JMART ผนึก BTS ใช้เหรียญ JFIN แลกสินค้า-บริการ ดีเดย์ 14 ก.พ.65

JMART ผนึก BTS ใช้เหรียญ JFIN แลกสินค้า-บริการ ดีเดย์ 14 ก.พ.65

“กลุ่มเจมาร์ท” ผนึก “บีทีเอส กรุ๊ป” เปิดช่องผู้ถือเหรียญ JFIN แลกคะแนน “แรบบิท รีวอร์ดส” เพื่อใช้บริการรถไฟฟ้า-ส่งของเคอรี่ฯ-ทานอาหาร ตั้งเป้าผู้ใช้งานที่ยืนยันตัวตนเพิ่มขึ้นแตะ 1 ล้านราย

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า ภายหลังจับมือกับบีทีเอส กรุ๊ป (BTSG) บริษัทฯ เตรียมนำโทเคนดิจิทัล “เจฟินคอยน์” (JFIN Coin) ซึ่งเป็นโทเคนที่กลุ่มเจมาร์ทใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในระบบนิเวศ (Ecosystem) มาใช้แลกเปลี่ยนเป็นคะแนน “แรบบิท รีวอร์ดส” (Rabbit Rewards) เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในเครือของ BTSG เช่น ค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ค่าส่งสินค้าของ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบีทีเอส รวมถึงร้านค้าอื่นๆ ในเครือ

ทั้งนี้โดยผู้ใช้งาน JID หรือผู้ใช้บริการ JFIN Coin ที่ยืนยันตัวตนแล้ว สามารถแลกเปลี่ยนเหรียญ JFIN Coin เป็น Rabbits Rewards ได้ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.2565 เป็นต้นไป ผ่านเมนู “สิทธิพิเศษ” โดยจะเปิดให้แลกเปลี่ยนในลักษณะบัตรกำนัล (วอชเชอร์) เช่น 18 JFIN ต่อ 2,000 Rabbit Rewards ซึ่งคำนวณจากราคาตลาดที่ 1 JFIN เท่ากับ 100 บาท และ 1 Rabbit Rewards เท่ากับ 1 บาท ซึ่งวอชเชอร์ที่มอบให้แก่ผู้ใช้ JFIN แต่ละรอบจะเปลี่ยนไปตามราคาตลาดของ JFIN และโปรโมชั่นของบริษัท

โดยผู้ใช้งาน JID จะต้องโอนเหรียญ JFIN Coin ออกจากกระเป๋าซื้อขาย (Trading Wallet) มายังกระเป๋าใช้จ่าย (Commerce Wallet) ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมโอนเหรียญประมาณ 1,000 บาท แต่ภายหลังโอนออกแล้ว ผู้ใช้สามารถแลก JFIN ใน Commerce Wallet เพื่อรับ Rabbit Rewards ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม

สำหรับเป้าหมายในการเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของกลุ่มบีทีเอส คาดว่าจะส่งผลให้ผู้ใช้งาน JID ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 1 ล้านราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.4 แสนราย โดยในอนาคต บริษัทฯ มีแผนขยายการใช้งานจริง (Adoption) ไปยังฐานลูกค้าเพิ่มเติม จากปัจจุบันกลุ่มเจมาร์ท มีฐานลูกค้ารวมกว่า 7 ล้านราย ส่วนกลุ่มบีทีเอส มีฐานลูกค้าที่ใช้ Rabbit Rewards ประมาณ 2-3 ล้านราย

JMART BTS JFIN Coin

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า การนำ JFIN Coin มาใช้แลกเปลี่ยนเป็นคะแนนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการ ไม่เข้าข่ายเป็นสื่อกลางชำระราคา (MOP) แต่เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token) ที่พร้อมใช้งาน หรือมีบริการรองรับ

ขณะที่แผนงานในอนาคต JFIN Coin มีแผนขอเข้าจดทะเบียนในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของไบแนนซ์ ซึ่งการที่ศูนย์ซื้อขายดังกล่าวจับมือกับพันธมิตรเพื่อดำเนินงานในประเทศไทย จะช่วยให้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานเหรียญ (Use Case) ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น โดยระหว่างนี้บริษัทฯ จะสร้าง Use Case ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของเหรียญให้เข้าเกณฑ์ระดมทุนของไบแนนซ์ รวมถึงกระดานเทรดอื่นๆ

นอกจากนี้ ภายหลัง JFIN Coin เข้าจดทะเบียนซื้อขายใน “โกคูมาร์เก็ต” (Gokumarket) ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคยุโรปแล้ว บริษัทฯ มีแผนศึกษาเข้าจดทะเบียนในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในฝั่งเอเชียเพิ่มเติม

สำหรับแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2565 ของกลุ่มเจมาร์ท คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากแรงหนุนมาตรการช้อปดีมีคืนที่กระตุ้นการใช้จ่าย  ส่วนรายได้ทั้งปี 2565 ตั้งเป้าหมายเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% จากปีก่อน