ปตท.สผ. เผยผลการดำเนินงานปี 2564 มีรายได้รวม 234,631 ล้านบาท ลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 365,177 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมเดินหน้าปี 2565 มองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานสะอาด
นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า การดำเนินงานในปี 2564 เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ สามารถลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการดำเนินงานต่างๆ ได้ในปริมาณ 365,177 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์ จากการปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การนำก๊าซเหลือทิ้งหรือก๊าซส่วนเกินกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตหรือนำไปใช้ประโยชน์ และการปลูกป่าชายเลนเพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
ทั้งนี้ ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมทุนในโครงการโอมาน แปลง 61 แหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ของประเทศโอมาน รวมถึงการเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในโครงการมาเลเซีย แปลงเอช ส่งผลให้ปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 416,141 บาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับ 354,052 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันของปีก่อน ประกอบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในปี 2654 ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ส่งผลให้ปี 2564 มีรายได้รวม 7,314 ล้านดอลลาร์ (เทียบเท่า 234,631 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 37% จากปี 2563 ซึ่งมีรายได้รวม 5,357 ล้านดอลลาร์ (167,418 ล้านบาท) มีกำไรสุทธิในปี 2564 ที่ 1,211 ล้านดอลลาร์ ( 38,864 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 68% จากปี 2563 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 720 ล้านดอลลาร์ (22,664 ล้านบาท) ทั้งนี้ บริษัทยังคงสามารถรักษาระดับต้นทุนต่อหน่วยที่ 28.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบ และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา ที่ 73% โดยความสำเร็จปี 2564 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการขยายการลงทุนในต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง
ส่วนแผนงานหลักในปี 2565 ปตท.สผ.จะให้ความสำคัญกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านแหล่งเอราวัณ ซึ่งบริษัทจะเข้าเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ในเดือนเม.ย.2565 เพื่อให้การผลิตก๊าซ ให้กับประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น จะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อทำให้อัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องในขณะนี้เพิ่มสูงขึ้น เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับความต้องการใช้ก๊าซของประเทศไทย
สำหรับแผนงานในต่างประเทศ คาดว่าจะเริ่มการผลิตครั้งแรกในโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ ได้ในเร็วๆ นี้ รวมทั้ง จะเร่งพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมต่างๆ ที่บริษัทสำรวจพบในประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ ยังศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโครงการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และนำไปกักเก็บในอ่าวไทย (Carbon Capture Storage – CCS) ตามนโยบายที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำในอนาคต
"ในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ซึ่งมุ่งเน้นไปยังพลังงานสะอาด ปตท.สผ. ได้เตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านเพื่อจะมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตก๊าซ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยส่งเสริมให้เกิดพลังงานสะอาดมากขึ้น เช่น เทคโนโลยี CCS มาใช้ในแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย รวมทั้ง พลังงานรูปแบบใหม่ในอนาคต ช่วยให้ผลิตก๊าซ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศได้อย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างการเติบโต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน"
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์





