วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“อาคม”แนะธุรกิจประกันขยายผลประกันภัยพืชเกษตร

“อาคม”แนะธุรกิจประกันขยายผลการประกันภัยพืชผลเกษตรอื่นและนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรับประกันภัยมากขึ้น ชี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน หลังโควิด-19 สร้างผลกระทบหนักต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวแสดงความยินดีและปาฐกถาพิเศษในงานพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards) ประจำปี 2564 ว่า ปัจจุบันโลกของเราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ซึ่งนำพาเราไปสู่วิถีปกติแบบใหม่ (New Normal) รวมถึงผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ จากบทวิเคราะห์ของธนาคารโลก พบว่าการแพร่ระบาดของ โควิด-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั่วโลกเป็นอย่างมาก

ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งมาตรการด้านการคลัง มาตรการด้านการเงิน และมาตรการด้านภาษี เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเปราะบาง และผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 จะเหมือนเป็นวิกฤต แต่ท่ามกลางวิกฤตอันนี้ก็ก่อให้เกิดโอกาสเช่นเดียวกัน มีอาชีพใหม่เกิดขึ้น มีการเพิ่มการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน หลายคนได้เปลี่ยนจากที่ไม่คุ้นเคยกลายเป็นคุ้นชินกับการใช้ชีวิตกับเทคโนโลยี และที่สำคัญ คือ การตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการบริหารความเสี่ยง

เขากล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาของภาครัฐที่ผ่านมา เป็นเพียงการลดผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น การพัฒนาให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมีความเข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน คือ โจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ซึ่งในจุดนี้เอง ธุรกิจประกันภัยถือเป็นภาคส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่ช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคง รวมถึง มีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐ

ที่ผ่านมาภาครัฐมีนโยบายมุ่งเน้นนำการประกันภัยเข้ามาช่วยบรรเทาความทุกข์ยากและสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร ผ่านการประกันภัยข้าวนาปี และการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติได้อย่างเป็นระบบ มีการเยียวยาค่าเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ทำให้เกษตรกรสามารถฟื้นตัวกลับมาประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีวิตต่อไปได้หลังจากประสบภัยธรรมชาติ

“ผมต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง ในการขับเคลื่อนโครงการมาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าในอนาคต จะขยายผลไปสู่การประกันภัยพืชผลอื่น และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรับประกันภัยมากขึ้น”

นอกจากนี้ การผลักดันให้การประกันภัยเข้าถึงประชาชนกลุ่มอื่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยตอบโจทย์ความมั่นคงในการใช้ชีวิตและทรัพยสินให้คนมีหลักประกันให้กับชีวิตของตนเอง และครอบครัว