วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดประเทศ 42 วันทัวริสต์ทะลุ 1.5 แสน "แอตต้า" ลุ้นจีนรีเทิร์นเที่ยวไทยปี 65

เปิดประเทศ 42 วันทัวริสต์ทะลุ 1.5 แสน  "แอตต้า" ลุ้นจีนรีเทิร์นเที่ยวไทยปี 65

วานนี้ (13 ธ.ค.) ในงานสัมมนาอุตสาหกรรมการบินของไทยประจำปี 2564 จัดโดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้เชิญผู้บริหารจากองค์กรภาครัฐและเอกชนด้านท่องเที่ยวและสายการบินชั้นนำของประเทศไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์

และโอกาสของภาคท่องเที่ยวไทยในปัจจุบัน รวมถึงทิศทางในปี 2565 ซึ่งยังโอบล้อมไปด้วยความไม่แน่นอน!

ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวบนเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “เดินหน้าพร้อมเปิดประเทศ บริบทใหม่ของการท่องเที่ยว และโอกาสของอุตสาหกรรมการบิน” ว่า จากสถิติสะสม 42 วันแรก ตั้งแต่ “เปิดประเทศ” 1 พ.ย.-12 ธ.ค.2564 พบว่าเฉพาะนักท่องเที่ยวภายใต้เกณฑ์ Test & Go ที่เดินทางมาจาก 63 ประเทศที่รัฐบาลไทยกำหนด มียอดรวมกว่า 1.5 แสนคนแล้ว ส่วนใหญ่มาจากตลาดระยะไกล อาทิ เยอรมนี สหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิสราเอล และประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ส่วนนักท่องเที่ยวจากรัสเซียก็เดินทางเข้ามาจำนวนมากผ่านเกณฑ์แซนด์บ็อกซ์

ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวยื่นขอไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) สะสมเกือบ 5 แสนคนแล้วในปัจจุบัน โดยอีกกว่า 2 แสนคนน่าจะเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยภายในเร็วๆ นี้

โดยนับตั้งแต่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศ 1 พ.ย.2564 ได้รับผลตอบรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับโครงการเปิดเมืองนำร่องทางการท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา เช่น ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สมุยพลัสแซนด์บ็อกซ์ และอื่นๆ ซึ่งตลอด 4 เดือนตั้งแต่ ก.ค.-ต.ค.2564 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวผ่านโครงการเหล่านี้รวมประมาณ 6 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว และในขั้นตอนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ครั้งแรกเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยด้วยวิธี RT-PCR พบผู้ติดเชื้อราว 200 คน คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.3% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้ามาในช่วง 4 เดือนดังกล่าว โดยจากการบริหารข้อมูลนี้เป็นที่มาของการที่ภาครัฐตัดสินใจผ่อนปรนมาตรการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นนั่นเอง

“คาดว่าเร็วๆ นี้ภาครัฐน่าจะมีการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เปลี่ยนวิธีจาก RT-PCR ที่ใช้ในปัจจุบัน มาเป็นวิธีตรวจด้วย ATK ในครั้งแรกแก่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Test & Go แทน หลังได้มีการจับตาสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์โอมิครอนมาตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา”

ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ปี 2565 ยังต้องลุ้นต่อเนื่องว่าตลาดใหญ่อย่างประเทศจีนจะกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง เพราะเคยส่งออกนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเกือบ 11 ล้านคนเมื่อปี 2562 ช่วยเดินเครื่องเศรษฐกิจไทยได้ดีอย่างมากในปีดังกล่าว

โดยจากการได้ประสานงานพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศจีน ระบุว่าปัจจุบันประเทศจีนยังเลือกดำเนินนโยบาย “Zero Covid” อยู่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงระบาดซ้ำ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประชากรมากถึง 1.4 พันล้านคน จึงกังวลเรื่องอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ซึ่งอยู่ที่ 2% หากมีการระบาดซ้ำ อาจเสี่ยงเกิดอัตราการเสียชีวิตถึง 2-5% ของประชากรจีนได้ อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในปี 2565 จะฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้

อุดม ศรีมหาโชตะ ประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ภาคท่องเที่ยวไทยต้องรุกทำตลาดความสนใจที่สอดรับกับสถานการณ์โควิด-19 ด้วย เช่น ตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ โดยกลุ่มธุรกิจ “สายการบิน” ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขนคนเข้ามาท่องเที่ยวจับจ่ายในประเทศ จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การตั้งราคาตั๋วโดยสารที่ไม่สูงหรือต่ำมากจนเกินไป เพื่อให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวไทยได้ง่าย ในขณะเดียวกันก็เพื่อให้สายการบินอยู่ได้ด้วย

ทั้งนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนสายการบินด้วยการลดค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อลดต้นทุนแก่สายการบินซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำในการขนคนเข้าประเทศ ด้านสายการบินเองก็ต้องสร้างมาตรฐานสุขอนามัยเพื่อสร้างความปลอดภัยอย่างเข้มข้นและรัดกุม ให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในการออกเดินทางอย่างต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่าผู้โดยสารยังมีอาการ “แพนิค” เมื่อทราบข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อบนเที่ยวบินนั้นๆ

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวบนเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “ถอดบทเรียนโควิด-19 ฝ่าวิกฤติสู่บริบทใหม่ของการเดินทางทางอากาศ” ว่า สำหรับในช่วง 2 ปีนับตั้งแต่เจอวิกฤติโควิด-19 ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบางกอกแอร์เวย์สคล้ายๆ กับทุกสายการบินในประเทศไทย มีหยุดบิน รายได้ไม่เข้า ต้อง “แบกรับต้นทุน”  โดยเฉพาะต้นทุนเครื่องบิน ซึ่งก่อนเกิดโควิด เครื่องบินเคยเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า ใครก็อยากได้ แต่พอในยุคโควิดกลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าก็จริง แต่ไม่มีใครอยากได้ รวมถึงต้องแบกรับต้นทุนบุคลากร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ต้องงัดทุกมาตรการที่สามารถทำได้มาควบคุมค่าใช้จ่าย

สันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า วิกฤติโควิด-19 เหมือนน้ำท่วมใหญ่ สำหรับธุรกิจอื่นๆ น้ำอาจจะลดลงแล้ว แต่ธุรกิจสายการบินพบว่าน้ำท่วมมิดหลังคา มาแรง มาหนัก และมานาน

แม้สถานการณ์ตอนนี้จะท่วมแค่ครึ่งหลังเพราะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมา ทำให้สายการบินต่างๆ ต้องหารายได้เสริมในช่วงที่ยังขายตั๋วเครื่องบินหรือขนส่งผู้โดยสารไม่ได้ เช่น ไทยแอร์เอเชียขายชานมไข่มุก ส่วนการบินไทยขายปาท่องโก๋ ควบคู่กับกลยุทธ์หลักอย่างการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง เช่น เจรจากับเจ้าหนี้และผู้ให้เช่าเครื่องบิน รวมถึงบริหารจัดการบุคลากร โดยก่อนนี้สมาคมสายการบินประเทศไทยได้ยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) วงเงิน 5,000 ล้านบาทจากรัฐบาลเพื่อรักษาการจ้างงาน แต่ยังไม่มีความคืบหน้า