ธนารักษ์เล็งจัดประชุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุใหม่ หวังลงมติให้เดินหน้าโครงการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก โดยฝ่ายเลขาฯจะทำข้อมูลเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง ระบุ เพื่อให้รัฐไม่เสียประโยชน์
นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการที่ราชพัสดุได้มีมติ 6 ต่อ 4 ให้ชะลอการดำเนินโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก เพื่อรอให้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาออกมาเสียก่อน
ทั้งนี้ คณะกรรมการได้คัดเลือกให้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จากนั้น บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) หรือ ‘อีสท์วอเตอร์’คู่แข่งการประมูลได้ยื่นศาลปกครองกลางให้คุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลได้มีคำสั่งไม่คุ้มครองการดำเนินโครงการ ทางคณะกรรมการที่ราชพัสดุจึงเห็นส่วนใหญ่ว่า ให้ชะลอดำเนินโครงการ เพื่อรอคำตัดสินของศาล
เขากล่าวว่า เมื่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุมีมติดังกล่าว ทางกรมฯก็ต้องปฎิบัติตาม อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เกิดข้อคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ภาครัฐที่ควรจะได้ เนื่องจาก ยังไม่ทราบว่า ศาลจะมีคำตัดสินเรื่องดังกล่าวเมื่อใด ทางฝ่ายเลขาของคณะกรรมการจะจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอไปยังคณะกรรมการจำนวน 6 ท่านที่มีมติให้ชะลอการดำเนินโครงการ เพื่อให้มีข้อมูลเพิ่มเติมและอาจขอให้คณะกรรมการได้จัดให้มีการประชุมเพื่อลงมติใหม่อีกครั้ง
"ตอนนี้ เราไม่รู้ว่า ศาลจะตัดสินคดีดังกล่าวเมื่อใด หากตัดสินหลังจากปี 66 ไปแล้วจะทำอย่างไร เพราะสัญญาเดิมกับอีสวอเตอร์จะหมดลงในปีดังกล่าว ซึ่งจะทำให้รัฐต้องเสียประโยชน์ ทั้งนี้ หากเราเดินหน้าโครงการ เมื่อเซ็นสัญญากับผู้ชนะประมูล เราจะได้เงินเข้าหลวงทันทีประมาณ 1,500 ล้านบาท"
เขากล่าวและว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการในฝั่งที่ลงมติให้ชะลอโครงการคนใดคนหนึ่งสามารถขอให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุจัดการประชุมใหม่ได้
เขากล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ เมื่อโครงการมีความล่าช้า ทางผู้ชนะการประมูลอาจจะสามารถฟ้องร้องต่อกรมฯได้อีกด้วย
"ทางคลังอยากให้เดินหน้าโครงการนี้ต่อ เพื่อให้รัฐไม่เสียประโยชน์ ทั้งนี้ ทางบริษัทวงษ์สยามก่อสร้างผู้ชนะประมูลเป็นผู้เสนอให้ประโยชน์กับรัฐสูงสุด"









