วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เฟดลด QE ตามคาด (วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564)

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงแรงถึง -10 จุด ในช่วงบ่าย ก่อนลดช่วงลบในท้ายตลาด จากแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่จำนวนมาก มีเพียงหุ้นกลุ่มธนาคาร การเงิน ที่ปรับตัวขึ้นแข็งกว่าตลาด

ได้แก่หุ้น DELTA, BAY, SCB, TIDLOR นักลงทุนติดตามการประชุม FED ถึงมุมมองต่อของอัตราเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต รวมไปถึงการลดวงเงิน QE ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,611.92 จุด -5.97 จุด -0.37% มูลค่าการซื้อขาย 84,727 ลบ.ต่างชาติ +268.88 ลบ. TFEX +5,367 สัญญา ตราสารหนี้ +1,686.43 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิด เพิ่มขึ้น 104.95 จุด+0.29% ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนียังคงปิดทำนิวไฮหลังจาก FED ประกาศแผนการปรับลดวงเงิน QE ตามคาดเนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งมากพอ
+ สหรัฐเปิดเผยว่าคำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด หรือเพิ่มขึ้น 0% หลังจากดีดตัวขึ้น 1.0% ในเดือนส.ค.
+ PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.7 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. จากระดับ 54.9 ในเดือนก.ย.ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน
+ ADP และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 571,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. จากระดับ 523,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย.
+ที่ประชุมกกร. ปรับเป้าประมาณการ GDP ปี 2564 เป็น 0.5-1.5% ดีขึ้นจากเดิม 0 – 0.1% คงคาดการณ์ส่งออกขยายตัว 12-14% (หากไม่เกิดโควิดระบาดซ้ำ) โดยได้ปัจจัยหนุนจากเปิดประเทศในช่วงปลายปี
+สศค. ประกาศปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์แบบมีหลักประกันจาก 36% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก เหลือ 33% ต่อปี เฉพาะในส่วนวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทแรก

 

ปัจจัยลบ

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 3.05 ดอลลาร์ -3.6% ปิดที่ 80.86 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2564 หลังจาก EIA เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากราคาพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้
- ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศจีนเพิ่มขึ้นเกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า รัฐบาลจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการควบคุมโรคในกรุงปักกิ่ง ก่อนที่การประชุมผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จะเปิดฉากในสัปดาห์หน้า
- กลุ่มตาลีบันประกาศห้ามใช้สกุลเงินต่างประเทศในอัฟกานิสถาน ซึ่งคำสั่งดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในภาวะชะงักงันต่อไป
- ภาคประชาชน ยื่นหนังสือคัดค้านแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 7,982 ราย มีผู้เสียชีวิต 68 ราย รักษาหาย 8,029ราย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงแรง ขณะที่เฟดประกาศแผนการปรับลดวงเงิน QE ตามที่ตลาดคาด นักลงทุนยัง มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1600-1,620 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน        

• หุ้น Reopening Play : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW CENTEL AWC SHR AOT AAV BA หุ้นกลุ่มขนส่ง BEM BTS หุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN CRC MBK หุ้นกลุ่มร้านอาหาร AU M ZEN หุ้นกลุ่มค้าปลีก CPALL BJC MAKRO
• หุ้นได้ประโยชน์จากธปท.คลายกฏ LTV เน้นลงทุนหุ้นอสังหาฯ P/E ต่ำ แนะนำ LH QH AP SPALI SIRI ORI LALIN PSH LPN
• ยอดส่งออกเดือน ก.ย. เติบโต TU NER TWPC SKN HTECH
• หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 3Q64 ออกมาดี GULF EKH KCE WICE SKN

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                            BBL (Bloomberg Consensus 148 บาท)
                         Consensus คาดกำไรปี 64 เติบโตสูงสุดในกลุ่ม

เฟดลด QE ตามคาด (วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564)

•3Q64 กำไร 6,909.20 ลบ. +72%YoY +9%QoQ 9M64 มีกำไร 20,189 ลบ. +37%YoY ขณะที่ภาพรวม 4Q64 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง QoQ โดยเริ่มเห็นสัญญาณดีตั้งแต่เดือนต.ค.จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น พร้อมกับการเปิดประเทศตั้งแต่ 1 พ.ย.

•ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายทางการเงินปี 64 ตามเดิมที่คาดว่าสินเชื่อเดิบโต 3-4%YoY NIM 2.1% รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตราว 3-4% และการบริหารจัดการ NPL ได้ตามเป้าที่ระดับไม่เกิน %NPL 4.5% จากระดับ 3.7% ณ ปลายก.ย. 64 ซึ่งลดลงจากระดับ 3.9% ณ ปลายปี 63 ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPL (%Coverage Ratio) สูงสุดในกลุ่มที่ 198.8%

ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานระยะยาวหลังการเปิดประเทศหนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว และรอฟังว่าดีลซื้อสินทรัพย์ภายในเดือนธ.ค.จะได้ข้อสรุปหรือไม่ ราคาหุ้นซื้อขายที่ PBV 0.51 เท่าต่ำกว่ากลุ่มที่ระดับ 0.72 เท่า Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 64 เฉลี่ย 25,809 ลบ. +50%YoY ซึ่งมีอัตราการเติบโตของกำไรสูงที่สุดในกลุ่ม แนะนำ ซื้อ

 

หุ้นมีข่าว

(+) SSP ( ฺBloomberg Consensus 18.09 บาท) ใช้เงิน 170 ล้านบาท ซื้อหุ้น PP โนวา เอมไพร์ 9.64% หนุนแผนเก็บใบอนุญาตขายไฟฟ้าครบ 400 เมกะวัตต์ พร้อมพุ่งเป้าสู่พลังงานอาเซียน ส่องทิศทางรายได้ปี 2565 โตไม่น้อยกว่า 20% เปิดกรุรับเงินโรงไฟฟ้าเวียดนาม-ญี่ปุ่นเต็มปี (ที่มา ทันหุ้น)

(+) TM ( ฺBloomberg Consensus - บาท) ส่อแววกลับมาผงาดครึ่งปีหลัง คาดผลงานฟื้นตัวโดดเด่น รับอานิสงส์ยอดขาย ATK ทั้งในแบบ Professional Use และ Home Use ดันรายได้พุ่ง พร้อมจัดกระบวนทัพใหม่ ปั้นแบรนด์ "TM Herb" เป็นของตัวเอง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SFT ( ฺBloomberg Consensus 9.25 บาท) “ชริ้งเฟล็กซ์” เดินหน้าสร้างโรงงานแห่งที่ 2 มูลค่า 180 ล้านบาท เร่งขยายไลน์ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน พร้อมเดินเครื่องผลิตไตรมาส 3/65 รองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) RPH ( ฺBloomberg Consensus 7.60 บาท) ฉายแววผลงานไตรมาส 4/2564 โตต่อ แม้โควิด-19 คลี่คลาย ชี้คนไข้ OPD/IPD กลับมารักษาสุขภาพเพิ่มขึ้น ปูพรมบุ๊กรายได้บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา มั่นใจผลงานปี 2564 ทุบสถิติ พร้อมวางเป้าปี 2565 รายได้เติบโตต่อเนื่อง อัดงบ 450 ล้านบาท ขยายบริการรักษาเฉพาะทาง-รีโนเวตโรงพยาบาลแห่งแรก (ที่มา ทันหุ้น)