background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

คลัสเตอร์ “22อปท.” ชลบุรี ศึกษาตั้งโรงไฟฟ้าขยะ 29 เม็ก

คลัสเตอร์ “22อปท.” ชลบุรี  ศึกษาตั้งโรงไฟฟ้าขยะ 29 เม็ก

อปท. 22 แห่ง ตั้งรับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะจากครัวเรือน รวมกลุ่มคลัสเตอร์ตั้ง “ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงาน” และ “ศูนย์ขนถ่ายขยะมูลฝอย” โดยมีเมืองพัทยารับเป็นเจ้าภาพดำเนินการศึกษา

การขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะทำให้เกิดการขยายตัวของเมือง ภาคอุตสาหกรรม และการย้ายถิ่นฐานเข้ามาประกอบอาชีพของประชาชนจากต่างถิ่นรวมถึงต่างชาติ รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวที่จะกลับมาฟื้นตัวใน จ.ชลบุรี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณขยะ ของเหลือทิ้งจากการอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวสวนทางกับความสามารถในการจัดการปัญหา “ขยะมูลฝอย” ในปัจจุบัน จากกลุ่มพื้นที่การจัดการขยะมูลฝอย กลุ่มพื้นที่ 2 จ.ชลบุรี ได้แก่ อําเภอศรีราชา อําเภอบางละมุง อําเภอสัตหีบ มีปริมาณขยะมูลฝอยรวมกันโดยประมาณ 1,594.23 ตันต่อวัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกตามการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ เดิมการกําจัดขยะมูลฝอยอยู่ในรูปแบบของการใช้บ่อฝังกลบ (Landfill) ซึ่งไม่สามารถรองรับปริมาณขยะมูลฝอยที่เพิ่มมากขึ้นต่อวันได้ ทั้งยังยังก่อให้เกิดปัญหามลภาวะตามมา หากไม่มีมาตรฐานเพียงพอ อาทิ ปัญหาน้ำชะขยะจากการทับถมและหมักหมมของขยะสู่น้ำใต้ดินปะปนกับน้ำบ่อ น้ำบาดาล คูคลอง ซึ่งเป็นอันตรายต่อคน สัตว์ รวมถึงพืชผลทางการเกษตร เกิดมลภาวะของกลิ่น ส่งผลต่อผู้พักอาศัยบริเวณดังกล่าว 

ประกอบกับการใช้งานบ่อฝังกลบขยะมูลฝอยรองรับขยะได้จํากัดและจะมีระยะเวลาการใช้งานได้อีกไม่นาน จึงมีความจําเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอยให้เกิดความยั่งยืนโดยการจัดทําโครงการ “ศูนย์กําจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงาน” และ “ศูนย์ขนถ่ายขยะมูลฝอย” เพื่อรองรับปริมาณขณะมูลฝอยใน 3 อำเภอ ดังกล่าว

สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ภายหลังจากการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบพื้นที่ซึ่งผ่านการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินและหลักเกณฑ์ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด โดยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2564 ที่เป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในครั้งแรกเรื่องการจัดตั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงาน หรือ โรงไฟฟ้า พบว่าส่วนใหญ่ประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยกับการดำเนินโครงการดังกล่าว

รวมทั้งได้มีการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ รวมถึงพูดคุยประเด็นปัญขยะที่ยังมีอยู่ทุกวันนี้ อาทิ ขยะตกค้าง การขนถ่ายจากรถขยะ และปัญหาเรื่องกลิ่น จึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีโครงการนี้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในระยะยาว

องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในอำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ รวม 22 แห่ง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยเองเห็นชอบต่อการดำเนินโครงการ เพื่อรองรับปริมาณของขยะมูลฝอยที่เพิ่มมากขึ้น

“สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินโครงการอยู่ในระหว่างการดำเนินการรับฟังความเห็นเรื่องศูนย์ขนถ่ายขยะมูลฝอย จากเดิมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ม.ค.2565 ต้องเลื่อนออกไปก่อน ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น”

