8 HR Mega Trend ธุรกิจยุคใหม่ "บริหารคน" ยังไงให้รุ่ง ในปี 2022?

8 HR Mega Trend ธุรกิจยุคใหม่ "บริหารคน" ยังไงให้รุ่ง ในปี 2022?

ส่อง "HR Mega Trend" ปี 2022 สำหรับ "ธุรกิจยุคใหม่" กับการเตรียมตัว "บริหารคน" ในวันที่โลกเปลี่ยน ต้องเตรียมตัวอย่างไร และบริหารแบบไหนถึงมีโอกาสประสบความสำเร็จ

ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปแค่ไหน แต่สิ่งที่ยังคงเป็นหัวใจของการพัฒนาองค์กรในศักราชนี้ก็ยังหนีไม่พ้น “คน” หรือ “มนุษย์” ที่เป็นผู้กำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนองค์กร หรือธุรกิจให้เดินหน้าไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ แบบไม่มีวันหยุด

ในปี “2022” จึงเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทาย “HR” หรือ “ฝ่ายทรัพยากรบุคคล” ที่ต้องทำหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิม และสร้างความสมดุล ระหว่างพนักงาน ระบบออโตเมชั่นต่างๆ ที่เข้ามา รวมถึงรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อมีเจนเนอเรชั่นใหม่อย่าง GEN Z เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร รวมถึงการปรับตัวให้ทันเทรนด์การทำงานที่คนทำงานยุคใหม่ต้องการเพื่อให้สามารถรักษาบุคคลากรที่มีคุณภาพเอาไว้ได้

ก่อนเข้าปี 2022 อย่างเป็นทางการ “กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” จึงสรุป “8 HR Mega Trend” จากข้อมูลของศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน เอสอีเอซี (SEAC)

ที่จะเป็นตัวช่วยให้ “ผู้บริหาร” และ “HR” มองเห็นภาพรวมในการบริหารคนที่กำลังเกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าไม่นาน เพื่อเป็นแนวทางในการปรับรูปแบบการ “บริหารคน” ในยุคใหม่ ที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

 

  •  เทรนด์ที่ 1: จ้างงานคนในมากกว่าใช้คนนอก (Hiring New Talent Internally) 

การจ้างงานในปี 2022 จะเน้นไปที่การเติมเต็ม หรือ จ้างงานคนข้างใน มากกว่าการจ้างงานคนนอก โดยสร้างกลไกใน 2 มิติ คือ 

1. การสร้าง Internal Talent Marketplace การอัพสกิล (Upskill) รีสกิล (Reskill)ในหมู่พนักงานอย่างต่อเนื่อง 

2. ผู้บริหาร ต้องมองเรื่องการสร้าง Internal Recruitment ซึ่ง HR พร้อมออกแบบการเติบโตของอาชีพ Career Path ใหม่ๆ ให้ Talent สามารถเติบโตได้ในหลายทิศทาง (Multidirectional) มากขึ้น และให้ความสำคัญกับคนที่เก่งจากการมีทักษะรอบด้าน

  •  เทรนด์ที่ 2 : บริหาร 4 GEN แบบไร้รอยต่อ (Building New Management Models for a Multigenerational Workforce) 

องค์กรต้องพร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กร (Organization Culture) ที่ครอบคลุมและรองรับการทำงานของคนอย่างน้อย 4 เจเนเรชัน อย่าง GEN Z, GEN Y, GEN X และ Baby Boomer เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสร้างสรรค์และมีความสุข

 

  •  เทรนด์ที่ 3 : ทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Enabling Hybrid Workplaces) 

Workplace จะเปลี่ยนไปเป็น Hybrid Workplace ผสมผสานระหว่าง Virtual ทำงานจากที่ไหนก็ได้บางวัน และการเข้ามาทำงานที่บริษัทแบบ Face-to-Face ในบางวัน ดังนั้น หน้าที่ของ HR คือ หาจุดบาลานซ์ในหลากหลายมิติใหม่ ทั้งเรื่องรูปแบบการทำงาน และการดูแลคนในองค์กร เช่น การ On-Boarding การสื่อสารภายในองค์กร การมีส่วนร่วมของพนักงานการประเมินผลงานพนักงานที่เน้นผลลัพธ์ ตลอดจนการเสริมทักษะผู้บริหารในการบริหารจัดการทีมแบบ Virtual Communication

 

