วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

PLANB แนวโน้มดูสดใสมากขึ้นใน 4Q64 (17 พ.ย. 64)

คาดว่าจะพลิกเป็นกำไรได้ตั้งแต่ 4Q64 เป็นต้นไป หลังจากที่ขาดทุนสุทธิ 54 ล้านบาทใน 3Q64 เราคาดว่าผลประกอบการของ PLANB จะดีขึ้น QoQ ใน4Q64

เนื่องจาก i) คาดรายได้จากสื่อนอกบ้าน (Out Of Home-OOH) จะเพิ่มขึ้น เพราะอัตราการใช้สื่อเริ่มเพิ่มขึ้นเป็น 40% แล้วในช่วงเดือนตุลาคม 2564 – ต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 จาก 34% ใน 3Q64หลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ในขณะที่คาดอัตราการใช้สื่อจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายพฤศจิกายน 2564 -ธันวาคม 2564 ซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการแข่งขันโอลิมปิกที่จบไปแล้ว ii) คาดต้นทุนจะลดลง หลังจากที่บริษัทได้เข้าไปซื้อป้ายโฆษณาส่วนใหญ่ของ บมจ. มาสเตอร์ แอด(MACO.BK/MACO TB) ซึ่งจะช่วยลดค่าผลตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายให้ MACO จาก 700 ล้านบาท/ปีเหลือ 250 ล้านบาท/ปี ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรไม่น่าจะเพิ่มขึ้น YoY เนื่องจากฐานกำไรสูงใน 4Q63

 

จะมีรายได้ใหม่ๆเข้ามาในปี 2565

PLANB ตั้งเป้าจะสร้างการเติบโตของกำไรจากทั้งธุรกิจ OOH และ engagement marketing โดยในส่วนของ OOH ทางบริษัทมีแผนจะเพิ่มจำนวนจอโฆษณาดิจิทัลในร้าน 7-Eleven จาก 2,000 สาขาในปี 2564 เป็น 3,000 สาขาในปี 2565 สำหรับธุรกิจ engagement marketing บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้ด้วยการรุกเข้าไปยังการจัดกิจกรรมกีฬาอื่นๆ โดยเฉพาะการต่อสู้ (ชกมวย) และ การจัดงานวิ่ง อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมกีฬาดังกล่าวยังต้องรอให้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมจากภาครัฐก่อน โดยเฉพาะการเปิดให้เข้าชมการแข่งขันชกมวยในสนามมวย และการที่คนจำนวนมากจะมารวมตัวกันในการจัดงานวิ่ง

 

 

คงประมาณการกำไรปี 2564-65 เอาไว้ตามเดิม

เรายังคงประมาณการกำไรหลักในปีนี้เอาไว้ที่ 88 ล้านบาท (-37% YoY) และปี 2565F ที่ 973 ล้านบาท (+992% YoY) เนื่องจาก i) กำไรปีนี้มี downside น้อย เพราะคาดว่าผลประกอบการจากธุรกิจหลักจะพลิกเป็นกำไรได้ตั้งแต่ 4Q64 เป็นต้นไป และ ii) คาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2565 เนื่องจากรายได้เพิ่มขึ้นจากสื่อ OOH ตามความสามารถในการให้บริการที่สูงขึ้น และอัตราการใช้สื่อที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนน่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการเข้าไปซื้อป้ายโฆษณาส่วนใหญ่ของ MACO ซึ่งจะช่วยลดค่าผลตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายลงไป

 

Valuation and action

เราคงราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 8.55 บาท (PER ที่ 37.2 เท่า -0.5 S.D.) และคงคำแนะนำซื้อ PLANB จากแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในปี 2565 เมื่อเทียบกับหุ้นอื่นในกลุ่ม และ upside จากการลงทุนใหม่ ๆ ในปี 2565 หลังการเพิ่มทุนใน 4Q64

 

Risks

ยอดโฆษณาฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้