ECB เริ่มลดวงเงินซื้อพันธบัตรภาพรวมเป็นบวกเล็กน้อย ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรฉุกเฉินป้องกันผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ Pandemic Emergency Purchase Program (PEPP) ในช่วงปลายปีนี้
จากที่ช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา มีการเข้าซื้อในวงเงินเดือนละ 8 หมื่นล้านยูโร ซึ่งทิศทางดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาด และยืนยันมุมมองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น กดให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลง ซึ่งน่าจะช่วยให้บรรยากาศลงทุนฝั่งเอเซียระยะสั้นทรงตัว
จีนปล่อยน้ำมันจากคลังยุทธศาสตร์ เป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงหลังมีข่าวจีนเตรียมปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic petroleum reserve: SPR) โดยจะดำเนินผ่านการประมูลสาธารณะ โดยมีเป้าหมายช่วยให้โรงกลั่นในประเทศสามารถควบคุมต้นทุนด้านราคา การปล่อยน้ำมันดังกล่าวทำให้จีนน่าจะลดการนำเข้าน้ำมัน และทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกชะลอตัวลง ส่งผลบวกต่อทิศทางค่าการกลั่น (GRM) ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นจะทยอยได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันทั้งรถยนต์และเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้นที่ช่วยหนุนกาฟื้นตัวของรายได้และผลประกอบการ
การเมืองในประเทศมีสัญญาณของการขาดเสถียรภาพ การพ้นจากตำแหน่งของรมช. 2 ท่าน ที่มีสถานะเป็นมือประสานและมือทำงานของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐฯ มีโอกาสสร้างแรงกระเพื่อมต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และเกิดขึ้นก่อนการพิจารณากฎหมายสำคัญได้แก่ 1) ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2) ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2565 เรามองความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นปัจจัยลบกับหุ้นในกลุ่มที่พึ่งพิงสัญญาจากภาครัฐฯ และมีรายได้จากสัมปทานหรือการประมูล ที่อาจจะเกิดการชะลอเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมือง // อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญในระยะสั้น ตลาดติดตามการเพิ่มการผ่อนคลายของศบค. ที่น่าจะมีโอกาสส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว
ธีมการลงทุนระยะสั้น กลุ่มสื่อสารและ REITs ยังเป็นแหล่งพักเงินที่ดี ในช่วงที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการปรับประมาณการผลประกอบการที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP, BGC / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุนกลุ่มเปิดเมือง BBL, SCB, KBANK, CPN, CRC, MINT (มีร.ร.ในตปท.), SHR (มีร.ร.ในตปท.) / เก็งกำไรทางเทคนิค MDX, TH, VNG, SKN, WIIK, FSMART, MFEC, KTC, ACE, AQUA, GJS, SUPER, ESTAR, NUSA, EVER
ภาพรวมกลยุทธ์: คาดฟื้นตัวจากแนวรับ 1,629 จุด ประเมินบรรยากาศเก็งกำไรหุ้นรายตัวจะยังเป็นบวกตรายใดที่ SET ไม่หลุด 1,615 ทั้งนี้ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและแบ่งทำกำไรทุกครั้ง//หุ้นแนะนำ: TOP*, ERW*, WHART*, SABUY*
แนวรับ: 1,615/ แนวต้าน : 1,643 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
เยลเลน เร่งคองเกรสขยาย-ยกเลิกเพดานหนี้. นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า มาตรการพิเศษของกระทรวงการคลังซึ่งจัดหาเงินทุนชั่วคราวให้กับรัฐบาลกลางนั้น มีแนวโน้มที่จะหมดลงในเดือนต.ค.นี้ พร้อมกับเรียกร้องให้สภาคองเกรสปรับเพิ่มหรือยกเลิกเพดานหนี้ชั่วคราวโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ดัชนีความเชื่อมั่นต่ำสุดในรอบ 23 ปี. หอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ส.ค. ปรับลดลงสู่ระดับ 39.6 จากตัวเลขเดือน ก.ค. ที่ 40.9 โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 22 ปี 11 เดือน เหตุความกังวลไวรัสเดลตาฉุดเศรษฐกิจ
ค่าระวาง - ดัชนี Baltic dry index (BDI) เพิ่มขึ้นแตะ 3,643 จุด +0.69% โดย ดัชนีค่าระวางเรือใหญ่มาก (Capesize) +1.56%, ดัชนีค่าระวางเรือใหญ่ (Panamax) +1.1%, ขณะที่ค่าระวางเรือกลาง (Supramax) -1.02%
Opportunity day – 10 ก.ย. TIGER, PJW, APCO, UPOIC, LAST, PDJ, SMPC / 13 ก.ย. BM, MOONG, TRC, SAWAD, TKS, GVREIT
XPG – หุ้นเพิ่มทุน จากการใช้สิทธิ์ XR 1:2 ที่ราคา 0.50 บาท จะเข้าซื้อขายวันนี้ (10 ก.ย.)
ประเด็นติดตาม: - 15 ก.ย. – ประกาศผู้ผ่านเทคนิคไฟฟ้าชุมชนเพิ่ม
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









