วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน 2569

Login
Login

เซ็นทารา ขยาย ‘โคซี่’ สู่ญี่ปุ่น-เวียดนาม นับหนึ่งปักธง ‘ลาว’ แห่งแรกใน ตปท.

เซ็นทารา ขยาย ‘โคซี่’ สู่ญี่ปุ่น-เวียดนาม นับหนึ่งปักธง ‘ลาว’ แห่งแรกใน ตปท.

'โคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ' โรงแรมแบรนด์ 'โคซี่' (COSI) เซ็กเมนต์ราคาประหยัด หนึ่งใน 6 แบรนด์โรงแรมภายใต้เครือ 'เซ็นทารา' เชนโรงแรมดังของกลุ่ม 'จิราธิวัฒน์' ได้ฤกษ์เปิดให้บริการเมื่อ 25 มี.ค. 2567 ถือเป็นโรงแรมโคซี่แห่งที่ 4 และแห่งแรกในต่างประเทศ

ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญของเครือเซ็นทารา นับหนึ่งปักธงโรงแรมแห่งแรกใน สปป.ลาว อีกด้วย!

พศิน นพสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมโคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ เล่าว่า “นอกเหนือจากการเปิดโรงแรมแบรนด์โคซี่ที่ สปป.ลาว เป็นแห่งแรกในต่างประเทศแล้ว เครือเซ็นทารายังมีแผนเปิดโรงแรมโคซี่ในญี่ปุ่นและเวียดนามเพิ่มอีกด้วย”

หลังจากเปิดให้บริการโรงแรมโคซี่ในไทยแล้ว 3 แห่ง ปักธงเมืองท่องเที่ยวหลัก ทั้งพัทยา สมุย ที่เครือเซ็นทาราเป็นเจ้าของเอง และอีกแห่งคือ กระบี่ ที่รับบริหาร

สำหรับโรงแรมโคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว ในย่านที่ให้อารมณ์คล้ายถนนข้าวสารในกรุงเทพฯ มีห้องพักให้บริการทั้งหมด 95 ห้อง ถือว่ามีจำนวนมากแล้วเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของโรงแรมในเวียงจันทน์ซึ่งส่วนใหญ่มีประมาณ 20 ห้องต่อแห่งเท่านั้น

เจ้าของโรงแรมแห่งนี้คือ บริษัท เอเชีย ลงทุน พัฒนา และก่อสร้าง จำกัด หรือ “AIDC” (Asia Investment, Development and Construction Sole Co., Ltd.) เป็นกลุ่มทุนของลาว ใช้งบลงทุนพัฒนาโรงแรมนี้ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 220 ล้านบาท) โดยกลุ่ม AIDC ได้ว่าจ้างเครือเซ็นทาราบริหารโรงแรมอีก 2 แห่งใหม่ใน “หลวงพระบาง” ด้วย จำนวนห้องพักประมาณ 50 ห้องต่อแห่ง มีกำหนดเปิดให้บริการในอีก 2 ปีข้างหน้า

“โรงแรมโคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ ถือเป็นโรงแรมแห่งแรกของกลุ่ม AIDC ทางเจ้าของเลือกใช้แบรนด์โคซี่จากจุดขายความเป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ คาแรกเตอร์ของแบรนด์คือง่ายๆ สบายๆ มีโมเดลการบริหารเน้นควบคุมต้นทุน ตอบโจทย์การลงทุนโรงแรมในเวียงจันทน์ของกลุ่ม AIDC ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาโลเกชันโซนน้ำพุใจกลางกรุง ให้กลับมาเป็นแลนด์มาร์กดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย โดยโรงแรมเรามีหน้าที่ดูแลพื้นที่ จึงวางแผนจัดอีเวนต์ เช่น งานแสดงดนตรี เพื่อดึงคนมาใช้ชีวิต สร้างความคึกคักให้กับโซนน้ำพุมากขึ้น”

เซ็นทารา ขยาย ‘โคซี่’ สู่ญี่ปุ่น-เวียดนาม นับหนึ่งปักธง ‘ลาว’ แห่งแรกใน ตปท.

