“ก.ล.ต.”เปิดแผนกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล ควบคุมผู้ประกอบธุรกิจ-คุ้มครองนักลงทุน เตรียมยกระดับเกณฑ์กำกับเทียบเคียงธุรกิจหลักทรัพย์ พร้อมให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องให้ความรู้นักลงทุนก่อนเปิดซื้อขาย พร้อมเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนในโทเคนดิจิทัล
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ว่า ก.ล.ต. ยึดหลักสนับสนุนการพัฒนาควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุน ซึ่งมีแนวทางกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเท่าทันต่อพัฒนาการของธุรกิจและสภาพการณ์ปัจจุบัน ให้เทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและพัฒนาการด้านนวัตกรรมทางการเงิน
โดยยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมยกระดับการกำกับดูแลในเรื่องสำคัญให้เทียบเท่าธุรกิจหลักทรัพย์ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม
ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)
ออกกฎเข้มปิดทุกช่องโหว่
รวมทั้งได้ติดตามภาวะการซื้อขายและการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่องตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ได้กำหนดหน้าที่ในลักษณะเป็นหลักการ (principle based) โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องจัดให้มีโครงสร้างการบริหารจัดการ ระบบงาน ตลอดจนบุคลากรที่เหมาะสมและเพียงพอให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความรับผิดชอบ และเป็นไปตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
เช่น การดำรงเงินกองทุน การดูแลรักษาความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การระบุตัวตนของลูกค้า (KYC) และปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน การเปิดเผยข้อมูลเงื่อนไขการให้บริการ ช่องทางการติดต่อ สิทธิและหน้าที่ของลูกค้า ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีบุคลากรที่มีความรู้ให้คำแนะนำไม่ทำให้ลูกค้าสำคัญผิด ไม่เร่งรัดการตัดสินใจ
นอกจากนี้จะให้มีการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนของลูกค้า (suitability test) มีข้อตกลงกับลูกค้าเรื่องความรับผิดชอบต่อความเสียหายจากการให้บริการ การโฆษณาและการส่งเสริมการขาย การให้บริการแก่ลูกค้าของผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลและที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมิให้นำสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าไปทำธุรกรรมใดๆ
ตลอดจนให้คำแนะนำแก่ลูกค้า หรือจัดทำบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมบน Decentralized Finance Platform (แพลตฟอร์ม DeFi) เพื่อป้องกันการชักชวนให้ประชาชนมาใช้บริการในวงกว้าง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง มีกรณีที่เป็นการหลอกลวงและการโจรกรรมทางไซเบอร์ ทำให้เสียหายและอาจไม่มีโอกาสในการดำเนินคดีหรือติดตามทวงคืน
ปรับเกณฑ์ให้ความรู้ก่อนเทรด
นางสาวรื่นวดี กล่าวว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจให้เทียบเคียงกับธุรกิจหลักทรัพย์ในด้านต่างๆ เช่น เงินทุน และ business conduct รวมทั้งยกระดับมาตรฐานหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย
รวมถึง ก.ล.ต. มีแผนที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่ให้ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจของผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนการให้บริการ เพื่อให้ผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความรู้ ความเข้าใจถึงลักษณะของสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้จะปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯในส่วนของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ให้สามารถรองรับผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้สอดคล้องกับการกำกับดูแล investment token และ utility token ไม่พร้อมใช้ ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ ตลอดจนเพิ่มการแข่งขันและรองรับผู้เล่นใหม่ๆที่ใช้เทคโนโลยีในการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อให้รองรับเทคโนโลยีและบรรลุเป้าหมายความเป็นตลาดทุนดิจิทัลในอนาคต
คุ้มครองผู้ลงทุนในโทเคนดิจิทัล
สำหรับในด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเสนอแก้ไข พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนในโทเคนดิจิทัล และเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลในต่างประเทศ รวมทั้งมาตรฐานสากลโดยจะกำหนดให้โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) และโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ ซึ่งสินค้าหรือบริการยังไม่แล้วเสร็จ (utility token ไม่พร้อมใช้) ไปกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
ทั้งนี้เนื่องจากโทเคนดิจิทัลดังกล่าว เป็นผลิตภัณฑ์การลงทุน (investment product) ที่มีความเสี่ยงและลักษณะคล้ายกับหลักทรัพย์ แต่ปัจจุบันถูกกำกับดูแลอ่อนกว่าหลักทรัพย์ และไม่สอดคล้องกับการกำกับดูแลในต่างประเทศ
สำหรับที่ผ่านมาในเรื่องการคุ้มครองผุู้ลงทุน ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ การแก้ไขหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ (real estate-backed ICO) ให้เทียบเคียงได้กับกรณีทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) เพื่อให้มีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม เช่น มีเพิ่มหน้าที่ของทรัสตีในการติดตามดูแลการบริหารจัดการทรัพย์สินของ issuer ให้เป็นไปตามที่กำหนด เป็นต้น โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา
เร่งส่งเสริมความรู้แก่ผู้ลงทุน
นอกจากนี้การส่งเสริมความรู้แก่ผู้ลงทุนยังคงเป็นเรื่องที่ ก.ล.ต. จะให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่างๆ ของ ก.ล.ต. เช่น รายงานสรุปภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรายสัปดาห์ การออกเตือน 6 ข้อควรระวังการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อเตือนผู้ลงทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งช่องทาง offline และ online รวมทั้งการจัดทำคลิปให้ความรู้ “คริปโท 101”
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.แนะนำให้ประชาชนระมัดระวังในการลงทุนตามที่ ก.ล.ต. ได้ให้คำเตือนมาตลอด โดยก่อนลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจลักษณะความเสี่ยงและผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัล และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา ที่ชักชวนลงทุนโดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง
รวมทั้งสำรวจว่าตนเองสามารถรับความผันผวนสูงได้ เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง ประเมินมูลค่าได้ยาก และอาจเป็นเพียงการลงทุนเพื่อเก็งกำไร ประเมินตนเองว่าสามารถยอมรับการสูญเสียของเงินลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน หากไม่เคยลงทุนในหลักทรัพย์มาก่อน ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยไม่เป็นภาระต่อตนเองและครอบครัว เพราะมีโอกาสสูญเสียเงินลงทุนทั้งก้อน และหมั่นติดตามบัญชีลงทุนอยู่เสมอ









