แกว่งขึ้นแม้ที่ช่วงสั้นไร้ปัจจัยขับเคลื่อนที่ชัดเจน ติดตามงบธนาคาร

แกว่งขึ้นแม้ที่ช่วงสั้นไร้ปัจจัยขับเคลื่อนที่ชัดเจน ติดตามงบธนาคาร

ภาพการลงทุนโดยรวมยังแกว่งตามข้อมูลเศรษฐกิจ การรายงาน GDP จีน ไตรมาส 2/64 ที่ 4.9% ชะลอตัวลงจาก 7.4% และต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 5.0%

ทำให้บรรยากาศลงทุนระยะสั้นอาจเป็นกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ (Stagflation – ภาวะเติบโตต่ำ เงินเฟ้อสูง) หากมีรายการตัวเลขเศรษฐกิจที่สนับสนุนความกังวลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเกิดจากภาวะขาดแคลนพลังงาน ทำให้จำเป็นต้องระงับหรือลดกำลังการผลิต ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะปิโตรเคมีและโรงกลั่น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกกับหุ้นกลุ่มดังกล่าว ขณะที่กลุ่มถ่านหิน แม้จะคาดจะได้ประโยชน์จากราคาถ่านหินที่ขึ้นไปสูงมาก แต่ผลประกอบการมีความไม่แน่นอน เนื่องจากผู้ประกอบการอาจมีการขายล่วงหน้าป้องกันความเสี่ยง ทำให้ขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงอาจลดทอนกำไรที่จะเกิดขึ้นได้ ขณะที่ราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ชะลอตัวลง ทำให้หุ้นถ่านหินในระยะสั้นมีโอกาสพักตัวหรือซึมลง จนผลประกอบการประกาศ

โรงกลั่นและปิโตรเคมียังมีแนวโน้มระยะสั้นที่ดีในกลุ่มโภคภัณฑ์ ค่าการกลั่น (GRM) ฟื้นตัวต่อเนื่องจากการเปิดเมือง ซึ่งแม้ตัวเลขรายวันจะแกว่งผันผวน แต่ค่าเฉลี่ยของค่าการกลั่นไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 7.03 เหรียญฯ/บาร์เรล ฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 3/64 ที่ 3.79 และดีกว่าค่าเฉลี่ยปี 2563 ทั้งปีที่เพียง 0.4 เหรียญ/บาร์เรล ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวทำให้มีกำไรเด่นทั้งจากผลการดำเนินงานปกติและสต็อค เป็นปัจจัยหนุนการเก็งกำไรใน TOP, ESSO, SPRC / สำหรับปิโตรเคมี ภาพรวมราคาและส่วนต่างปิโตรเคมีปรับดีขึ้นทุกผลิตภัณฑ์ ได้แก่ PTA/PET +36.4% WoW (ดีกับ IVL), HDPE spread +13.0% WoW (ดีกับ SCC), PP spread +10.6% (ดีกับ IRPC), ราคา HDPE +6.3% WoW (ดีกับ PTTGC) เรามองเป็นโอกาสเก็งกำไรในกลุ่มปิโตรเคมี และโอกาสลงทุนหุ้น SCC ที่ราคาช่วงสั้นถูกกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
 

ธีมการลงทุนระยะสั้น 1) กลุ่มโภคภัณฑ์ป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, PTTGC, IVL, TOP, BANPU 2) การเพิ่มเพดานหนี้เป็น 70% และแผนกู้เงินเพิ่ม จะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งบวกกับกลุ่มธนาคารและประกัน อาทิ BBL, KBANK, SCB, TIPH, THRE, BLA 3) หุ้นธีมเปิดเมืองยังน่าสนใจ CPN, CRC, MINT, CENTEL, ERW, BA 4) เรามองทยอยสะสม สื่อสาร สาธารณูปโภค ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART, GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW 5) เก็งกำไรทางเทคนิค WIIK, FORTH, FSMART, TNP, TWPC, NER, HFT, BEC, CPI, TKS, SKN, MAJOR, CPN, ERW

ภาพรวมกลยุทธ์: ภาพรวมยังมองเป็นการเดินหน้าขึ้นทดสอบ 1,660-1,680 จุด โดยเป็นการสลับขึ้นลงของกลุ่มเปิดเมือง และกลุ่มอื่นๆ ช่วงสั้นโรงกลั่น ปิโตรเคมีเด่น ขณะที่กลุ่มจำนำทะเบียนรถเริ่มมีแรงซื้อคืนก่อนประชาพิจารณ์สัญญาเช่าซื้อ //หุ้นแนะนำ: KBANK, TOP*, IVL*, SCC*

แนวรับ: 1,638/ แนวต้าน : 1,650-1,660 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

 

 

 

 

ประเด็นการลงทุน

ศบค.สรุปแผนเผชิญเหตุลุ้นเปิดประเทศ 20 ต.ค. – เตรียมฉีดเข็ม 3 ให้คนฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม เตรียมใช้วัคซีนสูตรไขว้ใหม่ "แอสตร้า-ไฟเซอร์" ตั้งเป้าสิ้นธ.ค.ฉีดเข็ม 1 ครอบคลุม 85%

ภาษีราคาดีเซล - "คลัง" ชี้ยังไม่ใช่เวลาหั่นภาษีดีเซลแก้ราคาน้ำมันแพง ยันกลไกดูแลผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังเพียงพอ

'อาคม'ยันจำเป็นกู้1.5ล้านล.  หลังภาคท่องเที่ยวอ่วม สูญรายได้ 2 ล้านล้านบาท แจงขยายเพดานหนี้เป็นเรื่องธรรมดา เปิดช่องกู้เงินเพิ่มป้องกัน-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมหนุนสร้าง 3 ภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจรับมือวิกฤตอนาคต

GRAMMY – รายงาน big lot 52% เป็นเพียงการปรับโครงสร้างหุ้นจากเดิมในนนามบุคคล เป็นถือโดยโฮลดิ้งของตระกูล ไม่ได้ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ แต่เป็นการจัดสรรเพื่อให้ง่ายต่อการสืบทอดธุรกิจ และการรักษาอำนาจในการควบคุมธุรกิจให้อยู่ในมือของครอบครัว ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้ส่งผลบวกหรือลบต่อราคาหุ้น

SAWAD - กรณีข้อเสนอขอความเห็นประชาพิจารณ์เรื่องกำหนดเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15% ต่อปี ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างต่ำ เนื่องจากธุรกิจเช่าซื้อเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายธุรกิจที่ SAWAD ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

ประเด็นติดตาม: -  20 ต.ค.: EU CPI เดือน ก.ย., US crude oil inventories, รับฟังความเห็นประกาศเรื่องสัญญากลุ่มเช่าซื้อ

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)