ท่ามกลางการแข่งขันของเหล่า “บิ๊กบอย” (Big Boy) หรือโรงแรมใหญ่ 4-5 ดาว ขนาด 100-200 ห้องพักจากเชนโรงแรมอินเตอร์ฯ ที่เข้ามาพัฒนาเตรียมเปิดโรงแรมใหม่ในเวียงจันทน์เพิ่ม เช่น แบรนด์ดับเบิลทรี เรดิสัน และอวานี ที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง นอกเหนือจากที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว 3-4 แห่ง เช่น แลนด์มาร์ก และคราวน์ พลาซ่า โดยมองว่าตลาดนี้ก็ให้บิ๊กบอยเขาชนกันไป ส่วนแบรนด์โคซี่ที่เข้ามาเล่นตลาดห้องพัก “ราคาประหยัด” ซึ่งมีโอกาสเจาะลูกค้าจากสถานการณ์ตลาดโรงแรมในเวียงจันทน์ยังมีแบรนด์จากเชนต่างๆ ไม่มากนัก และแม้จะมีแบรนด์ไอบิส (Ibis) ในกลุ่มราคาประหยัดเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มองว่าชนกันโดยตรงนัก ขณะเดียวกันโรงแรมไอบิสที่นี่เปิดมาแล้ว 10 ปี นักเดินทางน่าจะอยากลองเข้าพักโรงแรมใหม่ๆ บ้าง

เซ็นทารา ขยาย ‘โคซี่’ สู่ญี่ปุ่น-เวียดนาม นับหนึ่งปักธง ‘ลาว’ แห่งแรกใน ตปท.

“ปัจจุบันโรงแรมแบรนด์ 5 ดาวของเชนต่างๆ ในเวียงจันทน์ขายห้องพักราคา 120-150 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน (ราว 5,500 บาท) แต่ต้นทุนค่อนข้างสูง ต่างจากโรงแรมแบรนด์โคซี่ ที่เน้นโมเดลคุมต้นทุน ทั้งการออกแบบอาคารให้ประหยัดพลังงาน รวมถึงการออกแบบบริการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ตั้งบนโลเกชันที่ดี เตียงดี ห้องน้ำสะอาด ไวไฟแรง หนุนความสามารถทำกำไรเบื้องต้นจากการบริหาร (Gross Operation Profit : GOP) ได้ดี”

เซ็นทารา ขยาย ‘โคซี่’ สู่ญี่ปุ่น-เวียดนาม นับหนึ่งปักธง ‘ลาว’ แห่งแรกใน ตปท.

ภายในโรงแรมนี้ยังมีสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า พื้นที่ส่วนกลาง “โซเชียล ฮับ” (Social Hub) สำหรับสังสรรค์พบปะผู้ร่วมเดินทาง และคาเฟ่ 247 ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแขกผู้เข้าพักจะได้รับเครดิตประจำวันสำหรับใช้แลกอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรม

เซ็นทารา ขยาย ‘โคซี่’ สู่ญี่ปุ่น-เวียดนาม นับหนึ่งปักธง ‘ลาว’ แห่งแรกใน ตปท.

พศิน เล่าต่อว่า หลังจากเปิดให้บริการ “โคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ” พบว่าได้ผลตอบรับดีจากลูกค้า โดยในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นเดือนแรกที่เปิด กว่า 60-70% เป็นลูกค้าคนไทย หนุนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 30% รับไฮซีซันที่มีเทศกาลสงกรานต์เป็นไฮไลต์ เรียกได้ว่าผลการดำเนินงานดีกว่าคาด ส่วนเป้าหมายอัตราการเข้าพักตลอดปี 2567 อยู่ที่ 50% โดยในช่วงเปิดโรงแรมรับโลว์ซีซันกลางปี ได้จัดโปรโมชันราคาห้องพักเริ่มต้น 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน (ราว 1,800 บาท) จนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้

เซ็นทารา ขยาย ‘โคซี่’ สู่ญี่ปุ่น-เวียดนาม นับหนึ่งปักธง ‘ลาว’ แห่งแรกใน ตปท.

นอกจากนี้ เครือเซ็นทาราเข้ารับบริหารโรงแรมใหม่ใน “สะหวันนะเขต” อีก 1 แห่ง เจ้าของเป็นอีกบริษัท ทำให้ตอนนี้เครือเซ็นทาราเข้ารับบริหารโรงแรมใน สปป.ลาว แล้ว 4 แห่ง แบ่งเป็น เปิดให้บริการแล้ว 1 แห่ง และอยู่ระหว่างพัฒนา 3 แห่ง

สอดรับการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวของ “สปป.ลาว” ที่รัฐบาลประกาศให้ปี 2567 เป็น “ปีแห่งการท่องเที่ยว” โดยรัฐบาลลาวประเมินว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือน 2.72 ล้านคน ส่วนในปี 2568 จะมี 2.95 ล้านคน และในปี 2569 จะฟื้นตัวดีต่อเนื่องเป็น 3.17 ล้านคน หลังจากปี 2562 ก่อนโควิดระบาด เป็นห้วงเวลาที่กราฟการท่องเที่ยวลาวกำลังชัน! มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดถึง 4.79 ล้านคน