โควิด-19ในประเทศ New High (9 กุมภาพันธ์ 2565)

โควิด-19ในประเทศ New High (9 กุมภาพันธ์ 2565)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงการซื้อ-ขาย จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มไอซีที ธนาคาร ที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น และพลังงาน

โดยดัชนีปรับตัวขึ้นปิดเหนือแนวต้านบริเวณ 1,682 จุด ได้แรงหนุนจาก Fund Flow ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,684.23 จุด +6.99 จุด +0.42% มูลค่าการซื้อขาย 84,622 ลบ.ต่างชาติ +6,675.39 ลบ. TFEX +19,038 สัญญา ตราสารหนี้ +16,331.35 ลบ.


ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 371.65 จุด +1.06% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2562 ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นขานรับแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงหุ้นแอมะซอน และแอปเปิล
+ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่าตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.8% สู่ระดับ 8.07 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.30 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 7.93 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย.
+ รัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยกเว้นภาษีส่าหรับการนำเข้าเหล็กกล้าจากญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2561 เป็นการร่วมมือกันเพื่อรับมือกับนโยบายการค้าของจีนที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่ออุตสาหกรรมเหล็กกล้า
+ ตลท. เปิดเผยว่าในปี 64 มีนักลงทุนรายใหม่ๆ เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากถึง 1.6 ล้านบัญชี หรือ 40% ของผู้เปิดบัญชีซื้อขาย ณ สิ้นปี 64 ทั้งหมด 5 ล้าน บัญชีทำให้ปัจจุบันมีสัดส่วนนักลงทุนบุคคลทั่วไป 45% ต่างชาติ 40% และสถาบันในประเทศ 15%
+ สภาผู้ส่งออก (สรท.)คาดการณ์ส่งออกไทยในไตรมาสแรกปี 2565 โตต่อเนื่อง 5% และคงคาดการณ์ส่งออกไทยทั้งปี 2565 เติบโตระหว่าง 5-8%
+ รมว.สธ.ลงนามปลดล็อกกัญชาพ้นยาเสพติด มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจาฯในอีก 120 วัน

 

 

ปัจจัยลบ

- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 13,182 ราย ผลตรวจ ATK ทำสถิติใหม่ที่ 5,928 ราย มีผู้เสียชีวิต 24 ราย รักษาหาย 8,571 ราย
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.96 ดอลลาร์ -2.1% ปิดที่ 89.36 ดอลลาร์/บาร์เรลถูกกดดันจากความกังวลที่ว่าความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน อาจปูทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก
- สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวลง 1.8 จุด สู่ระดับ 97.1 ในเดือนม.ค. ต่ำสุดในรอบ 11 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 97.9
- นายกรัฐมนตรีของอังกฤษประกาศความพร้อมที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรและมาตรการอื่น ๆ หากรัสเซียโจมตียูเครน โดยรัฐบาลอังกฤษจะขอให้รัฐสภาคว่ำบาตรบุคคลและบริษัทรัสเซีย
- ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงขอความร่วมมือให้ประชาชนพำนักอยู่แต่ในบ้านต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19 ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การระบาดเริ่มต้นขึ้น

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีปัจจัยหนุนจาก Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยกดดันยังอยู่ที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,675-1,690 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• ชุดตรวจ ATK : SMD WINMED TM
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการกลับมาใช้มาตรการ Test&Go และ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 : ERW CENTEL MINT AOT AAV BA ASAP
• หุ้น Value Play : KBANK BBL SCB EA GULF ADVANC TRUE DTAC

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                          CRC – ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
                                           (Bloomberg Consensus 40.88 บาท)

