สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ แนะ ไทยเร่งทำแผนแม่บท ปรับปรุงคมนาคมขนส่ง เริ่มเชิญนานาชาติ ร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2572 พร้อมแผนใช้พื้นที่หลังจัดงาน
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบของ นำโดย Mr. Leonardo Capitanio ประธาน คณะกรรมการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH (The International Association of Horticultural Producers – AIPH) ว่าทางAIPH ได้ติดตามความก้าวหน้าในการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก พ.ศ. 2572 และการเตรียมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะกรรมการ AIPH ได้มีการลงพื้นที่ประเมินความพร้อมของจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 6-7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเร่งรัดความพร้อมในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพด้านนวัตกรรมพืชสวนและอุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศสู่ระดับนานาชาติ อีกทั้งยังถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าภาพงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572
โดยไทยจะยื่นเอกสารต่อองค์การนิทรรศการนานาชาติ หรือ BIE (Bureau International des Expositions) รับรองเป็นเจ้าภาพในขั้นตอนต่อไป ซึ่งเป็นกลไกสร้างภาพลักษณ์ประเทศ ทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่มีศักยภาพสูง
ทั้งนี้ ผู้แทน AIPH ได้นำเสนอผลการตรวจประเมินพื้นที่ การออกแบบ การบริหารจัดการงาน รวมถึงแนวคิดหลักของงานซึ่งเน้นความยั่งยืน นวัตกรรมสีเขียว การจัดภูมิทัศน์ตามเกณท์สากล และการใช้เทคโนโลยีด้านพืชสวนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมทั้งยืนยันความเชื่อมั่นว่าไทยมีความพร้อมทั้งด้านศักยภาพ บุคลากร งบประมาณ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดงานระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ คณะกรรมการ AIPH นำโดย Mr. Tim Briercliffe เลขาธิการ AIPH ได้เสนอข้อแนะนำสำคัญ 4 ด้าน ในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2572 ได้แก่
1. เร่งจัดทำผังแม่บท (Master Plan) และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผู้บริหารโครงการ (Organizer)
2. ปรับปรุงระบบคมนาคมและการขนส่ง ให้รองรับผู้เข้าชม ทั้งระบบถนน รถไฟ และสนามบิน
3. เริ่มกระบวนการเชิญประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมจัดแสดงในงานระดับนานาชาติ (Class A1)
4. จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่หลังจบงาน (Legacy Plan) โดยให้เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมออกแบบตั้งแต่ต้น เพื่อความยั่งยืนของพื้นที่
ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน รวมทั้งภาคเอกชนและท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบเวลาที่ AIPH กำหนด พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาพื้นที่จัดงาน ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค และสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพืชสวนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมพืชสวนของไทยในระยะยาว
โอกาสนี้ ผู้แทนจาก AIPH ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับ AIPH ว่า ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดที่มีมาโดยตลอด เชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดงานได้อย่างแน่นอน พร้อมยืนยันความยินดีที่จะหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันยกระดับงานให้นำเสนอศักยภาพของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด พร้อมกล่าวขอบคุณกระทรวงเกษตรฯ สำหรับการประสานงานอย่างใกล้ชิด อันสะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันในการผลักดันงานสำคัญระดับโลกครั้งนี้





