ธุรกิจ

ททท.เจาะลักชัวรีมิดเดิลอีสต์ ดึงเที่ยวไทย 2 แสนคนปี 65

“ททท.” ตั้งเป้าปี 65 ดึงกลุ่มตะวันออกกลางเที่ยวไทย 2 แสนคน ฟื้นตัว 40% จากก่อนโควิดระบาดทั่วโลก มุ่งเจาะกลุ่มลักชัวรี นิยมล่องเรือยอช์ต-ตีกอล์ฟ

นายชัยวัฒน์​ ตามไท ผู้อำนวยการ​การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)​ สำนักงาน​ดูไบ กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดโครงการ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" พบว่าได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมเที่ยวแบบครอบครัว มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 15,000 บาทต่อคนต่อวัน หรือเฉลี่ยทริปละ 105,000 บาทต่อคน เพราะนิยมชอปปิง ทานอาหารร้านดีๆ มีชื่อเสียง

อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางยังคงกังขากรณีการเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ตรงที่ต้องจ่ายค่าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ในราคาประมาณ 5,800 บาทสำหรับการตรวจ 2 ครั้ง เนื่องจากเฉลี่ยเดินทางมาเที่ยวไทยไม่เกิน 7-10 วัน เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการตรวจในประเทศเพียงครั้งละ 100-200 บาท หรือบางครั้งตรวจฟรี นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าการยื่นขอใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทย (COE) มีความยุ่งยากซับซ้อน ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากยังไม่ตัดสินใจเดินทางมาภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

โดยตั้งแต่เปิด โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางมาแล้วร่วม 7,000 คน แบ่งเป็นเดือน ก.ค. 5,000 คน เดือน ส.ค. 2,000 คน ส่วนเดือน ก.ย.คาดมีจำนวนน้อยลงเพราะเป็นช่วงเปิดภาคเรียน ส่วนไตรมาส 4 ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้คาดมีจำนวน 20,000 คน

“ส่วนในปี 2565 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมาเที่ยวไทย 200,000 คน คิดเป็นการฟื้นตัว 40% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 ซึ่งปิดที่จำนวน 500,000 คน โดยประเทศที่นิยมเดินทางมาไทยมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต และบาห์เรน ส่วนโอมานและจอร์แดนถือเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพ แต่ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงสูง ทำให้นักท่องเที่ยวต้องรอจนกว่าประเทศไทยจะประกาศลดระดับลง”

สำหรับกลยุทธ์การตลาดที่ ททท.สำนักงานดูไบดำเนินการ ได้มุ่งเจาะกลุ่มลักชัวรีซึ่งนิยมเดินทางมาล่องเรือยอช์ต และตีกอล์ฟ โดยในไตรมาส 4 นี้จะเน้นโปรโมทพื้นที่ 7+7 Phuket Extension และพื้นที่นำร่องของไทยที่กำลังจะเปิดเพิ่ม ภายใต้ความร่วมมือกับสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ดึงนักท่องเที่ยวผู้โดยสารชั้นธุรกิจและสมาชิกบัตรทองของสายการบินฯเป็นต้นไป เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวระดับกลาง-บนจากประเทศกาตาร์และอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวประเทศไทย นอกจากต้องฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ยังต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR รวม 3 ครั้งนั้น ททท.จะเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ขอให้พิจารณาปรับเป็นการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ด้วยวิธี RT-PCR เช่นเดิม ส่วนครั้งที่ 2-3 ให้ตรวจด้วยชุดตรวจ ATK เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายแก่นักท่องเที่ยว