Data Analysis

ยังอยู่กับภาพการเก็งกำไรรายตัว (14 ก.ย. 64)

ตลาดคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อหนุนการฟื้นตัวกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ แม้คาดว่าสหรัฐฯ จะรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ส.ค. คืนนี้ที่ 5.3% YoY

ซึ่งเป็นระดับที่ชะลอตัวลงจากก.ค.ที่เงินเฟ้อขึ้นไปสูงสุด 5.4% YoY อย่างไรก็ตามเราเห็นการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวกับพลังงาน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเราคาดว่าเกิดจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่และเอเชียที่มีความไม่แน่นอน (และช้ากว่าสหรัฐฯ และยุโรป จากอัตราการฉีดวัคซีนที่ช้ากว่า) ขณะที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นทำให้ธนาคารกลางของบางประเทศต้องเร่งใช้มาตรการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของทั้งเศรษฐกิจและผลประกอบการบจ. ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มพลังงานเป็นตัวเลือกการวางน้ำหนักลงทุน (Asset allocation) ที่ดีกว่าโดยเปรียบเทียบ

หุ้นถุงมือยางและวัคซีนปรับลดลงต่อเนื่อง สนับสนุนมุมมองการทยอยออกจากวิกฤติโควิด หุ้นถุงมือยางสวนใหญ่เริ่มปรับลดลงจากจุดสูงสุดช่วยต.ค.63 หลังเริ่มมีข่าวความคืบหน้าวัคซีนโควิด โดยหุ้นถุงมือยางมาเลเซียขนาดใหญ่ 5 แห่งปรับลดลง 60-70% (ขณะที่ STGT ปรับลดลงเพียง 15%) ขณะที่หุ้นวัคซีนอย่าง Moderna และ Biontech ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็เริ่มปรับลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงต้น ส.ค.64 แล้ว 13% และ 27% (สอดคล้องกับการปรับลงของหุ้นกลุ่มร.พ.และเครื่องมือแพทย์ในไทย) ซึ่งเรามองเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนกลุ่มจากหุ้นที่เกี่ยวกับโควิด ไปยังกลุ่มเปิดเมืองและธีมการลงทุนใหม่ๆ 
 

 

มีข่าวว่าตลท.อาจปรับเกณฑ์คำนวณ SET50/SET100 วานนี้หุ้นไทยปรับลดลง 1.59 จุด (-0.10%) โดยหุ้นที่กดดันดัชนีมากที่สุดได้แก่ DELTA ที่ปิด 652 บาท ลดลง 108 บาท (-14.21%) กดดันดัชนีถึง 11.72 จุด จากกระแสข่าวว่าตลท.กำลังพิจารณาใช้เกณฑ์ในการกำกับดูแลใหม่ที่จะพิจารณามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยเฉพาะในภาวะการซื้อขายปกติและสอดคล้องสภาวะตลาด (ซึ่งอาจหมายถึงการไม่พิจารณษมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย หากหุ้นนั้นอยู่ในมาตรการกำกับการซื้อขาย หรือติด cash balance) อย่างไรก็ตามเป็นเพียงกระแสข่าวอย่างไม่เป็นทางการ และไม่ได้มาจากการให้ข่าวของตลท.

ธีมการลงทุนระยะสั้น  เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP, BGC / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุนกลุ่มเปิดเมือง BBL, SCB, KBANK, CPN, CRC, MINT (มีร.ร.ในตปท.), SHR (มีร.ร.ในตปท.) / เก็งกำไรทางเทคนิค MDX, TH, VNG, SKN, WIIK, FSMART, MFEC, KTC, ACE, AQUA, GJS, SUPER, ESTAR, NUSA, EVER, ORI, AMANAH, ACAP

ภาพรวมกลยุทธ์: ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด 1,625-1,640 แต่ประเมินบรรยากาศเก็งกำไรหุ้นรายตัวจะยังเป็นบวก ทั้งนี้ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและแบ่งทำกำไรทุกครั้ง//หุ้นแนะนำ: CENTEL*, BGC*, TWPC*, PSTC*,  

แนวรับ: 1,625-1,630/ แนวต้าน : 1,643 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

 

 

ประเด็นการลงทุน

 

โอเปคหั่นคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในไตรมาส 4/64. รับผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา โดยในรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนก.ย. โอเปกได้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในไตรมาส 4 สู่ระดับ 99.7 ล้านบาร์เรล/วัน โดยลดลง 110,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์ในรายงานเดือนส.ค.

 

TKS. มั่นใจงบครึ่งปีหลังดี เหตุจากเริ่มบันทึกกำไร SABUY หลังเข้าถือหุ้น 9.68% พร้อมจับมือเป็นพันธมิตรลุยต่อยอดตลาดการเงินอิเล็กทรอนิกส์และการบริหารจัดการศูนย์อาหาร

 

SAWAD. มั่นใจพอร์ตสินเชื่อปี 64 โตได้ 20% ตามที่ตั้งเป้าไว้หลังความต้องการของสินเชื่อทุกประเภทยังมีค่อนข้างสูง โดยผลประกอบการในไตรมาส 3/64 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เนื่องจากในเดือน ก.ย.มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ประกอบกับการกระจายวัคซีนของภาครัฐได้มากขึ้น

 

TTCL. คว้างานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่เวียดนาม มูลค่า 2 พันล้านบาท หนุนงานในมือเพิ่ม 8.4 พันล้านบาท

 

ประเด็นติดตาม: -  14 ก.ย.: US Inflation Figure เดือน ส.ค., 15 ก.ย.: Chinese Retail Sales เดือน ส.ค., 16 ก.ย.: US Initial Jobless Claims

 

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)