วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หุ้นไทย’ เปิดตลาดวันนี้ เด้งแรง 11.76 จุด ขานรับผลประชุมเฟด

"หุ้นไทย" วันนี้ (23ก.ย.) เปิดตลาดดัชนีเคลื่อนไหวที่ 1,631.35 จุด เพิ่มขึ้น11.76 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.73% โบรกชี้ตลาดอาจผันผวนบ้างจากมุมมองการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ส่วนกรณี SCBX ยังไม่ให้น้ำหนักมากนัก จากแผนการแลกหุ้นเป็นหุ้นใหม่และจ่ายปันผลพิเศษ จะเกิดขึ้นในไตรมาส 2/65

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (23 ก.ย.) ดัชนี SET Index เปิดตลาดบวกขึ้นมาอยู่ที่ 1,631.35 จุด เพิ่มขึ้น11.76 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.73%   ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 16,924.63ล้านบาท และยังเคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า  ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น ทั้งสัญญาณบวกและลบจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ประเด็นสำคัญจากการประชุมเฟดเมื่อคืนนี้ ได้แก่ 1) เฟดคงดอกเบี้ยนโยบายตามคาด และส่งสัญญาณจะเริ่มลด QE ในเร็วๆนี้ 2) การลดการผ่อนคลาย (QE tapering) ที่มีกำหนดน่าจะเสร็จสิ้นภายในกลางปี 2565 ทำให้ตลาดมองว่าระดับของการลดการซื้อพันธบัตรต่อเดือน จะอยู่ที่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่ตลาดประเมิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งประเด็นนี้เป็นบวกเนื่องจากเฟดยังคงอีดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบต่อเนื่อง แม้จะน้อยลง 3) มุมมองอัตราดอกเบี้ยของกรรมการเฟดรายคน (Dot plot) ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม (ขึ้นดอกเบี้ยปี 2565 จาก 7 เป็น 9 คน / ขึ้นดอกเบี้ยปี 2566 จาก 13 เป็น 17 คน) ซึ่งมุมมองดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น และอาจเป็นปัจจัยทำให้ตลาดในระยะสั้นผันผวนได้ อย่างไรก็ตามภาพรวมความเคลื่อนไหวของเฟดไม่ได้แปลกไปกว่าที่ตลาดคาด และทำให้นักลงทุนไม่น่าตกใจเป็นพิเศษ

ส่วน SCB ปรับโครงสร้างซึ่งจะเป็นบวกกับ Valuation ของหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยแผนการปรับโครงสร้าง มุ่งสู่ติจิตอลมากขึ้นและจัดกลุ่มธุรกิจใหม่เป็น 3 กลุ่ม คือ 1) บริการธนาคารแบบเดิม 2) สินเชื่อเพื่อการบริโภคและบริการทางด้านดิจิตัล 3) แพลตฟอร์มดิจิตัลและบริการด้านเทคโนโลยี

เนื้อหาสำคัญ คือการนำกระแสเงินสดจากธุรกิจธนาคารแบบเดิมไปลงทุนในธุรกิจและบริการแบบใหม่ที่มีแตราการเติบโตสูง ขณะที่ธนาคารจะต้องเปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่เป็นเพียงตัวกลาง เป็นคนตัดสินใจจัดสรรเงินลงทุนไปในธุรกิจที่เหมาะสม โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารเป็น Holding company ที่ให้อำนาจกับผู้บริหารในแต่ละธุรกิจมากขึ้น และคาดหวังให้บริษัทย่อยสามารถเข้าระดมทุนและยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง  วางเป้าหมายการเติบโตของกำไรจากปัจจุบันที่ 1.5-2 เท่า และ market cap ที่ 1 ล้านล้านบาท (ปัจจุบัน 3.7 แสนล้านบาท) ใน 5 ปีข้างหน้า

เรามีมุมมองเชิงบวกไม่ใช่กับตัวเลขกำไร แต่คือการปรับตัวที่สอดคล้องกับภาวะการแข่งขันและเร็วกว่าธนาคารอื่น รวมถึงรูปแบบในการทำงานและตั้งเป้าหมายของทีมย่อยแบบสตาร์ทอัพที่จะทำให้การทำงานมีความคล่องตัว ซึ่งจะทำให้ SCB เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าธนาคารอื่นที่ยังไม่ปรับตัว ขณะที่แผนการแลกหุ้นเป็นหุ้นใหม่และจ่ายปันผลพิเศษ จะเกิดขึ้นในไตรมาส 2/65 และหลังการแลกหุ้นแล้วเราจึงยังไม่ให้น้ำหนักปัจจัยบวกนี้มากนัก

มองตลาดหุุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,610 จุด และ แนวต้าน 1,623-1,630 จุด ลุ้นยืนเหนือ 1,620-1,623 จุด ซึ่ง จะทำให้ภาพการแกว่งเปลี่ยน กลับมามีโครงสร้างเชิงบวก กลุ่มธนาคาร สื่อสาร ยังช่วงประคองตลาด การเก็งกำไรหุ้นรายตัว ไฟฟ้าชุมชนและกลุ่มบรรจุภัณฑ์แบบฟิล์มหลายตัวน่าสนใจ การเก็งกำไรควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและแบ่งทำกำไรทุกครั้ง