เปิดประเทศในต.ค. ยังเป็นไปได้ - รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอแผนการเปิดประเทศระยะสองให้ศบค.พิจารณาในพฤ 23 ก.ย.
คลอบคลุม 5 จังหวัดเพิ่มเติม (กทม., ชลบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์และเชียงใหม่) โดยมีแผนจะเปิดใน 1 ต.ค. นี้ หากมองอัตราการฉีดวัคซีนใน 14 วันหลังสุดในพื้นที่กทม. เราคาดจำนวนประชากรได้รับวัคซีน 2 โดสจะแตะระดับ 70% ภายใน 14 ต.ค. ซึ่งทำให้โอกาสในการเปิดพื้นที่กทม.เป็นปลายต.ค.หรือพ.ย. มากกว่าจะเป็นกลางต.ค. นอกจากนี้อัตราการฉีดวัคซีนครบโดสหรือบูสเตอร์ที่เพิ่มขึ้นในเมืองใหญ่ใน 4Q เราคาดว่าจะเห็นผู้ค้าปลีกในกทม.และเมืองท่องเที่ยวจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ยั่งยืนจากจุดนี้ เราคง HMPRO (16.5บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มจาก valuation ที่ laggard
ศบค. จะตัดสินใจเกี่ยวกับการเปิดเมืองในต.ค.
จากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลงสู่ระดับ 1.35หมื่นราย ใน 18ก.ย. จาก 1.6 หมื่นรายใน 1 ก.ย. รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวจะเสนอแผนการเปิดประเทศระยะสองให้ศบค.พิจารณาในพฤ 23 ก.ย. นี้ คลอบคลุม 5 จังหวัดเพิ่มเติม (กทม., ชลบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์และเชียงใหม่) โดยมีแผนจะเปิดใน 1 ต.ค. โดยในกรณีที่ดีที่สุดรมต. คาดว่าจะสามารถเปิดกทม.ได้ใน 15 ต.ค. หากจำนวนประชากรได้รับวัคซีน 2 โดสมากกว่า 70% ภายใน 5 ต.ค.
อัตราการฉีดวัคซีนอาจแตะระดับ 70% ในกลางต.ค.
หากวิเคราะห์อ้างอิงอัตราการฉีดวัคซีนล่าสุด 14 วันในกทม. (รวมทั้งโดสแรกและสอง 9.45หมื่นโดสต่อวัน และเฉพาะโดส 2 6.9หมื่นโดสต่อวัน) สะท้อนจำนวนประชากรรับวัคซีนโดสสองในกทม.จะแตะระดับ 70% ภายใน 14 ต.ค. (fig.3) ซึ่งทำให้โอกาสในการเปิดพื้นที่กทม.เป็นปลายต.ค.หรือต้นพ.ย. มากกว่าจะเป็นกลางต.ค. ในภาพรวมประเทศไทยอัตราการฉีดวัคซีนโดสสองจะแตะระดับ 50% ภายใน 14 พ.ย. และ 70% ภายใน 23 ธ.ค. (รวมโดสแรกและสอง 6.37แสนโดสต่อวัน และเฉพาะโดสสอง 3.7แสนโดสต่อวัน) ซึ่งจะหนุนให้มีการผ่อนคลายเพิ่มข้อบังคับมากขึ้นใน 4Q และเดินทางได้โดยไม่กักตัวใน 1Q22) รวมถึงมีวัคซีนมากขึ้นในช่วง 4Q 23-30ล้านโดสต่อเดือน (7.4 -9.67 แสนโดสต่อวัน)
แนวโน้มการฟื้นตัวของกลุ่มค้าปลีกต่อเนื่องไปยังสิ้นปี
จากอัตราการฉีดวัคซีนครบโดสหรือบูสเตอร์ที่เพิ่มขึ้นในเมืองใหญ่ใน 4Q เราคงมุมมองว่าแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการบริโภคจะเริ่มจากจุดนี้ โดยการผ่อนคลายการเคอร์ฟิวในช่วงกลางคืน, การลดมาตรการ WFH, การกลับเข้าโรงเรียนในพ.ย.และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งหมดจะหนุนการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน และทำให้ผู้ค้าปลีกในกทม.และเมืองท่องเที่ยวฟื้นตัวได้จากจุดนี้ เราคง HMPRO (16.5บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มจาก valuation ที่ laggard นอกจากนี้ธีมนี้ยังสร้างแนวโน้มเชิงบวกต่อ CPALL, MAKRO, CRC, และ BJC









