วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway รอผลการประชุมเฟด (3 พฤศจิกายน 2564)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน ในช่วงเช้าปรับตัวลงประมาณ –5จุด ในระหว่างวันสามารถบวกได้ถึง 8 จุด ก่อนจะย่อตัวลงปิด + 4 จุด

เห็นได้ว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่ปรับตัวขึ้นมามาก มีแรงขายทำกำไร ทำให้มีจังหวะที่หุ้นปรับตัวลงแรง (ดัชนี mai -1.89%) โดยในภาพรวมมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,617.89 จุด +4.11 จุด +0.25% มูลค่าการซื้อขาย 76,901 ลบ.ต่างชาติ -580.67 ลบ. TFEX +6,835 สัญญา ตราสารหนี้ +1,956.94 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิด +138.79 จุด +0.39% ปิดทำนิวไฮที่เหนือระดับ 36,000 จุดเป็นครั้งแรก ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮเช่นกัน ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบจ. เช่น ไฟเซอร์ นลท.จับตาผลการประชุมเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐหรือเช้าตรู่พรุ่งนี้ตามเวลาไทย
+ นางเจเน็ต เยลเลน รมว.คลังสหรัฐ ไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะร้อนแรงเกินไป และแม้อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าปีก่อน ๆ เพราะเป็นปัญหาการหยุดชะงักจากโรคโควิด-19
+ จีนและรัสเซียกำลังผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือด้วยการรื้อฟื้นความพยายามเมื่อปี 2562
+ ศบค.เตรียมประเมิน 15 วันก่อนคลายล็อกเพิ่ม-เปิดผับบาร์ คาดนักท่องเที่ยว 2 เดือน 6 แสนคน
+ KKP Research คาดเศรษฐกิจไทยปี 65 โต 3.9% ยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 จนถึงปี 66 โดยมองเศรษฐกิจไทยปีหน้าเริ่มฟื้นตัว หลังเปิดเศรษฐกิจและเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว และมีอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น
+ ธปท.เปิดเผยว่าผลสำรวจเรื่องผลกระทบจากโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจไทยในเดือนต.ค.64 ว่าธุรกิจโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อนแต่เห็นสัญญาณดีขึ้นเล็กน้อยในภาคการผลิตและการค้าจากการควบคุมการแพร่ระบาดโควิดได้ดีขึ้น และการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมฯทำให้มีกิจกรรมทางศก.มากขึ้น และการเพิ่มเม็ดเงินกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐช่วยให้ความเชื่อมั่นและการบริโภคปรับดีขึ้น

 

 

 

ปัจจัยลบ

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 14 เซนต์ -0.2% ปิดที่ 83.91 ดอลลาร์/บาร์เรล จากการขายทำกำไร นลท.จับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในวันนี้ รวมทั้งผลการประชุมของกลุ่มโอเปคพลัสในวันพฤหัสบดีที่ 4 พ.ย.นี้
- จีนเปิดเผยว่าประชาชนควรกักตุนสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อรองรับหากอุปสงค์เพิ่มขึ้นอย่างกระทันหัน ขณะที่รัฐบาลพยายามสร้างความมั่นใจว่าจะมีปริมาณอาหารที่เพียงพอสำหรับช่วงฤดูหนาว
- ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซน อยู่ที่ 58.3 ในเดือนต.ค. ลดลงจากระดับ 58.6 เมื่อเดือนก.ย. และทำสถิติต่ำสุดในรอบ 8 เดือน เหตุปัญหาซัพพลายกระทบการผลิต
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ลดลงจากวานนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 7,679 ราย มีผู้เสียชีวิต 56 ราย รักษาหาย 8,482 ราย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยคาดว่าจะมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจาก SCBS เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บิทคับ ออนไลน์ นักลงทุนยังจับตาผลการประชุมเฟดในช่วงวันพรุ่งนี้ตามเวลาไทยมองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1610-1,626 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• หุ้น Reopening Play : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW CENTEL AWC SHR AOT AAV BA หุ้นกลุ่มขนส่ง BEM BTS หุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN CRC MBK หุ้นกลุ่มร้านอาหาร AU M ZEN หุ้นกลุ่มค้าปลีก CPALL BJC MAKRO
• หุ้นได้ประโยชน์จากธปท.คลายกฏ LTV เน้นลงทุนหุ้นอสังหาฯ P/E ต่ำ แนะนำ LH QH AP SPALI SIRI ORI LALIN PSH LPN
• ยอดส่งออกเดือน ก.ย. เติบโต TU NER TWPC SKN HTECH
• หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 3Q64 ออกมาดี GULF EKH KCE WICE SKN

