วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลดการซื้อพันธบัตรตามคาด ขณะที่ถ้อยแถลงโดยรวมค่อนข้างผ่อนคลาย

เฟดลดการซื้อพันธบัตรเดือนละ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ประกาศรอบการเริ่มลดการผ่อนคลาย (Tapering) ที่วงเงิน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/เดือน

(ด้วยการลดการซื้อพันธบัตร 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/เดือน และลดการซื้อตราสารจดจำนองที่มีหลักประกัน (MBS) 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/เดือน) ซึ่งเป็นระดับที่อยู่ในความคาดหมายของนักลงทุน ขณะที่ยังคงยืนยันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นสูงเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวหรือช่วงเปลี่ยนผ่าน (transitory) และเงินเฟ้อไม่ได้ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายในขณะนี้ และไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งถือว่าภาพรวมของถ้อยแถลงค่อนข้างผ่อนคบลายและเป็นบวกกับสินทรัพย์เสี่ยง 

น้ำมันปรับตัวลงจากข่าวการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน น้ำมันปรับลงก่อนทราบผลจากการประชุมของโอเปคและพันธมิตรในวันที่ 4 พ.ย. จากข่าวสหรัฐฯและอิหร่านอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อยุติการคว่ำบาตร ซึ่งจะทำให้น้ำมันจากอิหร่านมีโอกาสถูกส่งออกกลับเข้าสู่ตลาดโลกอีกครั้ง ทำให้ผลการประชุมโอเปคคาดเดายากว่าจะยังเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตหรือจะคงกำลังการผลิตเพื่อรอความชัดเจนการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน เราคาดน้ำมันและโภคภัณฑ์ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง แต่ด้วยเงินเฟ้อที่น่าจะเข้าใกล้จุดสูงสุดในช่วงต้นปี ประกอบกับภาพการเข้าสู่การเปิดเมือง อาจทำให้หุ้นในกลุ่มโภคภัณฑ์ถูกปรับลดน้ำหนักการลงทุนลง ซึ่งเราเน้น selective buy ในหุ้นที่ราคายัง laggard อย่างเช่น SCC ที่ราคาตอบรับงบที่ชะลอไปแล้ว หรืออาจเก็งกำไร BANPU ที่ราคาตอบรับการลดลงของราคาถ่านหินระยะสั้นไปแล้ว ขณะที่แนวโน้มกำไรปี 2565 ยังได้ประโยชน์จากราคาถ่านหินเฉลี่ยที่สูงขึ้น และการขายหุ้น Sunreap ที่คาดส่งผลดีต่อทั้งกำไรจากการลงทุนและการดำเนินงานเต็มปี 2565

 

 

ธีมการลงทุนระยะสั้น 1) พลังงานทดแทนและรถไฟฟ้ารับ COP26 ดีกับ EA, NEX, SUPER 2) กลุ่มโภคภัณฑ์ป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, PTTGC, IVL, TOP 3) ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งบวกกับกลุ่มธนาคารและประกัน อาทิ BBL, KBANK, SCB, BLA, TIPH, THRE (แต่อาจต้องระวังการเคลมประกันโควิด) 4) หุ้นธีมเปิดเมือง CPN, CRC, MINT, CENTEL, ERW, BA 5) เรามองทยอยสะสม สื่อสาร สาธารณูปโภค ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART, GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW 6) ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ได้แก่ SPALI, QH, PSH, ORI, LPN, LH, AP (ตามลำดับ) 7) เก็งกำไรทางเทคนิค EGCO, GPSC, GULF, BGRIM, CBG, PM, SGF, SIS, SYNEX, IT, SVOA, MFEC, SECURE, IRCP, BCH, CHG, BDMS

ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัว 1,600-1,630 จุด กลยุทธ์เก็งกำไรรายตัว เน้นหุ้น Laggard หรือเปิดเมือง ที่ยังขึ้นน้อยอย่างนิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มปลอดภัย //หุ้นแนะนำ: KBANK*, SCC*, BANPU*, ADVANC*

แนวรับ: 1,605 / แนวต้าน : 1,620-1,635 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

 

ประเด็นการลงทุน

งบ 65 แผนกู้เงิน 2.3 ล้านลบ. - สบน. เผยแผนกู้เงินปีงบ 65 ที่ 2.3 ล้านลบ. เป็นหนี้ใหม่ 1.12 ล้านลบ. ดันหนี้สาธารณะแตะ 62% ต่อจีดีพี ยันไม่ปิดกั้นกู้เงินจากตปท. พร้อมออกพันธบัตร "ออมไปด้วยกัน" วงเงิน 8 หมื่นลบ.

ลูกหนี้เฮคลังหั่นดอกกู้พิโก - สศค. ออกประกาศหลักเกณฑ์สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ โดยลดดอกเบี้ยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์แบบมีหลักประกันจาก 36% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก เหลือ 33% ต่อปี เฉพาะในส่วนวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทแรก

กลุ่มธนาคาร – หุ้นขนาดใหญ่คาดมีพรีเมียมการซื้อขายดีขึ้นจากแนวโน้มการเข้าซื้อกิจการและการปรับตัวรับดิสรับชั่น ขณะเดียวกันการเข้าเป็นพันธมิตรของ SCB-Bitkub คาดจะทำให้เกิดกระแสเก็งกำไรหุ้นที่มีธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ไม่ว่าจะเป็น BROOK (ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล), JTS (ทำเหมืองขุดเหรียญดิจิทัล) และอาจรวมถึงกลุ่มไอที (อย่างไรก็ตามควรระวังผลประกอบการไตรมาส 3/64 อาจกระทบจากการส่งมอบงานไม่ได้เพราะติดสถานการณ์โควิด) 

 

ประเด็นติดตาม: -  3 พ.ย. – Crude oil inventories / 4 พ.ย. – US: FOMC meeting / 5 พ.ย. – TH CPI เดือน ต.ค. / 11 พ.ย. – TH: MSCI Rebalancing

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)