วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดประเทศ 1 พ.ย. (วันที่ 12 ตุลาคม 2564)

วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงเล็กน้อย จากความกังวลทางด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทั้งในสหรัฐและยุโรป ประกอบกับตลาดขาดปัจจัยใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนดัชนี

หุ้นที่สามารถปรับตัวขึ้นได้ส่วนใหญ่จึงเป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก และหุ้นกลุ่มพลังงาน PTT, PTTEP ปรับตัวบวกเล็กน้อย จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนหุ้นในกลุ่มธนาคารถูกแรงขายทำกำไร ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,633.44 จุด -5.97 จุด -0.36% มูลค่าการซื้อขาย 82,979 ลบ.ต่างชาติ -193.76 ลบ. TFEX -595 สัญญา ตราสารหนี้ +36.63 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.17 ดอลลาร์ +1.5% ปิดที่ 80.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกที่สูงขึ้นหลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และภาวะอุปทานตึงตัวที่เกิดขึ้นในหลายประเทศรวมทั้งจีนและอินเดีย ยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
+ แพทย์ใหญ่ประจำทำเนียบขาวแสดงมุมมองบวกเกี่ยวกับการรับมือโควิด-19 ของสหรัฐว่าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงทั่วประเทศสถิติการระบาดมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี
+ บริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเปิดเผยผลการศึกษาทดลองขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาแอนติบอดีแบบผสมหรือแอนติบอดีค็อกเทล (Antibody cocktail) สำหรับรักษาโควิด-19 ของบริษัทว่าประสบความสำเร็จในการลดอาการป่วยที่รุนแรง รวมถึงการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล
+ นายกฯ ประกาศเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศตั้งแต่ 1 พ.ย.โดยไม่ต้องกักตัว แต่ทุกคนต้องแสดงตัวว่าปลอดเชื้อโควิด-19 และ ให้เปิดผับบาร์สถานบันเทิง-ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายใน 1 ธ.ค.
+ กกร.ขยับกรอบ GDP ปีนี้เป็น 0.0-1.0% จาก -0.5 ถึง 1% รับมาตรการกระตุ้นศก.ภาครัฐ
+ BOI เผยยอดขอรับส่งเสริมลงทุน 9M64 มูลค่ารวมกว่า 5.2 แสนลบ. สูงกว่าทั้งปี 63 +140%
+ ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 9,244ราย มีผู้เสียชีวิต 84 ราย รักษาหาย 11,452 ราย

 

 

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 250.19 จุด -0.72% กังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทเอกชนและการใช้จ่ายของผู้บริโภค นลท.ชะลอการซื้อขายก่อนธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐจะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้
- ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน กล่าวสุนทรพจน์ออกอากาศทางโทรทัศน์เนื่องในโอกาสวันชาติไต้หวันเมื่อวานนี้ว่า ไต้หวันกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน และจะปกป้องอำนาจอธิปไตยอย่างเต็มที่
- คณะที่ปรึกษาWHOแนะคนสูงวัยที่รับวัคซีน'ซิโนแวค-ซิโนฟาร์ม'ควรฉีดเข็มกระตุ้น
- กรมอุตุฯ เตือนไทยเจอฝนหนักถึงหนักมาก อิทธิพล พายุโซนร้อนกำลังแรง"คมปาซุ"
- โควิดทั่วไทยภาพรวมลดลง แต่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังน่าเป็นห่วง ยอดติดเชื้อยังพุ่งไม่หยุด ยะลาป่วยใหม่ 719 ราย ตาย 8 ศพ

 

แนวโน้มตลาดวันนี้    

คาดดัชนีในวันนี้แกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยนักลงทุนวิตกกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่มีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว หลังนายกฯ ประกาศเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศตั้งแต่ 1 พ.ย. มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1625-1,640 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นเป็นบวกต่อ : TOP SPRC ESSO PTTGC
• เปิดรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัว: MINT ERW CENTEL AWC SHR ASAP AOT AAV BA
• ครม.ไฟเขียวจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 6 แห่ง : ROJNA WHA EGCO
• ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้นอยู่ในระดับสูง : LANNA BANPU AGE TCC

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                              ธีมเปิดเมือง
                                กลุ่มการบิน ท่องเที่ยว และโรงแรม

•1 พ.ย. เปิดรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัวสำหรับผู้ฉีดวัคซีนครบโดส เดินทางทางอากาศจากประเทศที่กำหนดว่ามีความเสี่ยงต่ำ

•1 ธ.ค. เปิดผับบาร์ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้

•ความเห็น ประกาศเปิดเมืองภายใต้สถานการณ์ที่ต้องระวังการติดเชื้อโควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำหุ้นได้ประโยชน์เป็นธีมเปิดเมืองในกลุ่มการบิน ท่องเที่ยว และโรงแรม อาทิ MINT ERW CENTEL AWC SHR ASAP AOT AAV BA

 

หุ้นมีข่าว

(+) SABUY ( ฺBloomberg Consensus 16.00 บาท) SABUY จับมือลาซาด้าผู้นำแพลตฟอร์มออนไลน์อันดับ 1 ยกระดับฐานผู้ขาย ตั้งเป้ายอดเข้าระบบหลัก 10,000-100,000 ราย พร้อมให้บริการขนส่ง ลั่นสาขาชิปป์สไมล์ สิ้นปีแตะ 5,000 แห่ง จับตาผลงานโค้งท้าย ใส่เกียร์ลุยดีลอัพฐาน การันตีรายได้ปีนี้เข้าเป้า หรือโต 25% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) AWC ( ฺBloomberg Consensus 4.90 บาท) AWC ชูอัตราเข้าพักต้นเดือนตุลาคมกลับมาระดับ 20% รับอานิสงส์กระจายวัคซีน ผู้ติดเชื้อทยอยลดลง รัฐเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยว หนุนผลงานปี 2565 ฟื้นตัวชัด หลังเริ่มเห็นสัญญาณบวกตั้งแต่ Q4/2564 พร้อมปั้นโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร 3 โครงการใหญ่ หวังเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ที่มา ทันหุ้น)

(+) KEX ( ฺBloomberg Consensus 45.00 บาท) “เคอรี่ เอ็กซ์เพรสฯ” หรือ KEX มาตามนัด! ประกาศจับมือ “เบทาโกร” ตั้งบริษัทร่วมทุน “เคอรี่ เบทาโกร” ถือหุ้น 60 : 40 ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งผลิตภัณฑ์ทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็ง เจาะกลุ่มร้านอาหารทั่วประเทศไทย คาดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส 2/65 ฟากโบรกฯ มองบวกดีลร่วมทุน “เบทาโกร” หนุนธุรกิจส่งสินค้าเย็น (Cold Chain) ทั้ง B2B และ B2C ของ KEX เติบโตในระยะยาว จากฐานลูกค้าที่ใหญ่ของเบทาโกร (ที่มา ข่าวหุ้น)

(-) XO (ราคาเหมาะสม 15.00 บาท) “เอ็กโซติค ฟู้ด” หรือ XO เจอปัญหาซัพพลายเชนด้านบรรจุภัณฑ์ทั้ง ขวด ฝา ฉลาก และกล่องขาดแคลน ส่งผลกระทบทำให้ส่งออกสินค้าไม่ได้ตามแผน ฉุดผลงานไตรมาส 3/64 พลาดเป้า คาดต่ำสุดรอบปีนี้ ขณะที่ออเดอร์ที่ส่งออกไม่ได้จะเลื่อนมาส่งมอบในไตรมาส 4/64 เชื่อผลประกอบการฟื้นตัว (ที่มา ข่าวหุ้น)