ทั้งนี้ จากการศึกษาได้มีการเสนอให้ใช้เทคโนโลยีเตาเผาแบบตะกรับ (Stroker-type Incinerator) เป็นการกำจัดมูลฝอยแบบองค์รวม โดยขยะมูลฝอยจะถูกป้อนเข้าห้องเผาไหม้ และใช้ความร้อนต้มน้ำเพื่อสร้างแรงดันไอน้ำหมุนขับเพลาของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในการผลิตกระแสไฟ ซึ่งน้ำจะเกิดการวนซ้ำเพื่อใช้งานอย่างเป็นระบบ ส่วนเถ้าหนักที่ได้จากการเผาจะถูกส่งไปกำจัดที่บ่อฝังกลบกากเถ้าตามหลักสุขาภิบาลหรือส่งหน่วยงานกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)

โครงการดังกล่าวตั้งเป้าให้มีการรวมขยะมูลฝอยจาก อปท. 22 แห่ง รวม 1,594.23 ตันต่อวัน มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 29.7 เมกะวัตต์ แบ่งขายกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ 24 เมกะวัตต์ และใช้ภายในโรงงาน 5.7 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างโครงการประมาณ 50 เดือน เริ่มเปิดดำเนินงานในเชิงพาณิชย์ภายในวันที่ 1 ม.ค.2570 จนถึง 31 ธ.ค.2589

ทั้งนี้ แบ่งต้นทุนโครงการเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ด้วยต้นทุนการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีขนถ่ายทั้ง 3 พื้นที่ งบประมาณ 150 ล้านบาท และต้นทุนการก่อสร้างและติดตั้งระบบกำจัดขยะมูลฝอยและผลิตพลังงานไฟฟ้า มูลค่าลงทุน 6,000 ล้านบาท

ด้านผลตอบแทนโครงการคาดว่าจะสามารถกำจัดขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพได้ 580,364 ตันต่อปี รวมทั้งทำให้ชุมชนโดยรอบที่ตั้งโครงการได้รับการดูแลคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์และกองทุนรอบโรงไฟฟ้า 1.68 ล้านบาทต่อปี พร้อมกับที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนที่ร่วมโครงการในการได้รับกำจัดขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบและปัญหาเดิม รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ ได้มีการเสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อลดข้อวิตกกังวลและโครงการสามารถดำเนินอยู่ร่วมกับชุมชนได้ โดยใช้กลไกการรับเหตุร้องเรียนจากชุมชนโดยรอบที่ตั้งโครงการ กรณีพบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้โดยสะดวก อีกทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคีจากผู้แทน 3 ฝ่าย สัดส่วนเท่ากัน ได้แก่ อปท. ผู้แทนชุมชน และผู้แทนจากผู้ประกอบการ

สำหรับ อปท.ทั้ง 22 แห่ง ได้แก่

1.พื้นที่อำเภอศรีราชา จำนวน 6 แห่ง คือ เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ , เทศบาลนครแหลมฉบัง , เทศบาลเมืองศรีราชา , เทศบาลตำบลบางพระ , อบต.บ่อวิน และ อบต.หนองขาม

2.พื้นที่อำเภอบางละมุง 8 แห่ง คือ เมืองพัทยา , เทศบาลเมืองหนองปรือ , เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย , เทศบาลตำบลบางละมุง , เทศบาลตำบลโป่ง , เทศบาลตำบลหนองปลาไหล , เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ และ อบต.เขาไม้แก้ว

3.พื้นที่อำเภอสัตหีบ 8 แห่ง คือ เทศบาลเมืองสัตหีบ , เทศบาลตำบลบางเสร่ , เทศบาลตำบลนาจอมเทียน , เทศบาลตำบล เขตรอุดมศักดิ์ , เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว , เทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ , อบต.พลูตาหลวง และ อบตแสมสาร