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ     

                        HMPRO (Bloomberg Consensus 16.16 บาท)
                กำไร 9M64 +1.5% คาดกำไร 4Q64 จะพลิกฟื้นต่อเนื่องในปี 65

Sideway รอผลการประชุมเฟด (3 พฤศจิกายน 2564)

 

•(-) 3Q64 มีกำไร 870 ลบ. -38%YoY -39%QoQ ต่ำสุดรายไตรมาสของปี 64 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการ lockdown มีการปิดบริการบางสาขาในประเทศไทยและในประเทศมาเลเซียและให้ส่วนลดหรือยกเว้นค่าเช่าพื้นที งวด 9M64 มีกำไร 3,665 ลบ.+1.5%YoY

•(+) ภาพรวมผลการดำเนินงาน 4Q64 มีแนวโน้มฟื้นตัว QoQ จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในเดือนพ.ย. และการเปิดบริการสาขาใหม่ที่บางนาในวันที 13 พ.ย. หนุน SSSG มีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากที่ติดลบกว่า 20% ในช่วงก.ค. - ส.ค. 64 ขณะที่ ผู้บริหารคาดว่าผลประกอบการปี 64 ดีกว่าปี 63 และเติบโตต่อเนื่ องในปี 65

ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานใน 4Q64 ต่อเนื่องไปในปี 65 ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 64 เฉลี่ย 5,249 ลบ. +2%YoY ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 37 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 44.6 เท่า แนะนำ ซื้อ

 

หุ้นมีข่าว

(+) SCB ( ฺBloomberg Consensus 136.00 บาท) ประกาศซื้อ "บิทคับ" เอ็กเชนจ์ สินทรัพย์ดิจิทัลเบอร์ 1 ของไทย 51% มูลค่า 1.78 หมื่นล้านบาท ให้บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ ต่อยอดออนไลน์ ชี้ 9 เดือน เทรดสนั่น 1.03 ล้านล้านบาท รายได้ 3.28 พันล้านบาท กำไร 1.53 พันล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ATP30 ( ฺBloomberg Consensus - บาท) คว้าสัญญาให้บริการลูกค้าใหม่ PTTGC และ GPSC และต่อสัญญา 1 ราย จำนวนรถรวม 77 คัน กดปุ่มให้บริการ พร้อมรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคมนี้ หนุนกองทัพรถรวม 592 คัน ส่งซิกบุ๊กรายได้เต็มปี 65 โชว์แบ็กล็อก 3 ปี แตะ 1.26 พันล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BANPU ( ฺBloomberg Consensus 14.00 บาท) “บ้านปู” ประกาศปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ขนาด 768 เมกะวัตต์ ในสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 14,298 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้ทันทีตั้งแต่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เดินหน้าปูพรมเติบโตธุรกิจก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้าในสหรัฐฯ
(ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) ITEL ( ฺBloomberg Consensus 5.64 บาท) คว้างานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่า 99.93 ล้านบาท รับอานิสงส์ภาครัฐขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน มั่นใจฝ่ากระแสเศรษฐกิจชะลอตัวจากผลกระทบโควิด-19 พร้อมลุยต่อยอดธุรกิจในอนาคต (ที่มา ทันหุ้น)