  •  เทรนด์ที่ 4 : ปรับมุมคิด ต้อนรับ GEN Z (Rethinking Work For Gen Z) 

"Gen Z" ที่กำลังเข้ามาในตลาดงาน และมีการทำงานที่สุดขั้วต่างจาก Gen Y โดยสิ้นเชิง ดังนั้น การใช้คอนเซ็ปต์แบบเดียวกันในการบริหารคนต่างเจนไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

ดังนั้น การทำงานในองค์กรจึงต้องคิดต่างและคิดมุมใหม่ในการทำงานร่วมกับคน Gen Z  เน้นการ Mentor เพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจให้เด็กรุ่นใหม่เหล่านี้อยากมาทำงานกับเรา และสร้างผลงานแบบ High Productivity ซึ่งจะนำพาองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงและเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน 

  •  เทรนด์ที่ 5 : ทำงานกับ Gig workforce ได้ดี (Benefiting from a Growing Gig Economy) 

การจ้างงานถาวรเริ่มลดน้อยลง เพราะองค์กรเริ่มให้ความสนใจกับการจ้างคนเป็นงานๆ หรือ การจ้างเป็นรายสัญญา รายโปรเจค ซึ่งหลายองค์กรเริ่มหันมาใช้กลยุทธ์นี้มากขึ้น และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้ประเทศไทยนั้นมี "Gig workforce" เกิดขึ้นเป็นจำนวนหลานแสนคนเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบัน องค์กรที่มีความยืดหยุ่นปรับตัวได้เร็วแบบ Agile จะมีการใช้ Gig Worker มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2022 

ดังนั้น HR จะต้องเตรียมตัวในเรื่องของการทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานประจำและเหล่า Gig ทั้งหลาย ผ่านนโยบายที่เหมาะสมการดูแลพนักงาน หรือพัฒนาทักษะทั้งภายในและภายนอกบริษัท รวมไปถึงการพัฒนาทักษะผู้บริหารให้ทำงานสื่อสารกับ Gig workforce ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

  •  เทรนด์ที่ 6 : สร้างทักษะทางอารมณ์ ทักษะดิจิทัล และทักษะความคิด (Increasing Need for Power Skills: Soft Skills, Digital Skills, Thinking Skills) 

เรื่องที่สำคัญมากๆ คือ ปีหน้าองค์กรต้องเร่งเพิ่ม “ทักษะทรงพลัง” ใน 3 มิติ ได้แก่ ทักษะทางอารมณ์ ทักษะดิจิทัล และทักษะด้านความคิด ที่ผ่านมา องค์กรยังไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จ เพราะติดกับดักในเรื่อง Soft Skills อย่างเรื่อง Mindset และ Communication เป็นต้น ที่หลายองค์กรยังมองเผินๆ เหมือนไม่สำคัญ

แต่แท้จริงแล้ว ทักษะเหล่านี้กลับกลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กร นอกจากนี้คนในองค์กรต้องมี "Digital Savvy" ที่หมายถึงเข้าใจการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล และต้องมีการพัฒนาในเรื่องของความคิดที่จะช่วยเรื่องการเติบโตขององค์กรได้เป็นอย่างดี

 

  •  เทรนด์ที่ 7: ติดสปีดการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้พนักงาน (Planning for Perpetual Reskilling/Upskilling at Speed) 

HR ต้องติดสปีดการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้กับพนักงานในองค์กร เร่งเติมเสริมศักยภาพของพนักงานผ่านการรีสกิลและอัพสกิลที่เหมาะสม

รวมถึงจัดลำดับความสำคัญของทักษะที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร ต้องทำคู่ขนานไปกับแผนการดำเนินงานขององค์กร และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเร่งติดอาวุธทักษะให้กับคนในองค์กร และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร

 

  •  เทรนด์ที่ 8: สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตร (Increasing Focus on Building Learning Ecosystems) 

การมีส่วนร่วมของพนักงานนั้นสำคัญมาก และเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ การสร้างระบบนิเวศในการทำงานใหม่จึงจำเป็นมากในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรให้พนักงานไม่รู้สึกกดดันในการทำงานมากเกินไป

 

8 HR Mega Trend ธุรกิจยุคใหม่ "บริหารคน" ยังไงให้รุ่ง ในปี 2022? ------------------------------------------------------------

อ้างอิง: ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน เอสอีเอซี (SEAC)