กเซอร์ไพร์ส คว้าที่ดินทำเลทอง 12 ไร่ ติดสถานี BTS แบริ่ง ขยายอาณาจักรสร้าง "โรงพยาบาล IMH แบริ่ง" 600 เตียง มูลค่าโครงการกว่า 5 พันล้านบาท จ่อระดมทุนผ่านการนำ รพ.ประชาพัฒน์ เข้าตลาดหลักทรัพย์ปลายปี 65 นี้ โชว์กำไรปี 64 โตตามนัด แตะ 422 ล้านบาท ฟากบอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลในอัตรา 0.90 บาทต่อหุ้น จ่อขึ้น XD 18 มี.ค.นี้ (ที่มา ทันหุ้น)