•ผู้บริหารแถลงแผนงาน 5 ปี (2565 – 2569) ผ่าน 4 ธุรกิจหลักในประเทศไทย (สัดส่วนรายได้ 70%) เวียดนาม (สัดส่วนรายได้ 20%) และอิตาลี (สัดส่วนรายได้ 10%)ได้แก่ fashion, food, hardline, property และในปีนี้จะมีธุรกิจที่ 5 เพิ่มเติม ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 2.5 เท่า EBITDA โต 3.5 เท่า Market Cap โต 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับปี 64 ภายใต้แนวคิด “RETAIL + INTELLIGENCE = CRC Retailigence” ปรับเปลี่ยนแพลทฟอร์มเป็น CRC eco system ด้วยฐานลูกค้า 18 ล้านคนทำให้ยอดขาย omnichannel มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวมหนุนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มีแผนเปิด 500 สาขา 4 ศูนย์ในไทย เวียดนาม เน้นเร่งเปิดร้านไทวัสดุเป็น 7-10 สาขาจากเดิม 5-7 สาขา

•ความเห็น ภาพรวมผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดจาก 9M64 ขาดทุน 2,311 ลบ. ขณะที่คาดการณ์ผลประกอบการงวด 4Q64 ที่ฟื้นตัวส่งผลให้ Bloomberg consensus ปรับประมาณการจากเดิมคาดขาดทุนเฉลี่ย 543 ลบ.เป็นพลิกมีกำไรเฉลี่ย 122 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลการดำเนินงานปีนี้จะได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองและคาดว่าการ lockdown ที่กดดันผลประกอบการอย่างหนักในปี 64 มีโอกาสเกิดขึ้นอีกน้อยมากแม้ยังมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 และเกิดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ การปรับแพลตฟอร์มเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์และ Omni Channel การเปิดบริการศูนย์การค้าใหม่ต่อเนื่อง และ synergy จาก COL ที่เริ่มรวมงบการเงินตั้งแต่ก.พ. 64 จะช่วยหนุนผลประกอบการปี 65 ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานระยะยาว จึงแนะนำ ซื้อ

 

หุ้นมีข่าว

(+) EE (Bloomberg Consensus - บาท) โชว์ CW ปลูกกัญชง ชูโครงการใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป้าหมาย 50,000 ต้นภายในสิ้นปี 65 ลุยขายแฟรนไชส์ Cafe พร้อมทุ่มงบ 600-700 ล้านบาท ศึกษาพื้นที่ปลูกใหม่ คาดชัดเจนในไตรมาส 1/65 (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) UAC (Bloomberg Consensus 5.45 บาท) ขึ้นแท่นผู้ผลิตปิโตรเลียมไทยรายที่ 2 ต่อจาก PTTEP หลังคว้าสัมปทานแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L10/43 และ L11/43 จังหวัดสุโขทัย กำลังการผลิตน้ำมันดิบไม่ต่ำกว่า 500 บาร์เรลต่อวัน คาดโกยรายได้เข้าบริษัทไตรมาส 3/2565 นี้ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) TKS (Bloomberg Consensus - บาท) วางหมากดิจิทัลเต็มสูบ ตั้งบริษัทย่อยลงทุนสตาร์ทอัพ Blockchain Digital Transformation แย้มเจรจาอยู่ 4-5 บริษัท ปีนี้ผลงานดีลุ้นรับงานบัตรเลือกตั้ง เผยไตรมาส 1/2565 ติดตั้งเครื่องจักรใหม่แล้วเสร็จลุยตลาดธุรกิจผลิตฉลากและบรรจุภัณฑ์ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) RS (Bloomberg Consensus 21.00 บาท) ประกาศเข้าซื้อ ยูไลฟ์ ธุรกิจขายตรงของยูนิลีเวอร์ 880 ล้านบาท กวาด 1.5 แสนรายเข้าพอร์ต เฮียฮ้อ ลั่นเสริมโมเดล Entertainmerce และขยายอีโคซิสเต็ม เตรียมนำ POP COIN ต่อยอด ประกาศกวาดพันล้านบาท ปักธงดัน ยูไลฟ์ ขึ้นท็อป 5 ขายตรงใน 3 ปี (ที่มา ทันหุ้น)