เอ็กซิมแบงก์เล็งขายพอร์ตหนี้เสียให้เอเอ็มซี 2.5-3 พันล้านบาทภายในปีนี้ คาดหนี้เสียจะลดลงเหลือ 3.5%จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.8%
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งประเทศไทย(เอ็กซิมแบงก์)เปิดเผยแผนบริหารจัดการหนี้เสียของธนาคารว่า ภายในปีนี้ ธนาคารมีแผนที่จะนำหนี้เสียออกขายให้แก่บรรษัทบริหารจัดการสินทรัพย์จำนวน 2.5-3 พันล้านบาท ซึ่งจะทำให้ระดับหนี้ของธนาคารปรับลดลงเหลือประมาณ 3.5% จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับประมาณ 3.8%ของยอดสินเชื่อคงค้าง 1.4 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ดี ระดับหนี้เสียระดับดังกล่าวในปัจจุบันถือว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เมื่อเทียบกับระดับหนี้เสียที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตต่างๆระยะที่ผ่านมา ซึ่งจะอยู่ตั้งแต่ 3.9-5% สะท้อนว่า เรายังสามารถบริหารจัดการหนี้เสียให้อยู่ในระดับควบคุมได้
“เราโชคดีที่มีเครื่องมือในการบริหารจัดการหนี้ ซึ่งได้รับการผ่อนคลายเกณฑ์จากธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เราสามารถประคองลูกหนี้ให้พ้นการฟ้องร้องการดำเนินคดีได้ เท่ากับว่า เรามียาสามัญประจำบ้านมาช่วยไม่ให้ลูกหนี้ตาย แต่ผลกระทบกับเรายังมีในเชิงของรายได้ที่อาจจะเข้ามาน้อย เพราะเขาไม่สามารถจ่ายเงินชำระหนี้แก่เราได้เหมือนเดิม”
ทั้งนี้ ยาสามัญประจำบ้านที่ว่านี้ คือ การเข้าไปช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ ขณะเดียวกัน เพื่อรักษาสภาพของลูกหนี้ไม่ให้ตกชั้นมาเป็นหนี้เสียและช่วยฟื้นฟูธุรกิจของลูกหนี้ เราก็พร้อมที่จะเติมสภาพคล่องให้ โดยสินเชื่อฟื้นฟูของธนาคารที่ปล่อยให้แก่ลูกหนี้นั้น ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
“การปล่อยสินเชื่อฟื้นฟูให้แก่ลูกหนี้นั้น จะช่วยทำให้ธุรกิจสามารถประคองตัวและกลับมาฟื้นตัวได้หลังจากโควิด-19 คลี่คลาย ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ธุรกิจเหล่านี้ ก็จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจได้”
เขายังกล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติให้เพิ่มทุนธนาคารอีก 4,198 ล้านบาทด้วยว่า จะทำให้ธนาคารมีทุนจดทะเบียนเป็น 16,998 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 12,800 ล้านบาท และด้วยเงินเพิ่มทุนจดทะเบียนนี้ จะทำให้เราสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น โดยเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อจะเติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปี ซึ่งในปี 2568 ยอดสินเชื่อคงค้างจะอยู่ที่ 212,730 ล้านบาท









